อาร์ม ตั้งนิรันดร

คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

15 มกราคม 2558
1,487

สุดยอดบริษัทนวัตกรรมจีน

ใครก็ตามที่ยังคิดว่าจีนมีแต่โรงงานผลิตสินค้าราคาถูกคุณภาพต่ำ อาจต้องคิดใหม่

Fast Company นิตยสารชั้นนำเกี่ยวกับนวัตกรรมและธุรกิจยุคใหม่ ได้ทำการจัดอันดับ “สุดยอดบริษัทนวัตกรรม” ส่งท้ายปีเก่า ในการจัดอันดับดังกล่าวบริษัทสุดยอดนวัตกรรมของโลกก็คือ Google ซึ่งนอกจากจะให้บริการ search engine แล้วยังมีทีมงานวิจัยผลิตภัณฑ์สุดยอดนวัตกรรมอื่นๆ ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าโลกอนาคต ตัวอย่างเช่น Calico (วิจัยเทคโนโลยีให้มนุษย์มีอายุยืนกว่า 100 ปี) Google Self Driving Car (รถที่ไม่ใช้คนขับ) Google Fiber (เทคโนโลยีเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้กับเมืองทั้งเมือง) Google Glass (แว่นตาอัจฉริยะ) Google Shopping Express (ช็อปปิ้งออนไลน์และบริการส่งของถึงบ้านภายในวันเดียว) เป็นต้น

นอกจากจะจัดอันดับบริษัทชั้นนำด้านนวัตกรรมจากทั่วโลกแล้ว นิตยสาร Fast Company ยังได้จัดอันดับ “สุดยอดบริษัทนวัตกรรมของจีน” เป็นการเฉพาะด้วย ใครก็ตามที่ยังคิดว่าจีนมีแต่โรงงานผลิตสินค้าราคาถูกคุณภาพต่ำ โดยไม่มีบริษัทที่คิดค้นนวัตกรรมชั้นนำเป็นของตัวเองแล้ว อาจต้องทบทวนเสียใหม่เมื่อได้ทำความรู้จักกับบริษัทจีนเหล่านี้

“สุดยอดบริษัทนวัตกรรมจีน” 10 แห่งต่อไปนี้ นอกจากจะเรียกได้ว่ามีนวัตกรรมไม่แพ้บริษัทฝรั่งแล้ว เผลอๆ ในบางกรณีอาจกลายเป็นผู้นำเทรนด์ใหม่ให้บริษัทฝรั่งเดินตาม

1. Xiaomi เรียกได้ว่าเป็นไอโฟนของจีน ที่นอกจากราคาถูกกว่าไอโฟนแล้ว ในด้านซอฟต์แวร์อาจถือว่ามีลูกเล่นไม่แพ้ (หรืออาจดีกว่า) ไอโฟนด้วยบริษัทนี้เพิ่งตั้งมาเพียง 3 ปี แต่ก็ไฟแรงจนครองส่วนแบ่งการตลาดของสมาร์ทโฟนเป็นอันดับ 1 ในจีน และเป็นอันดับ 3 ของโลก ตัว Lei Jun ซึ่งเป็น CEO ก็ได้รับตำแหน่งนักธุรกิจแห่งปีโดยการจัดอันดับของนิตยสาร Forbes Asia เมื่อปลายปี ค.ศ. 2013 เขาได้ซื้อตัว Hugo Barra ซึ่งเป็นคนรับผิดชอบพัฒนาระบบ Android ของ Google และให้รับผิดชอบการนำผลิตภัณฑ์ของบริษัทบุกตลาดโลกแผนการปีนี้คือขยายตลาดสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เต็มตัว เพราะฉะนั้นคงมีการประกาศบุกตลาดไทยอย่างเป็นทางการอีกไม่นานเกินรอ

