แจ็ค มินทร์ อิงค์ธเนศ

18 กรกฎาคม 2560
754

รีเซ็ตธุรกิจ

เมื่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไม่ได้มีคู่แข่งรายสำคัญเพียงแค่ โตโยต้า นิสสัน ฮอนด้า เมอร์เซเดส-เบนซ์ บีเอ็มดับเบิ้ลยู ฯลฯ

เพราะเมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญ กูเกิลและแอ๊ปเปิ้ลก็ประกาศว่าพร้อมจะส่งรถไร้คนขับลงสู่ตลาดในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

หันมามองที่ธุรกิจธนาคารและสถาบันการเงิน คู่แข่งของซิตี้แบงก์ จึงอาจไม่ได้มีเพียงเชสแมนฮัตตัน ในขณะที่ธนาคารกรุงเทพ ก็ไม่ได้แข่งขันกับธนาคารกสิกรไทยเช่นเดียวกัน เพราะวันนี้บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านไอทีก็ขยายตัวมายังบริการทางการเงินมากขึ้นทุกวัน ผู้บริโภคในทุกวันนี้จึงมีทางเลือกมากขึ้นทั้งซัมซุงเพย์ หรือแอ๊ปเปิ้ลเพย์ที่นิยมมากในสหรัฐ

หนึ่งในบริษัทที่ผมมีโอกาสไปเยี่ยมชมกิจการในประเทศจีนคือ WeBank ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือ TenCent ยักษ์ใหญ่ด้านไอทีของจีนที่คนไทยอาจคุ้นเคยกันบ้างกับแอพพลิเคชั่น WeChat ที่เป็นคู่แข่งกับ Line แต่ปริมาณผู้ใช้ต่างกันมหาศาลเพราะ WeChat เน้นตลาดจีนที่มีประชากรมากกว่า

WeBank ถือกำเนิดเมื่อปี 2015 หลังจากพบว่าข้อมูลที่ได้จาก WeChat นั้นก่อให้เกิดโอกาสทางการตลาดมากมายมหาศาล เพราะธุรกิจที่ไม่มีค่าบริการอย่าง WeChat นั้นผู้บริโภคมักไม่ค่อยสนใจอ่านเงื่อนไขการใช้บริการที่เป็นตัวอักษรเล็กจิ๋วยาว 3-5 หน้าที่ระบุว่าผู้ให้บริการมีสิทธิอ่านข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อนำไปใช้วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคได้

ข้อมูลเหล่านี้เป็นที่ต้องการของบริษัททั่วไปเพราะในยุคออนไลน์เช่นทุกวันนี้ไม่มีใครอยากเสียเงินโฆษณาจำนวนมากไปกับสื่อที่ไม่รู้ว่าจะตรงกับกลุ่มเป้าหมายของตัวเองหรือไม่ ในขณะที่ข้อมูลลูกค้าเหล่านี้สามารถนำมาวิเคราะห์ความชอบความสนใจในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ทำให้เลือกส่งข้อมูลให้ลูกค้าได้ถูกต้องแม่นยำมากกว่าเดิมมาก

เมื่อขายข้อมูลให้กับลูกค้ารายอื่น ๆ มานาน WeChat ก็เห็นว่าข้อมูลที่มีมากมายนั้นสามารถนำมาวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้เงินของลูกค้ารายย่อยได้ จึงก่อตั้ง WeBank ขึ้นมาเพื่อให้สินเชื่อแก่ลูกค้ารายย่อย โดยอาศัยข้อมูลจากระบบของตัวเองเป็นหลัก

เมื่อจำนวนผู้ใช้งาน WeChat ทวีคูณขึ้นถึง 938 ล้านคน นั่นจึงเป็นฐานข้อมูลลูกค้าขนาดมหึมาจนทำให้ WeBank มีลูกค้าสูงถึงกว่าร้อยล้านคนในระยะเวลาเพียงแค่ 2 ปีเท่านั้น ในขณะที่ธนาคารในบ้านเราที่ก่อตั้งมายาวนานเกือบ ๆ ร้อยปีมีจำนวนบัญชีรวมกันทั้งประเทศยังไม่ถึงหลักร้อยล้านบัญชีเลย

WeBank ให้บริการสินเชื่อรายย่อยตั้งแต่ 300 หยวนหรือประมาณ 1,500 บาทไปจนถึง 1 ล้านหยวนหรือ 5.3 ล้านบาท โดยใช้ระบบฐานข้อมูลบิ๊กดาต้าของตัวจึงพิจารณาอนุมัติได้ในระยะเวลาเพียง 5 วินาทีเท่านั้น

ลองคิดดูถึงระบบการพิจารณาสินเชื่อในปัจจุบันของธนาคารไทยซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วต้องใช้เวลาตรวจสอบข้อมูลถึงประมาณ 2 อาทิตย์ในขณะที่ธนาคารน้องใหม่ที่อาศัยเพียงฐานข้อมูลจากโซเชียลมีเดียของตัวเองนั้นกลับพิจารณาให้สินเชื่อได้เพียง 5 วินาที

สิ่งที่ผมถามผู้บริหารของเขาคือการใช้ข้อมูลจากระบบแต่เพียงอย่างเดียวจะถูกต้องแม่นยำสู้การประเมินในรูปแบบดั้งเดิมได้หรือไม่ คำตอบคือหนี้เสียในระบบของ WeBank นั้นต่ำมากเพียงไม่ถึง 3% ของสินเชื่อรายย่อยทั้งหมดเท่านั้น

นั่นหมายความว่าการใช้สินเชื่อรายย่อยที่อัตราดอกเบี้ยค่อนข้างสูงที่น่าจะมีความเสี่ยงสูงแต่กลับคุมหนี้เสียให้ไม่เกิน 3% จึงหมายถึงผลกำไรมหาศาลเมื่อเทียบกับธนาคารและสถาบันการเงินที่ทำธุรกิจแบบเดิมมาเป็นร้อย ๆ ปี

การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้จึงเป็นเสน่ห์ให้คนที่ทำธุรกิจในทุกวันนี้ ไม่ว่าจะอายุมากเพียงใด มีประสบการณ์มายาวนานแค่ไหน หรืออยู่ในตระกูลที่มีชื่อเสียงเพียงใดก็ต้องประสบกับความผันผวนที่เข้ามาเปลี่ยนโฉมธุรกิจของตัวเองอยู่ตลอดเวลา

การเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ จึงจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่เราสะสมมาอาจมีค่ากลายเป็นศูนย์ได้ทุกเมื่อ เราต้องตระหนักว่ากำลังอยู่ในช่วงวิกฤติที่มีทั้งความอันตรายและโอกาสมาถึงพร้อม ๆ กัน

แชร์ข่าว :
Tags: