|

ผมได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์ ดร.บุษบา ยงสมิทธ์ ประธานชมรมศิษย์เก่าเจเอสพีเอส ให้ไปเป็นผู้ดำเนินรายการและร่วมเสวนาในการประชุมเรื่อง ความรู้ทางสังคมศาสตร์-มนุษยศาสตร์ : การบริหารจัดการวิกฤติสังคมไทย ซึ่งเป็นการประชุมกลุ่มเฉพาะเรื่องในการนำเสนอผลงานวิจัยแห่งชาติ (Thailand Research Expo 2010) ผมขออนุญาตนำบางส่วนของการประชุมมาเล่าสู่กันฟังนะครับ
ผู้นำเสนองานในหัวข้อการประชุมมีสองท่าน ได้แก่ คุณ Hiroaki Sakurai และ รศ.ดร.สุกัญญา เอมอิ่มธรรม คุณ Hiroaki Sakurai เป็นนักวิชาการทางด้านเศรษฐศาสตร์ชาวญี่ปุ่น ซึ่งได้นำเสนอบทเรียนของการสร้างสังคมคนชั้นกลางของญี่ปุ่น โดยท่านได้แสดงให้เห็นว่าการเกิดสังคมคนชั้นกลางญี่ปุ่นนั้นเกิดขึ้นจากเงื่อนไขทางสังคมการเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญหลายประการ อันได้แก่ ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงมากขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากอิทธิพลของสหรัฐอเมริกาที่ทำการปฏิรูปที่ดินทำให้เกิดชาวนาเล็กที่กลายมาเป็นตลาดภายในให้แก่อุตสาหกรรมญี่ปุ่น การเติบโตทางเศรษฐกิจแบบก้าวกระโดดจากการสนับสนุนอเมริกาในสงครามเกาหลี การสลายกลุ่มทุนไซบัติสึที่เปิดโอกาสให้กลุ่มทุนใหม่ๆ ได้เติบโตขึ้น การขยายการศึกษาและการอพยพแรงงานจากภาคเกษตรกรรมเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม
คุณ Hiroaki Sakurai ได้พยายามชี้ให้เห็นว่าหากสังคมไทยต้องการสร้างสังคมคนชั้นกลางขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ก็ย่อมที่จะต้องเรียนรู้จากสังคมอื่นๆ ให้มากขึ้น สังคมญี่ปุ่นเป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างเท่านั้น
รศ.ดร.สุกัญญา เอมอิ่มธรรม เป็นอาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ท่านได้เสนอบทความเรื่อง การพัฒนาทางการเมืองอย่างยั่งยืนในภูมิภาคอีสาน โดยท่านได้เน้นว่าทามกลางความขัดแย้งทางการเมืองที่เข้มข้นมากขึ้นนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาทำความเข้าใจเงื่อนไขที่เป็นจริงของคนในอีสานและหากหวังจะแก้ปัญหาความขัดแย้งก็จำเป็นต้องคิดถึงและศึกษาหลายปัจจัย เช่น การพัฒนาการเมืองแบบขนบ การต่อสู้ทางชนชั้น กระบวนการเคลื่อนเข้าสู่ความเป็นประชาธิปไตย การสร้างสถาบันการเมืองลักษณะใหม่ และการต้องทำความเข้าใจกลุ่มประชาธิปไตยที่ลงลึกถึงรากฐาน
| |
|
ความท้าทายของการปฏิรูปที่ดิน

มีความพยายามอย่างต่อเนื่องมาหลายรัฐบาลในการปฏิรูปที่ดิน แต่ยังไม่มีรัฐบาลไหนเลยที่ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมในการจัดสรรการถือครองที่ดิน และการใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดทางเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ สร้างความเป็นธรรม และก่อให้เกิดการกระจายความมั่งคั่งและรายได้
อุปสรรคและความท้าทาย ประการแรก ของการปฏิรูปที่ดิน คือ ความถูกต้องของข้อมูลเรื่องการถือครองที่ดินและการใช้ประโยชน์จากที่ดิน พฤติกรรมการเปลี่ยน "ป่า" และ "ที่ดินสาธารณะ" เป็น "ที่ดินส่วนตัว" ของผู้ทรงอิทธิพลทั้งหลาย ไม่ว่าเขาผู้นั้นจะเป็น นักการเมือง ข้าราชการหรือพ่อค้า แน่นอนที่สุดว่า การแสวงหาประโยชน์อันมิชอบเหล่านี้ ล้วนได้รับความร่วมมือจากหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการที่ดิน มีการปลอมแปลงเอกสารสิทธิ ทำให้เกิดความสับสนในเรื่องข้อมูลเรื่องที่ดิน การสำรวจสิทธิถือครองให้ถูกต้องชัดเจน ชำระสะสางบรรดาเอกสารสิทธิ รุกล้ำที่สาธารณะ ต้องจัดการให้เรียบร้อยก่อนเดินหน้าปฏิรูปที่ดิน
|
|