KTB เพิ่มศักยภาพ SMEs ไทยสู่ตลาด CLMV ใน SME Genius Exporter

KTB เพิ่มศักยภาพ SMEs ไทยสู่ตลาด CLMV ใน SME Genius Exporter
12 มิถุนายน 2560
1612
 

KTB เพิ่มศักยภาพ SMEs ไทย สยายปีกสู่ตลาด CLMV ในโครงการ SME Genius Exporter

ศักยภาพของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กำลังขยายตัวทางเศรษฐกิจต่อเนื่อง ปัจจุบัน ผู้ประกอบการไทยได้ทำการค้าการลงทุนระหว่างประเทศในตลาดเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ CLMV ซึ่งได้แก่ เขมร ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม เนื่องจากเป็นอีกตลาดที่มีกำลังซื้อสูงและทั้งยังมีความชื่นชอบในสินค้าไทย ทำให้การเติบโตจากการลงทุนและขยายธุรกิจในกลุ่มประเทศ CLMV ของผู้ประกอบการไทยมีอัตราเติบโตต่อเนื่องทุกปี และสามารถสร้างมูลค่าทางการค้าและรายได้เข้าประเทศไม่น้อย

ซึ่งจากมองเห็นโอกาสผู้ประกอบการไทยกับการลงทุนและทำการค้าในภูมิภาคดังกล่าว ล่าสุด  ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จึงได้ร่วมมือกันผลักดันสร้างความเข้มแข็งและยกระดับศักยภาพแก่ผู้ประกอบการไทย ด้วยการจัดอบรมโครงการ “SMEs Genius Exporter เจาะตลาด CLMV” โดยมีเป้าหมายเน้นผู้ประกอบการสามารถนำไปปฏิบัติจริงและออกตลาดได้จริง

โครงการดังกล่าวได้ดำเนินการอบรมขึ้น ระหว่างวันที่ 3 มีนาคม - 1 เมษายน 2560 ณ สถาบัน NEA กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ถนนรัชดาภิเษก ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา ทางธนาคารกรุงไทยจึงได้จัดพิธีมอบวุฒิบัตรให้กับผู้ผ่านการฝึกอบรม โดยมี นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ประธานในพิธีดังกล่าว

โอกาสนี้ รมว.กระทรวงพาณิชย์ ได้กล่าวถึงโครงการนี้ว่า โครงการเป็นหลักสูตรต้นแบบ ซึ่งได้รับการต่อยอดสู่การจัดตั้งสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ หรือ New Economy Academy: NEA ที่กระทรวงพาณิชย์จัดตั้งขึ้นตามนโยบายรัฐบาล เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้สำหรับผู้ประกอบการอย่างครบวงจร

“ปัจจุบันร้อยละ 80 ของผู้ประกอบการและผู้ส่งออกไทย คือ SMEs จึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อม และพัฒนาศักยภาพเพื่อให้สามารถแข่งขันได้มากขึ้น ซึ่งรุ่นแรกที่โครงการให้การอบรมไปเน้นการเจาะตลาดในจีน สำหรับที่ 2 นี้เป็นการเจาะตลาด CLMV ซึ่งความร่วมมือกันของสามหน่วยงานในวันนี้เป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญที่ช่วยผู้ประกอบการรุ่นใหม่อย่างครบวงจร เพื่อให้มีความพร้อมสู่สนามแข่งขันการค้าระหว่างประเทศ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าว 

คุณปฏิเวช สันติวานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธ.กรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการบางรายที่พยายามเข้าไปลงทุนหรือดำเนินธุรกิจเองในต่างประเทศ รวมทั้ง CLMV ซึ่งธนาคารมองว่าอาจมีความเสี่ยง ซึ่งผู้ประกอบการสามารถใช้ประโยชน์จากบริการต่างๆ ของธนาคารที่มีหรือจากหน่วยงานรัฐจะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า

“เหนือสิ่งอื่นใด ผู้ที่เข้าการอบรมครั้งนี้จะได้รับเน็ตเวิร์คที่ดี มีการแลกเปลี่ยนความคิด ส่งเสริมและประสานงานกันในแง่ธุรกิจ นั่นเป็นสิ่งที่เป็นผลประโยชน์ค่อนข้างมาก

ซึ่งความคาดหวังของเรา ที่จัดโครงการนี้ขึ้น คืออยากให้ผู้ประกอบการได้รับความรู้ความเข้าใจในเรื่องระเบียบการ ขั้นตอน กฏหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยธนาคารกรุงไทยมุ่งเน้นและเป็นผู้ให้สนับสนุนความรู้ด้านการเงิน ความจำเป็นในเรื่องเอกสาร ขั้นตอนกระบวนการในการใช้สินเชื่อเพื่อการส่งออกให้ผู้ประกอบการมาอย่างต่อเนื่อง”

