HR Recipe

พรรณพร คงยิ่งยง รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส Chief People Officer ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

4 ตุลาคม 2560
2,822

Change Management

ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้ดิฉันได้รับคำถามยอดฮิตจากผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนาที่ดิฉันได้รับเชิญไปเป็น Guest Speaker เพื่อแชร์องค์ความรู้

ในเรื่องการทำ People Transformation ของ SCB หรือแม้แต่แขกของหน่วยงานจากองค์กรต่าง ๆ ที่ขอเข้ามาดูงานกับเราก็มักจะถามด้วยคำถามเดียวกันว่า Change คืออะไร และจะบริหารจัดการ ให้สำเร็จได้อย่างไร โดยส่วนตัวแล้วดิฉันมองว่า Change หรือการปรับเปลี่ยนองค์กรนั้นก็หนีไม่พ้นการมี initiative หรือการทำ project ใหม่ ๆ เพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงาน ระบบ การให้บริการ หรือการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ให้กับลูกค้า ซึ่ง initiative เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็น change ที่องค์กรทำเพื่อให้เรายังสามารถแข่งขันได้ทั้งสิ้น นอกจากการทำให้เกิด change จะเป็นเรื่องที่สำคัญแล้วยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญและจำเป็นต้องทำควบคู่กันไปคือเรื่องการบริหารการเปลี่ยนแปลงหรือ Change Management นั่นเอง

การเปลี่ยนแปลงนั้นจะบริหารให้สำเร็จได้มันมีขั้นตอนที่สำคัญอยู่ 5 ขั้นตอน เริ่มจากการประเมินหรือมองให้เห็นความจำเป็นที่ต้องเปลี่ยนแปลงเป็นขั้นแรก จากนั้นจึงตั้งเป้าหมายและตัววัดความสำเร็จของการเปลี่ยนแปลงนั้น ๆ ให้ชัดเจนเป็นขั้นที่สอง ขั้นต่อมาคือวางแผนสื่อสารการเปลี่ยนแปลงให้มีประสิทธิภาพให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกคนได้ตระหนักและเข้าใจอย่างถ่องแท้ ขั้นที่สี่คือเตรียมพนักงานและผู้บริหารให้ทำการเปลี่ยนแปลง และขั้นสุดท้ายคือการลงมือปฏิบัติในระดับพนักงานและต้องทำให้การเปลี่ยนแปลงนั้นคงอยู่ตลอดไป ในทุก ๆ ขั้นตอนนี้ถ้าเราทำได้ดีและมีประสิทธิภาพเราจะมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงมาก

จากที่ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์เรื่องการบริหารการเปลี่ยนแปลงกับองค์กรอื่น ๆ ดิฉันพบว่าปัญหาส่วนใหญ่ที่พวกเราเจอก็คือพนักงานไม่พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานเป็นแบบใหม่และรู้สึกว่าไม่ได้รับการสนับสนุนให้รับการเปลี่ยนแปลงได้ทันท่วงที ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ดิฉันเห็นว่ามันมีอุปสรรคหรือ barrier สามเรื่องที่พนักงานกำลังเผชิญอยู่นั่นก็คือ Will, Skill และ Hill ซึ่งองค์กรต้องให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนให้พวกเขาก้าวข้ามอุปสรรคเหล่านี้ไปให้ได้

อุปสรรคในเรื่องของ Will ก็คือการขาดแรงจูงใจ ไม่เต็มใจรับการเปลี่ยนแปลง เราจึงต้องตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน สร้าง alignment ที่ดี และสื่อสารทำความเข้าใจกับพนักงานทุกระดับอย่างมีประสิทธิภาพก็จะช่วยลดปัญหาลงได้ อุปสรรคต่อมาเป็นเรื่อง Skill คือการขาดความรู้และทักษะที่จำเป็นในการทำงานบนโลกดิจิทัล 

