เรวัต ตันตยานนท์

SMES Knowledge Community

3 มกราคม 2560
700

ธุรกิจกับการสร้างนวัตกรรม

สำหรับธุรกิจที่ต้องการความเติบโตที่แข็งแกร่ง จะต้องแสวงหาสิ่งใหม่หรือวิธีการใหม่มาเสริมเขี้ยวเล็บให้กับธุรกิจของตนอยู่ตลอดเวลา

เพราะไม่มีทางที่ธุรกิจจะสร้างผลผลิตใหม่ๆ ออกสู่ตลาดได้หากยังคงยึดติดอยู่กับความคิดและวิธีการดำเนินการแบบเดิมๆ

เรื่องของการสร้างนวัตกรรมทางธุรกิจ ก็ถือได้ว่าเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่สำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้สภาวะของเทคโนโลยีใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างมากมาย ตลาดที่ผันผวนคาดเดาได้ยาก และการดำเนินชีวิตของผู้คนที่เป็นไปอย่างรวดเร็วในทุกด้าน

นวัตกรรมทางธุรกิจ หมายถึง การนำเสนอสิ่งใหม่ ที่มีผู้ต้องการซื้อ และสามารถแพร่กระจายไปสู่ผู้บริโภคได้ในวงกว้าง ซึ่งรวมถึง นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ นวัตกรรมการให้บริการ นวัตกรรมรูปแบบธุรกิจ และนวัตกรรมกระบวนการผลิต เป็นต้น

ธุรกิจ อาจแสวงหาวิธีการสร้างนวัตกรรม ได้ดังนี้

1.กำหนดให้เรื่องของนวัตกรรมเป็นวิสัยทัศน์ในการดำเนินการของธุรกิจ และสื่อความให้ผู้บริหารและพนักงานได้รับทราบโดยทั่วกัน วิสัยทัศน์สู่การสร้างนวัตกรรม จะต้องสัมพันธ์หรือเสริมกับความสามารถ ความเชี่ยวชาญ และความชำนาญที่ธุรกิจมีอยู่แล้ว สำหรับธุรกิจที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ในการสร้างนวัตกรรม ควรเริ่มต้นจากสิ่งที่เป็นจุดแข็งในปัจจุบัน จะดีกว่าการที่จะเริ่มจากสิ่งใหม่ที่ยังไม่คุ้นเคยมาก่อน

2.เสริมสร้างทักษะ ความรู้ ความสามารถ ให้กับทีมงาน หากมีความจำเป็น อาจจะต้องสรรหาพนักงานใหม่ที่มีทักษะตรงความต้องการเข้ามาเสริม หรืออาจใช้ความช่วยเหลือในด้านขีดความสามารถเฉพาะด้านจากองค์กรภายนอก เช่น หน่วยงานภาครัฐ หรือการใช้ที่ปรึกษาธุรกิจมืออาชีพเข้ามาช่วยเติมในส่วนที่ต้องการเป็นครั้งคราว รวมถึงส่งเสริมวัฒนธรรมในการอยากรู้อยากเห็น การตั้งคำถามต่อประเด็นต่างๆ เพื่อแสวงหาคำตอบในแง่มุมใหม่ๆ คุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ จะเป็นกุญแจแห่งความสำเร็จที่สำคัญที่สุดต่อการสร้างนวัตกรรม

3.ให้ความสำคัญกับความต้องการ หรือปัญหาที่ลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายมีอยู่ เพื่อหาวิธีการใหม่ที่จะสนองความต้องการหรือแก้ปัญหาเหล่านั้นให้กับลูกค้าด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การมีปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับลูกค้า การสังเกตและทำความเข้าใจวิธีการใช้งานของลูกค้า ขอความคิดเห็นหรือให้ลูกค้าเข้ามาร่วมในการทดลองใช้นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้น การคิดในมุมมองของลูกค้าแทนที่จะคิดในมุมมองของธุรกิจหรือของผู้ผลิต ฯลฯ เป็นต้น

4.สนับสนุนบรรยากาศของการค้นหาสิ่งใหม่หรือวิธีการใหม่ภายในธุรกิจ เช่น การให้รางวัลแก่พนักงานที่เสนอแนะไอเดียต่างๆ ในการพัฒนาสินค้าหรือแก้ปัญหาในการผลิต จัดประกวดความคิดสร้างสรรค์ เพื่อนำไปสู่การนำเสนอสิ่งแปลกใหม่ที่ตรงกับความต้องการหรือความอยากได้ของลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ และให้โอกาสพนักงานได้แสดงออกถึงความสามารถที่ซ่อนอยู่ในตัวออกมาใช้ให้เป็นประโยชน์ในการสร้างนวัตกรรม

5.จัดโครงสร้างการดำเนินงานให้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน เช่น การตั้งทีมงานเฉพาะกิจเพื่อพัฒนาสินค้าหรือพัฒนาวิธีการทำงาน ซึ่งจะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ระหว่างคนที่ทำหน้าที่ต่างกัน หากโครงสร้างการบริหารงานยังแยกกันอยู่ เป็นฝ่ายเป็นแผนก ในลักษณะต่างคนต่างอยู่ ก็จะไม่ทำให้เกิดบรรยากาศสำหรับการคิดนอกกรอบขึ้นได้

6.เตรียมพร้อมเพื่อรับสภาพความเสี่ยงทางธุรกิจที่จะเกิดขึ้น เช่น มีการประเมินความเสี่ยงล่วงหน้าสำหรับนวัตกรรมที่จะนำออกสู่ตลาด โอกาสที่จะเกิดความเสี่ยง หรือการใช้ประสบการณ์ในอดีตที่เคยผิดพลาดมาเป็นครู ไม่ให้เกิดซ้ำอีก พึงระลึกเสมอว่า นวัตกรรมเป็นสิ่งที่มีความเสี่ยงเป็นธรรมชาติอยู่ในตัวเอง แต่หากไม่ต้องการรับความเสี่ยง ธุรกิจก็จะไม่เกิดโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนที่ต้องการกลับคืนมาได้

7.ผู้บริหารสูงสุดต้องเป็นผู้นำในการผลักดันให้เกิดนวัตกรรมขึ้นในธุรกิจ เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับผู้ตาม เป็นผู้แสวงหาโอกาสทางธุรกิจอยู่ตลอดเวลา และสามารถไขว่คว้าโอกาสที่เกิดขึ้นได้ด้วยความฉับไว

ขั้นตอนเหล่านี้ เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับธุรกิจขนาดย่อมที่ต้องการสร้างความเข้มแข็งหรือความเติบโตให้กับธุรกิจด้วยกลยุทธ์การสร้างนวัตกรรม

ซึ่งถือได้ว่าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากท่ามกลางการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของตลาดที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

แชร์ข่าว :
Tags: