ธนพล ทรัพย์สมบูรณ์

กรรมการผู้จัดการ แอดยิ้มออนไลน์ เอเจนซี่ tanapon@adyim.com

6 ตุลาคม 2560
1,484

Digital Marketing ยามเศรษฐกิจตกสะเก็ด

ยามนี้เวลานี้ คุยกับใคร ก็มีแต่บ่นครับ เศรษฐกิจไม่ดี ยอดขายตก ลูกค้าหาย ฯลฯ

ไปออกกำลังกายคุยกับเทรนเนอร์ เทรนเนอร์บอกว่าลูกค้าหายไปกว่า 40% คุยกับแม่ค้าขายขนมหน้าปากซอย ก็เจอแม่ค้าบ่นต่ออีก ลูกค้าหายไปเกินครึ่ง น่าจะเพราะโดนคนขายขนมออนไลน์แย่งลูกค้าไป

ผมได้แต่พูดในใจว่า วันก่อนเพิ่งจะมีคนขายของออนไลน์มาปรึกษาผมเอง ว่ายอดขายตก ทำอย่างไรดี

สรุปได้ว่า คนทำธุรกิจ บ่นกันทั่วหน้า จะออนไลน์ออฟไลน์ก็ไม่มีข้อยกเว้นครับ ขนาดมาม่า ยังยอดขายตก จนหลายคนแอบมึนว่า เกิดอะไรขึ้นกับเศรษฐกิจไทยกันแน่

แต่บ่นไปก็เท่านั้นครับ ชีวิตต้องสู้ต่อไป ดังนั้นวันนี้ โซวบักท้ง เลยถือโอกาส มานำเสนอกลยุทธ์ Digital Marketing ยามเศรษฐกิจตกสะเก็ดเสียเลย

ว่ากันเป็นข้อๆ ดังนี้ครับ

1) งัดบุญเก่าขึ้นมาใช้ ขายของกับฐานลูกค้าที่มีอยู่เดิม

ตามทฤษฎีครับ ค่าใช้จ่ายในการหาลูกค้าใหม่ สูงกว่าค่าใช้จ่ายในการรักษาลูกค้าเดิมถึง 3-5 เท่า ดังนั้นในยามที่เศรษฐกิจเป็นเช่นนี้ การจะไปวิ่งหาลูกค้าใหม่ ดูออกจะเป็นเรื่องยาก เราน่าจะหันมาใส่ใจกับลูกค้าเดิม หรือ ลูกค้าเก่า ที่เคยใช้สินค้าหรือบริการของเรามาก่อน คนไหนที่ทำ Digital Marketing มาสักหนึ่ง ก็น่าจะมีฐาน Database ลูกค้า เก็บไว้บ้าง อาจจะเป็นอีเมล เบอร์โทรศัพท์ Line@ ฯลฯ

ง่ายที่สุดเลย ก็เป็นการส่งอีเมลไปขายของ หรือ อาจจะเป็นลงโฆษณาบนเฟซบุ๊ค แบบ Custom Audience คือ นำอีเมล หรือ เบอร์โทรศัพท์ import เข้าไปในระบบโฆษณาของเฟซบุ๊ค โดยคนที่จะเห็นโฆษณาของเรา จะเป็นแค่คนที่เราระบุอีเมล หรือ เบอร์โทรศัพท์ เอาไว้เท่านั้น

สำหรับคนที่ทำ Digital Marketing แต่ไม่เคยเก็บสะสมฐานข้อมูลของลูกค้าเลย ขออนุญาตหยิบไม้เรียว แล้วฟาดให้ก้นลาย

เริ่มเสียแต่วันนี้ เดี๋ยวนี้เลยครับ อย่าให้พิโรธ!

2) ลดแลกแจกแถม จัดโปรโมชั่น

หนึ่งในกลยุทธ์สุดแสนคลาสสิค คือการจัดโปรโมชั่นครับ

ส่วนตัวแล้ว ผมค่อนข้างจะหลีกเลี่ยงกลยุทธ์นี้ครับ เพราะดูเป็นการหั่นกำไรของตัวเองลง และอาจส่งผลเสียต่อแบรนด์ในระยะยาว แต่ในกรณีที่เศรษฐกิจไม่ค่อยจะดีเช่นนี้ ผมกลับมองว่า เป็นข้อยกเว้นครับ

