ธีรพล แซ่ตั้ง

คิดแบบกลยุทธ์ ทำแบบมืออาชีพ

4 ตุลาคม 2559
1,611

เมื่อไหร่จะถึงเวลา..เปลี่ยนผู้นำให้เป็น "Coach

ในแต่ละวัน บรรดาผู้จัดการหรือผู้นำในระดับต่างๆ จะ "ใช้เวลาหมดไปกับเรื่องต่างๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาความคิดและความสามารถของลูกน้อง"

อันดับต้นๆ ที่ "ผลาญและเผาเวลา" ของผู้จัดการและผู้นำในระดับต่างๆ คือ...การประชุม!(เข้าใจครับ บริษัทของท่าน กำหนดบทบาทหน้าที่หลักให้กับท่านทั้งหลายคือ ประชุม...ประชุมมันเข้าไป หาสาระอันใดมิได้ซะเป็นส่วนมาก!)

อันดับรองลงมาที่เผาผลาญเวลาให้แต่ละวันหมดไปอย่างรวดเร็วคือ..การตามแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่มีมาไม่เว้นวัน!

และปัญหาจำนวนไม่น้อย เกิดจากลูกน้องของท่าน ที่ขยันส่งปัญหามาลับสมองท่านกันจริงๆ!

เวลาที่จะนั่งคิดวิเคราะห์ วางแผนต่างๆ แทบไม่มี ไม่ต้องพูดถึงเวลาที่จะพัฒนาและสร้างทีมงาน..

แต่ก็แปลกนะ บรรดาผู้จัดการ หรือผู้นำแต่ละระดับ...กลับมีเวลามานั่งพร่ำบ่น ไปจนถึงคร่ำครวญว่า ลูกน้องมีปัญหา!

ทีนี้ลองทบทวนและวิเคราะห์อย่างจริงจังดูสิครับ..

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ในรอบหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ในรอบสามเดือนที่ผ่านมา ยาวไป ยาวไปจนถึงในรอบครึ่งปีที่ผ่านมา..ท่านใช้เวลาอย่าง "สร้างสรรค์" อย่างมีคุณค่า ในการ Coach ลูกน้องแต่ละคนของท่านไปเท่าไหร่?

ผมจะไม่แปลกใจในคำตอบที่ท่านอาจจะตอบว่า ท่านยุ่งกับภารกิจมากมายในแต่ละวัน "จะเอาเวลาที่ไหนไปเป็น Coach หรือพัฒนาลูกน้อง!?" ที่พอจะทำได้อย่างมากก็ส่งลูกน้องไปอบรม หรือจัดฝึกอบรมในองค์กรไป1-2 ครั้ง ให้กับลูกน้องก็ถือว่าดีนักหนาแล้ว! จะเอาอะไรกับผมอีก!

และผมจะไม่แปลกใจอีกเช่นกัน ถ้าหลายๆ ท่านจะตอบว่า เวลาที่หมดไปกับลูกน้อง จะหมดไปกับการ "สั่ง" มากกว่า "การสอน" จะหมดไปกับการบ่น ด่า ต่อว่าลูกน้อง มากกว่าการพัฒนาความสามารถของลูกน้อง!

ถ้าเป็นแบบนี้... เวลาของผู้จัดการหรือผู้นำทุกระดับทุกสายงานของแต่ละที่ ที่ใช้เวลากับลูกน้อง.. จะเป็นการใช้เวลาไปอย่าง"ปราศจากคุณค่าและไม่สร้างสรรค์"!

เพราะนอกจากจะไม่ได้ใช้เวลาในการพัฒนาลูกน้องแล้ว..การเอาแต่ "สั่ง-ด่า-ตำหนิ" ยังเป็นการทำลายศักยภาพและขวัญ กำลังใจของลูกน้องได้อย่างมีประสิทธิภาพสุดๆ!

คำถามก็คือ... "ท่านจะรอให้ลูกน้องเก่งขึ้นมาเอง" หรือ "ฝากความหวังไปกับการฝึกอบรมเพียงครั้งสองครั้ง" แล้วจะแก้ปัญหาทุกอย่างเกี่ยวกับลูกน้องทั้งหมด..มันจะเป็นไปได้หรือครับ!?