2. BGI บริษัทวิจัยเทคโนโลยีการแพทย์ชั้นนำของจีน ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องมือสำหรับวิจัยลำดับเบสดีเอ็นเอ (DNA Sequencing) ราคาถูกแต่คุณภาพสูง เป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์ชั้นนำทั่วโลก ปัจจุบันมีนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำจากทั่วโลกมาทำโครงการวิจัยร่วมกับ BGI ที่เสินเจิ้นหลายราย ไม่ว่าจะเรื่องการถอดรหัสพันธุกรรมข้าวเพื่อพัฒนาการเกษตร หรือการถอดรหัสพันธุกรรมความฉลาดของมนุษย์ เมื่อสองปีที่แล้ว BGI เป็นข่าวครึกโครมไปทั่วโลก หลังประกาศเข้าซื้อ Complete Genomics บริษัทผลิตเครื่องมือวิจัยทางพันธุกรรมชั้นนำของสหรัฐฯ

3. สินค้าแบรนด์เนมเกิดใหม่ของจีน (China’s Luxury Brands) ใครว่าจีนไม่มีแบรนด์เนมเป็นของตัวเอง สำหรับปี ค.ศ. 2014 ที่ผ่านมา ยังอาจเรียกว่าเป็นปีแห่งการเติบโตของสินค้าแบรนด์เนมเชื้อสายจีน ที่อาศัยนวัตกรรมแนวคิดทางการตลาดใหม่ๆ มาจับกลุ่มตลาดบน เช่น บริษัทท่องเที่ยว Wild China ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นแบรนด์ท่องเที่ยวของบรรดามหาเศรษฐีชาวจีน โดยรับจัดกรุ๊ปทัวร์เป็นการส่วนตัวสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวทั้งในจีนและนอกประเทศที่สวยงามแต่เข้าถึงได้ยาก หรืออีกตัวอย่างหนึ่ง เช่น Mary Ching ซึ่งขายรองเท้าคุณภาพสูงโดยดีไซเนอร์ชาวจีน หรืออย่าง Nisiss บริษัทเสื้อผ้าดีไซเนอร์ที่ทำจากผ้าไหมจีน ซึ่งเน้นการทำตลาดในเมืองรายได้สูงใหม่ๆ ของจีน เช่น กว่างโจวและเฉิงตู

4. HAIER บริษัทที่ครองตลาดตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ ไมโครเวฟ และเครื่องซักผ้าของจีน มีนักวิเคราะห์หลายท่านมองว่า Haier นอกจากจะมีทีมวิจัยผลิตภัณฑ์ที่มีผลงานได้รับรางวัลระดับโลกหลายรายการ บริษัทดังกล่าวยังมีโครงสร้างองค์กรที่ไม่เหมือนกับบริษัทจีนอื่นๆ โดยให้โอกาสทีมงานต่างๆ สามารถเสนอไอเดียผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และลองผิดลองถูกได้ตัวอย่างสินค้าที่ออกมา เช่น เครื่องซักผ้าที่สามารถใช้ล้างมันสำปะหลังได้ด้วย ซึ่งเป็นที่ถูกใจตลาดชนบทของจีนอย่างรวดเร็ว

5. TENCENT โลกโซเชียลมีเดียของจีนไม่ใช่ Facebook Instagram หรือ Line แต่เป็น “Tencent Weixin” ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้งานมากกว่า 400 ล้านคนเป็นแพลทฟอร์มในการแชท แชร์รูป แชร์ข้อมูล รวมทั้งทำการประชาสัมพันธ์และขายสินค้าออนไลน์ นอกจากนี้ messaging app ชื่อ “WeChat” ของบริษัทยังทำการขยายตลาดไปทั่วโลก จนปัจจุบันเป็น app สมาร์ทโฟนที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดเป็นอันดับ 5 ของโลก