การกอดสต็อกสินค้าไว้แล้วขายไม่ได้ สู้ว่าขายของเอาเงินสดเข้ามาสำรองไว้ก่อนดีกว่า ถือโอกาสระบายของออก ลดจำนวนสต็อกลงให้น้อยที่สุด เพื่อลดความเสี่ยง อาจจะเป็นการลดราคา หรือมัดรวมสินค้าเข้าด้วยกัน ซื้อ 2 แถม 1 ซื้อตัวนั้น แถมตัวนี้ ส่งสินค้าฟรี ฯลฯ

กลยุทธ์นี้ อาจนำไปใช้ร่วมกับกลยุทธ์ที่ 1 ได้ครับ คือเน้นขายไปที่กลุ่มลูกค้าเดิมที่เคยซื้อสินค้าเราอยู่แล้ว เพราะ โอกาสที่ลูกค้าเก่าจะซื้อสินค้า มีสูงกว่าการวิ่งไปหาลูกค้าใหม่ๆ ค่อนข้างมากครับ

3) มองหา Community แล้วค่อยหาสินค้าไปขาย

อันนี้ขอพูดเผื่อไว้ในเคส พ่อค้าแม่ค้ามือใหม่ ที่กำลังเตรียมตัวกระโดดเข้าวงการขายของออนไลน์ในยามเศรษฐกิจขาลง

ผมโดนคำถามบ่อยมาก ว่าอยากจะขายของออนไลน์ ขายอะไรดี ครีม เสื้อผ้า หรือกระเป๋า แต่จริงๆ คำถามที่ดีกว่ามากๆ คือ จะขายของออนไลน์ให้กับใครครับ

ถ้าเราสามารถระบุตัวตนที่ชัดเจน และสามารถรู้ได้ว่ากลุ่มลูกค้าเป้าหมายของเรา อาศัยอยู่ที่ใดบนอินเทอร์เน็ต โอกาสที่ประสบความสำเร็จในขายของจะมีมากกว่า

ลองแอบเข้าไปดูใน Community หรือ Facebook Group ที่มีคนอยู่เยอะๆ ลองดูที่พวกเขาพูดคุยกัน แล้วลองคิดดูว่าควรจะหาสินค้าอะไรไปขายพวกเขาดี

มีเคสตัวอย่างของรุ่นน้องคนหนึ่งครับ เขายอมรับอย่างลูกผู้ชายว่า เขาเป็นเกย์ ซึ่งตัวเขาเองก็แอบสถิตอยู่ใน Group Online ของบรรดาชาวเกย์ด้วยกัน จนกระทั่งวันหนึ่ง เขาไปพบปัญหาใหญ่ที่บรรดาชาวเกย์กลุ้มอกกลุ้มใจกัน

นั่นก็คือ ชาวเกย์ส่วนใหญ่มีก้นดำ และอยากจะมีก้นขาวใสครับ

รุ่นน้องผมคนนี้ล้ำมาก เลยคิดค้นนวัตกรรมใหม่ เป็นครีมทาแก้ก้นดำ

แทนที่จะไปทำครีมทาหน้า ขาวใส ที่คู่แข่งมีมากมายเป็นร้อยเป็นพัน แต่ทำเป็นครีมทาแก้ก้นดำแทน โดยขายแค่ Group Online ของบรรดาชาวเกย์ เพียงแค่นี้

รุ่นน้องผมบอกแค่สั้นๆ ครับ “ผลิตไม่ทัน”

สำหรับคนที่มีสินค้าอยู่ในมืออยู่แล้ว ก็อาจจะลองประยุกต์ใช้กลยุทธ์อันนี้ได้ครับ ลองสอดส่องมองหา Online Group ว่ามีกลุ่มไหนบ้าง ที่น่าจะมีกลุ่มลูกค้าของเราอาศัยอยู่ และลองเข้าไปนำเสนอสินค้าดู ( ถ้าเขาอนุญาตนะ )

ที่กล่าวมาทั้ง 3 กลยุทธ์ ถือเป็นกลยุทธ์ง่ายๆ ทุกคนน่าจะพอนำไปประยุกต์ และปรับใช้กับธุรกิจของตัวเองได้

โซวบักท้ง ขอเป็นกำลังใจ ให้ทุกคนฟันฝ่า วิกฤตเศรษฐกิจในครั้งนี้นะครับ

แชร์ข่าว :
Tags:

i-Newspaperดูทั้งหมด

หุ้นไทยรอปลดล็อกเลือกตั้ง