ในเรื่องนี้เราได้เตรียมหลักสูตรฝึกอบรมเพิ่มทักษะความรู้เรื่องดิจิทัลไว้และยังมี Future Banking Academy ที่จะช่วยยกระดับความสามารถคนของเราให้ทันกับระบบ เทคโนโลยี และ Application ใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา อุปสรรคที่สามคือเรื่องของ Hill เปรียบเสมือนภูเขาสูงที่ต้องก้าวข้าม ซึ่งเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมในการทำงานไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโครงสร้างองค์กร วัฒนธรรม วิธีการทำงาน ระบบงาน ฐานข้อมูล และการเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ที่ยังไม่เอื้อต่อการทำงานในยุคนี้ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เพราะบนโลกสมัยใหม่การบริหารจัดการไม่ใช่แค่การจัดองค์กรที่เป็นกล่อง ๆ เป็น vertical organization 

การบริหารจัดการมันกลายเป็นเรื่องที่เราจะต้องทำให้เกิดความยืดหยุ่นและทำงานร่วมกันเป็นทีมมากขึ้น เราต้องสร้าง platform ในการทำงานใหม่ที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่เอื้อประโยชน์ต่อ economy ที่เปลี่ยนไป ซึ่ง platform การทำงานแบบนี้ต้องมีความยืดหยุ่น เติบโตได้ และสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือกันให้มากขึ้นด้วยการแชร์ข้อมูลให้กันผ่าน platform ทำให้เราสามารถทำงานที่ไหนก็ได้โดยไม่มีผลต่อ productivity และในขณะเดียวกันก็ทำให้ต้นทุนในการบริหารถูกลงอีกด้วย 

การจะทำเช่นนี้ได้เราต้องสร้าง workforce ในองค์กรให้ทันสมัย โดยในเบื้องต้นเราต้องเปลี่ยน mindset ของคนก่อน จากที่คิดว่าการทำงานต้องใช้อำนาจอนุมัติไปตาม corporate ladder ที่มีหลายขั้นตอนมาเป็นการทำงานเป็นเครือข่ายหรือเป็นกลุ่มด้วยการใช้ technology เป็น enabler ทำงานกันเหมือนเป็น virtual team โดยไม่ต้องอยู่ที่เดียวกันแต่ก็ทำงานให้สำเร็จได้ ขณะเดียวกันก็ต้องสร้างพื้นฐานในการพัฒนาระบบ ความเข้าใจวัฒนธรรมองค์กรต้องเปิดโอกาสและพัฒนาทักษะให้พนักงานที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความพร้อมในโลกดิจิทัลสามารถไป convince ผู้บริหาร (ซึ่งยังไม่พร้อม) ให้ปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานให้ไปด้วยกันบนโลกยุคใหม่ได้ ก็จะทำให้เราเป็นองค์กรที่คนรุ่นใหม่อยากจะเข้ามาร่วมงานด้วย

ที่ SCB เรายังได้สร้างเครือข่ายของ Change Champion ขึ้นมาเพื่อเป็นแรงผลักดันและเป็นกระบอกเสียงสำคัญในการสร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงซึ่ง Change Champion ของเรานี้มีทั้ง Project Manager และพนักงานอื่น ๆ จากหลากหลายหน่วยงานที่เราคัดเลือกขึ้นมาด้วยคุณสมบัติที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง มีทัศนคติที่เป็นบวก มีความสามารถในการสื่อสารและทำงานร่วมกันเป็นทีม เครือข่ายเหล่านี้จะผ่านการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะในการเรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ การบริหารจัดการผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในแต่ละ project เพื่อให้เกิดผลสำเร็จ และการทำงานร่วมกันเป็นทีมซึ่งทุกคนต้องตระหนักถึงความสำคัญของ The Power of Collaboration ที่เกิดจากการทำงานเป็นทีม นอกจากนี้ก็ยังจะต้องฝึกอบรมผู้บริหารระดับสูงให้มีความรู้ ทักษะ และ mindset เรื่องดิจิทัลให้ถูกต้อง ไม่ใช่มองเห็นเป็นแค่การเรียนรู้ technology ใหม่ ๆ ต้องใส่ใจที่จะ engage ตัวเองไปกับการเปลี่ยนแปลงในแบบเดียวกันเพื่อเป็น role model ให้กับพนักงาน การขับเคลื่อนแบบนี้จึงจะทำให้การเปลี่ยนแปลงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลสำเร็จได้อย่างแท้จริง

 

แชร์ข่าว :
Tags:

i-Newspaperดูทั้งหมด

รัฐไฟเขียวแพ็คเกจฟื้นท่องเที่ยว