ด้าน คุณมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เสริมว่า กรมฯ พยายามตั้งเป้าให้สูงขึ้นเรื่อยๆ ในส่วนของโครงการนี้ ทั้ง 3 หน่วยงานได้ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพในด้านต่างๆ ที่สำคัญเกี่ยวกับธุรกิจส่งออกให้กับผู้ประกอบการไทย (SMEs) และช่วยให้ SMEs ได้มีโอกาสขยายการส่งออกสินค้าไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้จริง

คุณแน่งน้อย  เวทยพงษ์   รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า ทางกรมฯ ได้ส่งวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตต่างๆ เช่น  การใช้นวัตกรรมมาช่วยในการผลิตและทำบรรจุภัณฑ์  การเพิ่มผลผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ  มาให้ความรู้กับผู้ประกอบการ   เพื่อให้ผู้ประกอบการ SMEs มีความพร้อมในการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ  มีต้นทุนที่แข่งขันได้  เพื่อพัฒนาธุรกิจส่งออกไปยังตลาดเป้าหมายกลุ่มประเทศ CLMV ได้อย่างประสบความสำเร็จ

โดยแบ่งตามความเชี่ยวชาญของแต่ละองค์กร โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมให้ความรู้ในส่วนของการพัฒนา ผลิตสินค้า ด้านธนาคารกรุงไทยให้ความรู้และบริการเตรียมความพร้อมในด้านการเงินและการบริหารความเสี่ยงทางการค้าระหว่างประเทศ และสถาบัน NEA กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ให้ความรู้ในส่วนของการขาย การตลาด การสร้างเครือข่ายระหว่างประเทศ และนำผู้เข้าร่วมโครงการเดินทางไปเจรจาการค้าในตลาดเป้าหมาย

สำหรับเกณฑ์การคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการหลักๆ ได้แก่  เป็นเจ้าของ หรือทายาทของกิจการสัญชาติไทย มี Brand สินค้าเป็นของตนเอง สินค้ามีมาตรฐานอุตสาหกรรม เช่น อย./ISO/GMP/HACCP มียอดขายปีละ 50 -200 ล้านบาท และผู้จัดงานร่วมกันพิจารณาคัดเลือกคุณสมบัติและศักยภาพของสินค้าในตลาด เป้าหมาย

โดยมีผู้ประกอบการผ่านการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการฯ จากทั่วประเทศจำนวน 80 รายและผ่านการฝึกอบรมตามข้อกำหนดจำนวน 72 ราย ในธุรกิจ 8 ประเภท ได้แก่ ธุรกิจบริการ 5 ราย ธุรกิจสิ่งทอ 6 ราย ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม 10 ราย ธุรกิจยาและเวชภัณฑ์สมุนไพร 5 ราย ธุรกิจสินค้าอุตสาหกรรมและอุตสาหกรรมหนัก 27 ราย ธุรกิจยานยนต์ 3 ราย ธุรกิจสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป 10 ราย และธุรกิจสินค้าไลฟ์สไตล์ 6 ราย

นอกจากนี้ หลังเข้ารับการอบรม ผู้ประกอบการทั้งหมดจะได้เข้าร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ TOP Thai Brand ในประเทศเวียดนาม และ สปป.ลาว และมีแผนที่จะนำไปเจรจาการค้าในกลุ่มประเทศ CLMV รวมทั้งได้สิทธิเข้าร่วมงาน Thailand Industry Expo 2017 ที่จัดโดยกระทรวงอุตสาหกรรม ไม่เพียงแค่นั้น ยังจะได้รับคำปรึกษาด้านการตรวจเอกสารส่งออก การบริหารอัตราแลกเปลี่ยน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายจากธนาคารกรุงไทยเป็นเวลา 6 เดือน

โดยผลสำเร็จของโครงการฯ พบว่าผู้เข้าร่วมโครงการสามารถขยายธุรกิจไปยังตลาด   CLMV   ได้จริง 30 ราย ซึ่งเป้าหมายสุดท้ายของโครงการ คือผู้เข้าร่วมโครงการทุกกลุ่มอุตสาหกรรมจะเป็น SMEs ที่แข็งแกร่งและสามารถทำรายได้ยอดขายได้ต่ำกว่า 100 ล้านบาทต่อปี

สำหรับการฝึกอบรมในครั้งต่อไปจะจัดขึ้นในช่วงต้นปี 2561 ผู้ที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการฯ สามารถติดตามข้อมูลได้ที่ ช่องทางการติดต่อของธนาคารกรุงไทย ติดต่อสอบถามข้อมูลโครงการได้ที่ http://www.ktbgenius.com/ หรือ https://www.facebook.com/ktbsme/ 

  • 1/4
  • 2/4
  • 3/4
  • 4/4
แชร์ข่าว :
Tags: