ดร.ธัญ ธำรงนาวาสวัสดิ์

Principal Partner of Slingshot Group & Director of The Iclif Leadership Centre

12 ตุลาคม 2560
752

To-Dream List

“รบกวนอาจารย์นะครับ ถ้าอยากเป็น 1% เราต้องเริ่มที่กระบวนการใดครับ”

คำถามข้างต้นเป็นของ คุณ Suthep Saowamas สอบถามมาจากเรื่อง The 1% ขอบคุณมากครับ

คำตอบที่ผมให้ไปคือ “เริ่มด้วยการเลิกทำ To-Do list แล้วเปลี่ยนมาทำ To-Dream list ครับ ^^”

The 1% พูดถึงปรากฏการณ์แห่งยุค 4.0 ที่ช่องว่างระหว่างทุกสิ่งอย่างกว้างออกเรื่อยๆ คนรวยก็รวยไม่หยุด คนจนก็จนไม่ยั้ง Content Leaders ในโลกออนไลน์มีเพียงหยิบมือ ส่วน Lurkers ที่เหลือแค่สิงเพื่อรออ่าน 

ขณะที่ Wal Mart ใช้เวลาห้าสิบปีในการสร้างอาณาจักร Alibaba ใช้เวลาเพียงวันเดียวได้ยอดขาย 18,000 ล้านดอลลาร์ ในองค์กรก็เช่นกัน หุ่นยนต์กับคอมพิวเตอร์กำลังจะตียึดพื้นที่คนทำงานอีก 99% และ Leaders-per-capita ไม่ยักเพิ่มตามการเติบโตทางธุรกิจ

อ.ธรณ์ ผู้เป็นพี่ชายเอาเรื่องผมไปช่วยแชร์ แต่แอบค่อนขอดว่า “ดร.ธัญอธิบายโดยง่าย Be a Leader, Don’t be a Lurker คงมีบางคนที่อยากหาอะไรมาเขวี้ยงใส่ดร.ธัญ แล้วมันทำยังไงล่ะเฟ้ย” 

ค่อยๆ ปล่อยสิจ๊ะพี่ชาย ค่อยๆ ปล่อย

To-Do List หมายถึงการเขียนสิ่งที่ต้องทำในปัจจุบัน ส่วน To-Dream List คือการเขียนสิ่งที่อยากเห็นเกิดขึ้นในอนาคต

เราเคยถูกฝึกให้เขียนว่าในแต่ละวันต้องทำอะไรบ้าง เพราะยุค 3.0 แห่ง industrialization เน้นประสิทธิภาพและประสิทธิผล ทำตามออเดอร์อย่างไรให้ได้มาตรฐานที่สุดโดยใช้งบน้อยที่สุด นักเรียนต้องจดการบ้านทุกวัน ลูกทีมถูกเรียกคุยทุกเช้าว่า วันนี้มีงานอะไร แล้วทั้งหัวหน้า และครูคอยเดินตรวจว่าทำถูกต้องไหม

แต่การบริหารในโลก Open Source 4.0 ไม่สามารถพึ่ง To-Do List ได้เพียงอย่างเดียวแล้ว การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นรวดเร็วชั่วพริบตา ประเทศไทยเราเคยกังวลแค่ว่า มุกรับจ้างผลิตที่ใช้หากินมากำลังจะหมดไป ค่าแรงสู้เพื่อนบ้านไม่ได้ ไม่มีนวัตกรรมเป็นของตัวเอง 

ผ่านไปแป๊บเดียวตอนนี้แรงงานทั้งโลกกำลังกังวลว่ามนุษย์จะถูกหุ่นยนต์เข้ามาทดแทน อนาคตวิ่งไกล และขยายกว้างเกินปัจจุบันจะตามทัน

เลิกทำ To-Do list แล้วเปลี่ยนมาทำ To-Dream list

หยุดถามลูกว่าเขาอยากเรียนอะไร จงถามเขาว่าอยากเป็นคนแบบไหน และโลกที่เขาอยากเห็นหน้าตาเป็นอย่างไร

ข้อคิดของผู้นำสมอง

1. Crisis is An Opportunity ความฝันไม่ใช่เรื่องใหม่

สิ่งที่เปลี่ยนไปคือโอกาสทำมันให้เป็นจริง โลก 4.0 คือ Age of Opportunity ที่จะให้โอกาสทุกคนเป็น 1% ผู้เปลี่ยนโลก 

ในงาน Leadership Energy Summit Asia 2017 คุณก้อง อรรฆรัตน์ นิติพน ผู้ก่อตั้ง Mushroom TV เจ้าของรายการ อายุน้อยร้อยล้าน เล่าถึงเรื่องราวของคุณลุงสุขสรรค์ ชายพิการผู้ตรากตรำทำขนมปั้นสิบส่งลูกสาวเรียนแพทย์ ซึ่งทูตทุนต่อฝันทั้งสองคน คุณชนิสรา โททอง และ คุณวรวิชฬ์ วรมุกสิก เปลี่ยนชีวิตของเขาด้วยคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่อง และเว็บไซต์สร้างแบรนด์ ทำให้คนทั่วประเทศสามารถเข้าถึงขนมปั้นสิบสุขสรรค์ได้ในชั่วข้ามคืน

2. The Brain doesn’t like to dream สมองไม่ถนัดกับการฝันเพราะมันกินไฟ 

ลำดับการคิดที่สมองชอบคือ ปัจจุบัน อดีต และอนาคต ยามประชุมเราจึงมักได้ยิน“ตอนนี้มีปัญหาอะไร ยอดขายเป็นอย่างไร”  เสร็จแล้วพี่ก็จะเล่า “ประสบการณ์สมัยเริ่มทำงานใหม่ๆ” กว่าจะมาถึง “แล้วเราต้องทำอะไร” ก็จวนท้ายชั่วโมง ส่วน “เราอยากเห็นอนาคตเป็นอย่างไร” แทบไม่เคยได้คุยกัน 

ฉะนั้นอย่าปล่อยให้สมองนำคุณ แต่จงเป็นผู้นำสมอง เช้ามาถึงที่ทำงานอย่าเพิ่งเปิดอีเมล์หา To-Do list ใช้เวลาชั่วโมงแรกของวันเงียบๆ คนเดียว คิดถึง To-Dream list ของคุณ

3. Stop if you don’t see a future อย่าลาออกจากงานเพียงเพราะไม่ชอบปัจจุบัน แต่จงลาออกหากไม่เห็นอนาคต 

หลายคนเลือกเดินออกจากองค์กรเพราะไม่ชอบหัวหน้า งานหนักและเหนื่อย สุดท้ายกลับมานั่งเสียดายโอกาสว่า ถ้าวันนั้นสู้วันนี้คงสำเร็จ แต่ก็เห็นอีกหลายคนที่ทนอุทิศตนให้องค์กรหามรุ่งหามค่ำเพื่อท้ายสุดก็ไม่ได้อะไร 

ถ้าอย่างนั้น อย่างไหนถูก ควรทนหรือควรไป  คำแนะนำคือฝึกสมองให้เปลี่ยนมุมมองจากปัจจุบันไปสู่อนาคต มองให้ไกลกว่าแค่ความลำบากที่เผชิญ หากเหนื่อยแล้วเห็นอนาคตก็อยู่ หากเหนื่อยแล้วไม่มีอนาคตก็ไปครับ

Don’t bother with dreams that happen when you are asleep. It’s the dreams which keep you awake that matter! 

อย่าสนใจความฝันที่เกิดขึ้นยามคุณหลับ จงใส่ใจและไขว่คว้าหาความฝันที่ทำให้คุณตื่น ถ้าอยากจะเป็น 1% คุณต้องมีเรื่องให้นอนกระสับกระส่ายทุกคืน

หากเมื่อวานคุณนอนหลับสนิท เช้านี้หยิบปากกามาเริ่มลงมือเขียน To-Dream list ได้เลยครับ!

แชร์ข่าว :
Tags: