ธนพล นิมิตตานนท์

ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

8 ธันวาคม 2560
1,125

เส้นผมบังภูเขากับการทำกำไรจากการลงทุน

เส้นผมบังภูเขากับการทำกำไรจากการลงทุน

หลายๆ ท่านที่ลงทุนในหุ้นมาสักระยะหนึ่งน่าจะเคยมีประสบการณ์ความรู้สึกว่าตนเองก็เลือกหุ้นได้ค่อนข้างแม่นยำ แต่ทำไมกำไรกลับไม่งอกเงยสักที  ถ้าท่านกำลังเจอปัญหานี้อยู่ ผมขอแนะนำให้ทุกท่านทดลองกลับไปตรวจสอบดูผลการลงทุนเก่าๆ ของท่านแล้วเอาค่าสถิติต่างๆ มาช่วยวิเคราะห์ แล้วท่านอาจพบคำตอบที่เป็นเพียงเส้นผมบังภูเขาเลยก็เป็นได้ โดยในบทความนี้จะนำเสนอตัววัดง่ายๆ แต่มีความสำคัญ ได้แก่ ค่า RRR (Reward / Risk Ratio) และค่า Win / Loss Ratio

ค่า RRR เป็นค่าสำหรับพิจารณาความคุ้มค่าในการลงทุน โดยเปรียบเทียบผลตอบแทนที่คาดหวังกับผลขาดทุนที่อาจจะได้รับ ยกตัวอย่างเช่น การลงทุนในหุ้นครั้งหนึ่งมีโอกาสกำไร 10% และตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ 20% ค่า RRR จะเท่ากับ 10 / 20 = 0.5 ซึ่งค่านี้ยิ่งมากกว่า 1 มากจะยิ่งดี ส่วนค่า Win / Loss Ratio เป็นค่าที่วัดความแม่นยำในการเลือกหุ้น ยกตัวอย่างเช่น เลือกหุ้น 10 ครั้ง กำไร 8 ครั้ง ขาดทุน 2 ครั้ง แสดงว่า Win / Loss Ratio เท่ากับ 80% ซึ่งค่านี้ควรจะมากกว่า 50% เป็นอย่างน้อย สำหรับการประยุกต์เอาทั้ง 2 ค่านี้มาใช้จริงในการลงทุนให้ทำแบบนี้ครับ  

สมมตินักลงทุนท่านหนึ่งเป็นนักลงทุนสายเทคนิค ลงทุนแต่ละครั้งจะเน้นกำไรสั้นๆ แต่เลือกหุ้นแม่นยำสูง โดย จะกำไรครั้งละ 5% แต่ตั้งจุดขาดทุนไว้ที่ 2% ดังนั้นค่า RRR จะเท่ากับ 5 / 2 = 2.5 ในขณะที่การเลือกหุ้น 10 ครั้งจะกำไรได้เพียง 4 ครั้ง (Win / Loss ratio = 40%) ถามว่าระยะยาวแล้วนักลงทุนท่านนี้จะประสบความสำเร็จหรือไม่ คำนวณได้แบบนี้ครับ ถ้าดูจากสถิติข้างต้นตอบได้เลยว่าประสบความสำเร็จ เพราะแบบนี้ครับ 

จากการลงทุนทั้งหมด 10 ครั้ง

  • กำไรทั้งหมด 4 ครั้ง กำไรครั้งละ 5% ดังนั้น กำไรรวมเท่ากับ 4 x 5 = 20%
  • ขาดทุนทั้งหมด 6 ครั้ง ขาดทุนครั้งละ 2% รวมเป็นผลขาดทุนเท่ากับ 6 x 2 = 12%
  • รวมแล้วถ้าลงทุนหุ้น 10 ครั้งนักลงทุนท่านนี้จะมีผลงานเท่ากับ (20 – 12) = 8% หมายความว่า ระยะยาวแล้วนักเทคนิคท่านนี้จะยิ่งกำไรเรื่อยๆ อยู่รอดในตลาดได้แน่นอน

เพื่อให้เห็นภาพขอยกอีกตัวอย่างหนึ่งนะครับ นาย VI เป็นนักลงทุนสาย VI พันธุ์แท้ลงทุนแต่ละครั้งจะเลือกหุ้นได้มีโอกาสถูก(กำไร)อย่างสม่ำเสมอ  โดยแม่นยำ 70% (Win / Loss ratio) กำไรรอบละ 10% แต่เนื่องจากการลงทุนแบบ VI โดยธรรมชาติการลงทุนบางครั้งต้องถือหุ้นในระยะเวลาที่ยาวนาน ทำให้เวลาตัดขาดทุน (เมื่อพื้นฐานเปลี่ยน ) ราคามักจะร่วงแรงๆ ไปแล้ว (ขาดทุน 30%/ครั้ง) นาย VI ลงทุนได้ผลตอบแทนคุ้มความเสี่ยงหรือไม่ ลองมาคำนวณกันครับ

สมมติลงทุนแบบนี้ 10 ครั้ง

  • โอกาสถูก 7 ครั้ง (70%) กำไรรอบละ 10% รวมกำไรเท่ากับ 7 x 10 = 70%
  • โอกาสผิด 3 ครั้ง (30%) ขาดทุนครั้งละ 30% รวมขาดทุน 3 x 30 = 90%
  • ดังนั้นถ้าผ่านไป 10 ครั้ง จะกำไร - ขาดทุนรวม = (7 x 10) - (3 x 30) = 70 – 90 เท่ากับขาดทุน 20%

จากตัวอย่างข้างต้น เราก็จะพอมองเห็นภาพแล้วว่าถ้านาย VI ลงทุนแบบนี้ตลอด 10 ปีหรือในระยะยาวแล้ว นาย VI ก็น่าจะมีโอกาสขาดทุนมากกว่ากำไรนั่นเอง

สำหรับนักลงทุนที่จะลองพิจารณาใช้ค่าสถิติสองตัวนี้ ท่านจะต้องทำการเก็บข้อมูลการลงทุนที่ผ่านมาของท่านก่อน แล้วเอามาคำนวณค่าสถิติตามตัวอย่างข้างต้น  ถ้าดูแล้วว่าค่าที่ได้เป็นลบ ก็แสดงว่าสมควรจะต้องมีปรับกลยุทธ์การลงทุนใหม่ กล่าวคือ อาจจะเล็งกำไรต่อรอบให้มากขึ้น หรือตัดขาดทุนให้เร็วขึ้น เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าในการลงทุนแต่ละรอบ (ปรับ RRR) หรือแม้แต่ทางเลือกที่ยากกว่า คือ การปรับเพิ่มความแม่นยำในการเลือกหุ้น (ปรับ Win / Loss ratio) เป็นต้น แต่หากท่านใดได้ค่าการคำนวณเป็นบวกอยู่แล้วก็แสดงว่าระยะยาวท่านน่าจะประสบความสำเร็จในการลงทุนได้ สุดท้ายนี้ ผมหวังว่าค่าสถิติทั้งสองตัวนี้จะช่วยให้นักลงทุนทุกท่านมีโอกาสทำกำไรระยะยาวจากการลงทุนในตลาดหุ้นนะครับ

แชร์ข่าว :
Tags:

i-Newspaperดูทั้งหมด

จัด‘3แสนไร่’ป้อนอุตฯอีอีซี