ลิ้นหัวใจซ่อมได้ ไม่ต้องผ่า ไม่หยุดหายใจ

ลิ้นหัวใจซ่อมได้ ไม่ต้องผ่า ไม่หยุดหายใจ
17 พฤษภาคม 2560
1065
 

ความผิดปกติของลินหัวใจเอออร์ติก (AorticValve) มักพบในผู้สูงอายุที่มีความเสื่อมตามวัย ลิ้นหัวใจแข็ง ไม่ยืดหยุ่น มีไขมัน หินปูนเกาะ ทำให้ลิ้นหัวใจเปิด-ปิดไม่สนิทส่งผลให้เกิดภาวะลิ้นหัวใจตีบ เกิดอาการเหนื่อยง่าย หน้ามืดเป็นลมบ่อย เจ็บหน้าอกอย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์

“สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการเสื่อมตามวัย เมื่ออายุมากขึ้นลิ้นหัวใจจะเริ่มแข็งตัวเพิ่มขึ้นทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้นในการสูบฉีดเลือด ผนังหัวใจหนาตัวซึ่งนำไปสู่ภาวะหัวใจวายได้ โดยเฉลี่ยประมาณ 3% ของคนไข้ที่มีอายุ 80 ปีเริ่มมีลิ้นหัวใจผิดปกติทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แต่ตามสถิติมักจะเป็นในผู้ชายมากกว่า 60% และผู้หญิง 40%”

นายแพทย์โกสินทร์ ทัพวงศ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ กล่าวว่า หากคนไข้มีอายุ 80 ปีขึ้นไป และสภาพร่างกายไม่แข็งแรงพอที่จะใช้วิธีผ่าตัดแบบเปิดหน้าอกเพราะฟื้นตัวช้า แพทย์จะใช้เทคนิค TAVI (Trans catheter Aortic Valve Implantation) ซึ่งเริ่มจากประเทศฝรั่งเศส หรือเรียกอีกแบบว่า TAVR (Trans catheter Aortic Valve Replacement) จากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นการเปลี่ยนลิ้นหัวใจด้วยสายสวนโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ เหมาะกับคนไข้ที่มีลิ้นหัวใจช่องล่างซ้ายกับหลอดเลือดแดงใหญ่ หรือที่เรียกว่าลิ้นหัวใจเอออร์ติก (AorticValve)

ข้อดีของการใช้เทคนิค TAVI/TAVR เพื่อซ่อมหรือเปลี่ยนลิ้นหัวใจด้วยสายสวนโดยไม่ต้องผ่าตัด คือคนไข้เสียเลือดน้อย สามารถฟื้นตัวจากการผ่าตัดได้อย่างรวดเร็ว ส่วนใหญ่ใช้เวลาเพียง 2-3 วันก็สามารถกลับบ้านได้แล้ว ขณะที่คนไข้ผ่าตัดแบบเปิดหน้าอกต้องพักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลถึง 7-10 วัน ที่สำคัญคือใช้วิธีการ Off-Pump Surgery คือการผ่าตัดโดยไม่ต้องหยุดการเต้นของหัวใจ ซึ่งไม่ต้องใช้เครื่องปอดและหัวใจเทียม ข้อดีคือเสียเลือดน้อย ระหว่างที่ผ่าตัดคนไข้จะอยู่ในอาการสะลึมสะลือ ครึ่งหลับครึ่งตื่น เพราะไม่ต้องดมยาสลบแค่ใช้ยาชาทำให้ฟื้นตัวเร็ว ลดความเสี่ยงจากการดมยาโดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องปอดและหัวใจเทียมเหมือนการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจแบบเปิดหน้าอก

นายแพทย์โกสินทร์ อธิบายต่อว่า ส่วนใหญ่โดยทั่วไปศัลยแพทย์หัวใจต้องใช้เครื่องปอดและหัวใจเทียม (On-Pump) ในการผ่าตัดเพื่อหยุดการทำงานของหัวใจทั้งหมด แต่ที่โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพมีทีมศัลยแพทย์หัวใจที่มีความเชี่ยวชาญในการผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจโดยไม่ใช้เครื่องปอดและหัวใจเทียม (Off-Pump) ถึง 98% โดยใช้เครื่องมือเกาะยึดหัวใจในจุดที่ทำการผ่าตัดหลอดเลือดให้หยุดนิ่ง และหัวใจไม่ต้องหยุดเต้น ลดความเสี่ยงจากอาการแทรกซ้อนจากเครื่องปอดและหัวใจเทียม อาทิ ปอดเสื่อมเนื่องจากการเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนไม่เพียงพอ ไตวายชั่วคราว Strokeหลังการผ่าตัด เลือดไม่แข็งตัวทำให้เลือดออกไม่หยุด เป็นต้น

หลักการของ TAVI/TAVR เป็นการใช้ลิ้นหัวใจแบบเนื้อเยื่อยึดติดอยู่กับขดลวดพิเศษซึ่งสามารถม้วนให้เล็กเพื่อเข้าไปอยู่ในท่อเล็กประมาณ 8-10 มิลลิเมตรของระบบนำส่ง จากนั้นก็สอดระบบนำส่งไปตามหลอดเลือดแดงบริเวณขาหนีบไปยอดของหัวใจห้องล่างซ้ายไปจนถึงตำแหน่งของลิ้นหัวใจเอออร์ติก จากนั้นจึงทำการปล่อยตัวลิ้นหัวใจที่ม้วนอยู่ออกมาจากระบบนำส่งซึ่งจะทำให้ลิ้นหัวใจกางออก กลายเป็นลิ้นหัวใจใหม่โดยที่คนไข้จะมีแผลเล็กๆบริเวณขาหนีบหรือบริเวณหน้าอกด้านซ้ายหรือด้านบนของหน้าอกด้านขวา ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ใส่ขดลวดพิเศษ

“การใส่ขดลวดพิเศษสามารถใส่ได้หลายทาง แต่ส่วนใหญ่ใส่ทางขาหนีบถึง 80% สองคือใส่ทางไหล่ สามารถใส่ทางเส้นเลือดใหญ่ที่ต้นแขน สามคือใส่ทางขวาของหน้าอกผ่านเส้นเลือดใหญ่ที่ออกมาจากหัวใจ และสี่คือใส่ทางแผลเล็กบริเวณยอดหัวใจ เหตุผลที่ส่วนใหญ่เลือกใส่ทางขาหนีบเพราะเส้นเลือดมีขนาดใหญ่กว่า ยกเว้นว่าเส้นเลือดที่ขาหนีบของคนไข้จะมีขนาดเล็กหรือเส้นเลือดอุดตันเข้าไม่ได้ ถึงจะเลือกไปทำตำแหน่งอื่นแทน โดยใช้ระยะเวลาทำ 2 ชั่วโมง แต่ถ้าผ่าตัดแบบเปิดหน้าอกต้องใช้เวลาประมาณ 5-6 ชั่วโมง” ศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ กล่าวต่อว่า

การเปลี่ยนลิ้นหัวใจโดยสายสวนโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ต้องใช้ทีมแพทย์ผ่าตัดหัวใจ แพทย์สวนหลอดเลือด วิสัญญีแพทย์ แพทย์ผู้ชำนาญทางอัลตราซาวด์ และบุคลากรทางห้องสวนหัวใจ ประมาณ 6-8 คน และใช้ห้องผ่าตัดอัจฉริยะ (Hybrid Operating Room) ซึ่งเป็นการนำศักยภาพของห้องสวนหัวใจและห้องผ่าตัดหัวใจและเส้นเลือดมารวมกันไว้ในห้องเดียวเพื่อใช้ในการผ่าตัดร่วมกับการสวนหัวใจ โดยใช้เครื่องเอ็กซเรย์ที่สามารถปรับมุมและเคลื่อนตัวได้ 360 องศา พร้อมระบบการนำภาพเอ็กซเรย์แบบ Flex Move Heart Navigator และ Software Heart Navigator ซึ่งสามารถถ่ายภาพหัวใจได้ทุกมุมอย่างละเอียด เพื่อให้แพทย์กำหนดและชี้จุดในการผ่าตัดหรือทำหัตถการได้อย่างแม่นยำและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการแทรกซ้อนเกิดขึ้นจากการสวนหัวใจ หรือระหว่างใส่ขดลวดเข้าไปในเส้นเลือดใหญ่ ก็สามารถทำการผ่าตัดได้ทันทีโดยไม่ต้องย้ายเตียงหรือย้ายห้อง

อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดในการทำ TAVI/TAVR คือกลุ่มคนไข้ที่ติดเชื้อหรือมีแบคทีเรียอยู่ในกระแสเลือด คนไข้ที่หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน คนไข้ที่มีลิ่มเลือดอยู่ในหัวใจ คนไข้ที่หัวใจเต้นผิดจังหวะเร็วมากๆ คนไข้ที่เพิ่งเป็นอัมพาตมาใหม่ๆ เพราะต้องให้ยาละลายลิ่มเลือด คนไข้ที่หลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบและมีอาการ และเมื่อผ่าตัดเสร็จหลังพักฟื้น 1-2 เดือน คนไข้ก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ อาการเหนื่อยหอบ เจ็บหน้าอกจะหายไป แต่จะมีแค่ช่วง 3 เดือนแรกที่ต้องรับประทานยาละลายลิ่มเลือด ไม่ออกกำลังกายหรือทำอะไรที่หักโหม คนไข้จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอีกยาวนาน

  • 1/1
แชร์ข่าว :
Tags:

i-NewspaperView All

ชงรัฐเวนคืนคลื่นทีวีดิจิทัล