6. GEAK บริษัทเทคโนโลยีจีนที่ทำการผลิตแหวนอัจฉริยะ และนาฬิกาอัจฉริยะ เหมือนกับบริษัทจีนอื่นๆ คือเทคโนโลยีล้ำหน้า ราคาถูก โดยแหวนอัจฉริยะมีราคาเทียบเป็นเงินไทยประมาณ 1,000 บาท เท่านั้น ตัวแหวนมีซิมเก็บข้อมูลที่สามารถปลดล็อกรหัสสมาร์ทโฟนของตัวเองได้โดยอัตโนมัติ รวมทั้งแชร์ข้อมูลจากสมาร์ทโฟนกับเครื่องอื่นๆ ส่วนนาฬิกาอัจฉริยะก็สามารถเชื่อมต่อกับ Wi-Fi ใช้โปรแกรม android ส่งข้อความผ่านตัวนาฬิกาได้ มีช่องเสียบหูฟังเพลงและวิทยุ และสามารถวัดเก็บข้อมูลความดัน อัตราการเต้นของหัวใจ อุณหภูมิร่างกาย ระยะทางการเดินได้ ตัวนาฬิกานี่แพงขึ้นมาหน่อย ราคาคิดเป็นเงินไทยประมาณ 10,000 บาท

7. PHANTOM บริษัทผลิต app ชื่อ “EcoTower” โดยมีผลิตภัณฑ์หลักสองอย่างคือ หลอดไฟที่ควบคุมการเปิดปิดโดยสมาร์ทโฟน และตัวเก็บข้อมูลคุณภาพอากาศภายในห้อง ระดับอุณหภูมิ ความชื้น ซึ่งติดตลาดเป็นที่ถูกใจของผู้บริโภคในปักกิ่งที่เป็นเมืองที่มีปัญหามลพิษรุนแรง

8. BAIDU ซึ่งนอกจากจะเป็น search engine ที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตชาวจีนเกือบทั้งหมดใช้แล้ว ในส่วนของฮาร์ดแวร์ ยังได้ผลิตสินค้าขายดีคือ กล้องวีดิโอที่เชื่อมโดยตรงกับ Wi-Fi สามารถเก็บและเรียกดูข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตได้ในทันที เหมาะสำหรับบ้านที่ต้องการติดตั้งกล้องไว้ดูเด็กเล็ก คนชรา หรือสัตว์เลี้ยง นอกจากนั้นในส่วนของซอฟต์แวร์ ยังมีการพัฒนาระบบการแปลภาษาพิเศษของ BAIDU ด้วย

9. YY เว็บไซต์ที่เปิดให้ชาวจีนผู้รักการร้องเพลงอัพโหลดวีดิโอของตน โดยผู้ที่เข้าชมออนไลน์สามารถโหวตและให้รางวัลได้ เช่น ให้ดอกกุหลาบอิเล็กทรอนิกส์ หรือรถเบนซ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยของขวัญอิเล็กทรอนิกส์บางอย่างที่ผู้ชมยอมเสียเงินเพื่อให้รางวัลนักร้อง ตัวนักร้องสามารถแลกเป็นเงินรางวัลจริงได้ในภายหลัง ด้วยโมเดลธุรกิจดังกล่าว บริษัทสามารถทำรายได้ได้ถึง 1,000 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา ทั้งรายได้จากการโฆษณา การทำสัญญาร่วมกับรายการโทรทัศน์ของจีน และการตัดส่วนแบ่งเปอร์เซ็นต์จากของรางวัลที่ผู้ชมจ่ายให้กับผู้แสดงออนไลน์

10. COOTEX บริษัทที่ทำการผลิต app ที่ช่วยให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนสามารถพิมพ์ภาษาจีนได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น ปัจจุบันมีผู้ใช้กว่า 100 ล้านคน COOTEX ยังขายเทคโนโลยีการพิมพ์ให้กับ SONY นำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ใหม่บางตัวที่ออกมาเมื่อปีที่แล้วด้วย

ในที่นี้เรามอง “นวัตกรรม” ในความหมายกว้าง ไม่เฉพาะการคิดค้นสิ่งใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่ยังรวมถึงการต่อยอดเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้นหรือให้สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะของตลาดผู้บริโภคจีน ขณะนี้ ใครก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าโลกยุคใหม่เป็นโลกแห่งนวัตกรรม ธุรกิจเก่าต้องปรับตัวให้ทัน ส่วนธุรกิจใหม่ก็ต้องมองให้เห็นโอกาสใหม่ๆ ที่มีอยู่รายรอบตัว

แชร์ข่าว :
Tags: