ธนพล ทรัพย์สมบูรณ์

กรรมการผู้จัดการ แอดยิ้มออนไลน์ เอเจนซี่ tanapon@adyim.com

21 เมษายน 2560
145

หยุดความสนใจ ด้วยการหยุดนิ้วโป้ง!

มีความโชคดีครับ ที่จู่ๆทาง Facebook ก็เชิญไปฟังสัมมนาเกี่ยวกับ “Facebook Advertising”

เนื้อหาภายในสัมมนาแน่นอนครับ ก็ว่าด้วย Feature ระบบโฆษณาต่างๆของ Facebook ตั้งแต่พื้นฐาน ไปถึงระดับ Advance ติดโค้ด pixel ทำ Re-Marketing กัน 8 ตลบ! ให้กลุ่มเป้าหมายเห็นโฆษณากัน จนตาลายกันไปข้าง จนหลวมตัวคลิกโฆษณาในที่สุด!

แต่เนื้อหาในงานส่วนที่ผมสนใจเป็นพิเศษและอยากเอามาแชร์กับผู้อ่านทุกคน กลับไม่ใช่ Feature โฆษณาใหม่ๆ หรือเทคนิคการลงโฆษณา Facebook แบบ Advance แต่อย่างใดครับ แต่กลับเป็นเรื่องของการเทคนิคการโพสต์เนื้อหาลงบน Facebook

โพสต์เนื้อหาลง Facebook อย่างไรให้มีคนอ่าน และมีค่า Engage เยอะๆ”

เรื่องนี้เป็นปัญหาโลกแตกของคนที่ทำ Content Marketing เพราะทุกวันนี้ Reach Content ของ Facebook น้อยลงเรื่อยๆ แถมจำนวน Content บน Feed ของ Facebook มันก็มากมายเหลือเกิน

ปัจจุบันนักการตลาด ไม่ได้ทำ Content แค่แข่งกับคู่แข่ง หรือนักการตลาดด้วยกัน แต่เราทำ Content แข่งกับ Users ด้วยกันต่างหาก ทั้งญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง พี่ป้า น้าอา เน็ตไอดอล ดารา บล็อกเกอร์ เซเลบ เว็บข่าว ไลฟ์สด The Mark Single , ฯลฯ

ดังนั้นการจะโพสต์ Content ให้คนสนใจมาอ่านนั้น จัดเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ลึกล้ำยิ่งกว่าจีบสาวงามเสียอีก

Facebook ทำการเปิดเผยเทคนิค ที่เรียกว่า “Thumb-Stopping” Content แปลเป็นไทยแบบลูกทุ่งๆว่า ทำ Content ให้คนหยุด“นิ้วโป้ง”

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนครับ ว่าทุกวันนี้คนเสพ Content Facebook ผ่านมือถือกันเป็นส่วนใหญ่ ผมจำตัวเลขเป๊ะๆไม่ได้ แต่น่าจะ 80-90% เลยทีเดียว

ดังนั้นในการทำ Content จะต้องเน้นการแสดงผล ผ่านหน้าจอมือถือเป็นหลัก เราอาจจะมองข้ามระบบเดสก์ท็อปที่เป็นผู้ใช้ส่วนน้อยไปก่อน

ทีนี้พฤติกรรมการเสพ Content Facebook บนมือถือของคนส่วนใหญ่ จะใช้มือข้างเดียว ท่ามาตรฐานคือ กำมือถือโดยเอาตัวเครื่องมือถือวางไว้บนฝ่ามือ จากนั้นก็เอานิ้วโป้งไถลลงเป็นจังหวะ แบบรูดปรื้ด รูดปรื้ด รูดปรื้ด

พอเจอ Content ที่น่าสนใจปุ๊บ ก็จะเอานิ้วโป้งกระแทกลงหน้าจอเพื่อหยุด!กึก !!

กรี๊ดดด ...คุณคือผู้โชคดี!! เจ้าของ Content ที่ถูกหยุดอ่าน น่าจะมีอารมณ์ประมาณนี้ เพราะถ้าดูจากสถิติอัตราการอ่าน Content ในแต่ละช่อง Feed ของ Facebook นั้น เวลาอ่านเฉลี่ยเพียงแค่ Content ละ 0.3 วินาทีเท่านั้น

ใช่ครับ 1 วินาที ยังไม่ถึงเลย !

ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจว่า Content ที่เราโพสต์ไป ทำไมคนถึง Like กันน้อย หรือมี Engagement ต่ำเตี้ย เพราะเวลาที่จะแวะดู Content นั้น มันเสี้ยววินาทีจริงๆ

ทีนี้โจทย์ก็จะอยู่ที่ว่า เราจะทำยังไงให้คนหยุดนิ้วโป้งที่ Content ของเราให้ได้

อยากจะรู้ทริค จริงๆ ไม่ยากเลยครับ… ลองหยิบมือถือขึ้นมารูดปรื้ดๆ ตามความเคยชิน แล้วลองสังเกตตัวเองดูว่าเราจะหยุดที่ Content ประเภทไหน

แต่ที่ผมสังเกต สรุปแบบง่ายๆ “ไม่ว่า Content จะมีเนื้อหาดีเพียงใดก็ตาม แต่ถ้ามันไม่สามารถกระชากสายตาคนอ่าน ในเสี้ยววินาทีได้ โอกาสที่จะหยุดนิ้วโป้งของคนอ่านได้ ก็จะน้อยลง”

ดังนั้น รูปภาพ จะมีผลค่อนข้างมากครับ รูปภาพในทีนี้ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องสวยงาม งานคราฟ ประหนึ่งครีเอทีฟเมืองคานส์ มาทำงานกราฟฟิคให้ แต่โดยหลักการคือ ต้อง“กระชากสายตา”

ในงานสัมมนา Facebook ยกตัวอย่าง เป็นภาพผู้หญิงตาเหลือก(แบบซูมภาพเข้าไปใกล้ๆ ) โดยผู้หญิงกำลังสูดบะหมี่กึ่งสำเร็จเข้าปาก ท่าทางเผ็ดร้อน เหงื่อแตก แต่ดูอร่อยเหาะ! ภาพนี้ Engagement ดีมาก เพราะมันดูน่าสนใจ น่าหยุดดู ทั้งที่ก็ไม่ได้สวยงามอะไร

Facebook ยังเปิดเผยอีกว่า Content ที่มีเป็น Format VDO ดูจะมีภาษีดีกว่าภาพนิ่ง พอสมควร เพราะมันมีการเคลื่อนไหว ดึงดูดสายตามากกว่า

ขณะที่ Copywriting ยังคงมีผลสามารถดึงความสนใจคนได้ แต่ว่า Text จะต้องตัวใหญ่ สั้นกระชับ แบบอ่านได้ทันที ที่รูด Content ผ่าน แบบเสี้ยววินาที

ประเภทตัวหนังสือเยอะๆ เล็กๆ หรือจะ ทำเป็น Info Graphic ที่มีเนื้อหาอัดแน่น พวกนี้คนจะรูดข้ามทันที เพราะดูไม่น่าสนใจ และคนขี้เกียจอ่านกัน

ที่สำคัญคือ ไม่ควรจะทำ Content ที่ดูทันที ก็รู้ว่าเป็นโฆษณา เพราะทันทีที่คนรู้ว่าเป็นโฆษณา คนจะรูด content หนีผ่านทันที

ดังนั้นแบรนด์ไหน คิดสั้นนำเอา Key Visual โฆษณาของแบรนด์ตัวเอง ที่โฆษณาทั้งทีวี ป้ายโฆษณา สื่อแมส ต่างๆ มาทำ Content ลงบน Facebook ด้วย อันนี้ไม่ต้องแปลกใจว่า ทำไม Engagement ถึงต่ำเหลือเกิน

พอรู้ทริคแล้ว ไม่ยากเลยใช่ไหมครับว่าจะทำ Content ยังไงให้หยุดนิ้วโป้งของคนอ่านได้

ใครที่ตอบว่า “ไม่ยาก” บริษัทของโซวบักท้ง รับสมัคร Content Creator อยู่นะครับ

แชร์ข่าว :
Tags:

i-Newspaperดูทั้งหมด

ไทยแลนด์ฟันด์ส่อชะงัก