ปัญหาและความสามารถที่ไม่เพียงพอของลูกน้องที่ท่านเผชิญอยู่ในทุกวันนี้ มันเป็นคำตอบในตัวเองอยู่แล้ว..

คำถามถัดไปก็คือ... แล้วเมื่อไหร่จะถึงเวลาที่ท่านจะ ปรับ-เปลี่ยน หรือเพิ่มบทบาทในการเป็น Coach ให้กับลูกน้อง?

 เพราะถ้าท่านไม่ทำ แล้วจะให้ใครทำให้ท่านล่ะครับ!?

มีหลายแนวทางในการเรียนรู้ เพื่อยกระดับตัวท่านจาก...ผู้จัดการหรือผู้นำธรรมดาๆ (ที่มีปัญหาในเรื่องลูกน้อง) ให้กลายเป็น Coach ได้ ลองตั้งใจใฝ่เรียนรู้ซักระยะนึง ฝึกฝนทักษะอีกซักหน่อย.. ท่านก็จะกลายเป็น Coach ให้กับลูกน้องของท่านได้อย่างไม่ยาก

จะเริ่มจากการอ่าน การเข้าสัมมนา หรือวิธีใดก็ได้ที่ทำให้ท่านได้เรียนรู้ แต่ต้องไม่ใช่แค่เรียนรู้ ต้องลงมือทำ แล้วท่านถึงจะค่อยๆ เห็นผลครับ

เพราะบรรดาผู้จัดการ หรือผู้นำทุกระดับในหลายองค์กรของทุกธุรกิจ ทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ เมื่อได้เรียนรู้ ฝึกฝนเพียงแค่ระยะเวลาสั้นๆ เพื่อปรับเปลี่ยนตัวเองให้เป็น Coach ทุกที่ต่างก็พบว่า ปัญหาของลูกน้องถึงจะไม่หมดไปร้อยเปอร์เซ็นต์ในทันทีทันใด ปัญหาก็ลดลงไปมาก เพราะ..

ผู้จัดการที่ปรับเปลี่ยนตนเองมาเป็น Coach รู้วิธีสื่อสารกับทีมงานอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช่สื่อสารเชิงลบ หรือสื่อสารด้วยอารมณ์แบบที่เคยเป็น

รู้ว่าปัญหาของลูกน้อง ต้องแก้ที่ทัศนคติ วิธีคิด ไม่ใช่มุ่งแก้แต่ทักษะเหมือนที่ผ่านๆ มา

รู้ว่าศักยภาพของลูกน้องแต่ละคน แตกต่างกัน จึงใช้วิธีการพัฒนาศักยภาพของลูกน้องแต่ละคนไม่เหมือนกัน ไม่ใช่แก้แบบเหมารวมจัดอบรมแค่ครั้งสองครั้งแล้วลูกน้องแต่ละคนจะเก่งขึ้นหรือพัฒนาขึ้น

รู้ว่า ลูกน้องจำนวนไม่น้อย ที่ลาออกไป เพราะเบื่อผู้จัดการมากกว่าเบื่องานหรือปัญหา!

โดยส่วนตัว ผมคิดว่า งานหลักของท่านในฐานะ ผู้จัดการหรือผู้นำทุกระดับในองค์กร...]

"คือการสร้างคน เพื่อให้คนของท่านสร้างผลงาน!"

เพราะถ้าท่านไม่สร้างคน คนของท่านจำนวนไม่น้อย นอกจากจะไม่สร้างผลงานแล้ว ยังจะสร้างปัญหาให้ท่านทั้งแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจ อย่างที่ท่านกำลังเจออยู่ในทุกวันนี้ครับ!

มาถึงคำถามสุดท้าย....

"แล้วเมื่อไหร่ ท่านที่มีปัญหาในเรื่องลูกน้อง หรือศักยภาพของลูกน้องส่วนมาก ไม่เป็นไปตามที่ท่านคาดหวัง...

จะเปลี่ยนตัวท่านให้เป็น Coach ซะทีล่ะครับ!?"

  

แชร์ข่าว :
Tags:

i-Newspaperดูทั้งหมด

สัญชาติไทย เรื่องไม่หมู(ป่า)