วันอังคารที่ 09 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
ผลพวงที่ตามมากับหลักสูตรแพทย์ภาษาอังกฤษ

สัปดาห์ก่อนได้สะท้อนถึงสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการอนุมัติหลักสูตรแพทย์ภาษาอังกฤษแล้ว ซึ่งท่านรองเลขาธิการแพทยสภาได้ชี้แจงเรื่องข้อมูลแผนการผลิตแพทย์เพิ่มจะทำให้ไม่ขาดแคลน พร้อมให้ความคิดเห็นที่ได้ถกกันในแพทยสภา ซึ่งนับเป็นข้อมูลที่ชี้ถึงแผนการผลิต การกระจายแพทย์ กับจะไม่มีปัญหาการขาดแคลนแพทย์ กับการมีระเบียบการทุนกำกับอยู่แล้ว กับมีการเพิ่มเงินเดือน สวัสดิการ เพื่อความเป็นอยู่ของบุคลากรอาชีพกลุ่มแพทย์นี้ให้ดีขึ้น

ซึ่งผมเห็นด้วยและชมเชยที่จะให้มีการยกระดับความเป็นอยู่ให้แก่แพทย์ ทั้งนี้ เชื่อว่าจำนวนแพทย์ตามที่ทางแพทยสภา ติดตามเร่งผลิตนั้น คงช่วยให้จำนวนแพทย์ไม่ขาดแคลน

การเปิดหลักสูตรภาษาอังกฤษใหม่นี้ จึงไม่กระทบต่อปัญหาการขาดแคลนแพทย์ในชนบท เพราะมีระเบียบการต้องใช้ทุนที่ผูกมัดพร้อมกับกำกับและติดตามควบคุม จึงไม่น่าต้องเป็นห่วงดังที่แพทย์ มศว ออกมาค้าน

ผู้บริหารของแพทยสภาชี้แจงว่า เป็นเรื่องเสรีภาพทางวิชาการ กับเพียงเป็นการเพิ่มความหลากหลายหรือ เป็น "นวัตกรรมการศึกษา" เท่านั้น แล้วยังยืนยันอีกว่าหลักสูตรได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการด้านวิชาการด้วย จึงเป็นเพียงการเพิ่มโอกาสด้านการศึกษา ที่คนอยากเรียนที่มีฐานะรวยจะได้ไม่ต้องไปเรียนนอก

ส่องเศรษฐกิจปีเสือ ... เชื่อหรือไม่ว่าจะฟื้นตัว?

อีกไม่กี่วันข้างหน้า ก็จะถึงเทศกาลปีใหม่ของพี่น้องชาวจีน หลายคนคงตั้งความหวังไว้ว่าปีเสือปีนี้ ขอให้ทำมาค้าขายเจริญรุ่งเรืองกว่าปีที่แล้ว ซึ่งคำอธิษฐานดังกล่าวน่าจะเป็นจริงได้ เพราะจากข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เราเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ชัดเจนมากขึ้น และกระจายไปในเกือบทุกภาคเศรษฐกิจ

โดยเครื่องชี้หลายตัวปรับดีขึ้นกว่าที่คาดไว้ อาทิเช่น ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมและอัตราการใช้กำลังการผลิต โดยเฉพาะในหมวดที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกที่กลับไปสูงกว่าระดับก่อนเกิดวิกฤติแล้ว ตามการส่งออกที่ดีขึ้นต่อเนื่อง จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 1.68 ล้านคน เหล่านี้สะท้อนถึงอานิสงส์ที่เศรษฐกิจไทยได้รับจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ขณะที่อุปสงค์ในประเทศก็มีเรี่ยวแรงมากขึ้น โดยเฉพาะการบริโภคภาคเอกชนที่เริ่มกลับมาคึกคัก โดยเฉพาะการบริโภคสินค้าคงทน ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากรายได้เกษตรกรที่เพิ่มขึ้น ตามราคาพืชผลหลักที่ปรับสูงขึ้นตามความต้องการของตลาดโลก ขณะที่รายได้ของคนทำงานก็มีมากขึ้น ตามภาวะการจ้างงานและการผลิตที่เร่งตัวขึ้น โดยอัตราการว่างงานลดต่ำลงมาอยู่เพียง 1% (จากข้อมูลล่าสุดของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในเดือนพฤศจิกายน 2552) นอกจากนี้ สินเชื่อจากสถาบันการเงินที่เคยดูฝืดเคืองในช่วงก่อนก็มีแนวโน้มที่จะผ่อนคลายมากขึ้นเช่นกัน และท้ายที่สุดท้าย ก็คงต้องให้เครดิตกับภาครัฐบ้าง จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรม ซึ่งทั้งหมดนี้ บ่งชี้ว่ากำลังซื้อและกำลังใจของประชาชนน่าจะกลับมาเข้าที่เข้าทางได้อีกครั้ง

ประเด็นปัญหาเมื่อสหภาพยุโรปเพิ่มการส่งออกน้ำตาล

ตามข่าวที่ปรากฏในสื่อต่างๆ ว่า เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 ประเทศไทย บราซิล ออสเตรเลีย ได้ออกแถลงการณ์ร่วม เรียกร้องให้สหภาพยุโรปยกเลิกแผนการที่จะส่งออกน้ำตาลเพิ่มอีก 500,000 ตัน ซึ่งเกินกว่าโควตาที่กำหนดกันไว้โดยทันที เพราะเป็นการละเมิดต่อกฎระเบียบขององค์การการค้าโลก จากข่าวดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความสงสัย ว่า องค์การการค้าโลกได้กำหนดโควตาในการส่งออกน้ำตาลในตลาดโลกด้วยหรือ

ความจริงเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของการกำหนดโควตาการส่งออกน้ำตาลในตลาดโลก แต่เป็นผลมาจากการอุดหนุนการผลิตและส่งออกน้ำตาลของสหภาพยุโรป กล่าวคือ สหภาพยุโรปเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกน้ำตาลรายใหญ่อันดับต้นๆ ของโลก แต่ต้นทุนการผลิตน้ำตาลทรายขาวของสหภาพยุโรปที่ผลิตจากหัวบีทสูงกว่าประเทศผู้ผลิตรายใหญ่อื่นๆ มาก น้ำตาลทรายขาวของสหภาพยุโรป จึงไม่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ แต่สหภาพยุโรปยังคงสามารถผลิตน้ำตาล และยังสามารถส่งออกแข่งในตลาดโลกได้ ก็เพราะระบบประกันราคา คือ ประกันราคาขายหัวบีทให้แก่เกษตรกร และประกันราคาขายน้ำตาลทรายขาวให้แก่โรงงานผู้ผลิตน้ำตาล ซึ่งก็คือ การอุดหนุน (Subsidy) แก่เกษตรกร และผู้ผลิตน้ำตาล และก็มีการส่งน้ำตาลที่ได้มาจากการอุดหนุนดังกล่าวออกไปขายแข่งขันในตลาดโลก

ชำแหละสถาบันอุดมศึกษา
ปัจจุบันสถาบันอุดมศึกษาขนาดใหญ่และขนาดเล็กทั้งรัฐ-เอกชน มีการแข่งขันกันสูงต่างมุ่งเน้นเชิงธุรกิจการศึกษาโดยมีการเปิดหลักสูตรสาขาใหม่ๆ และขยายเครือข่ายสาขาทั้งในระดับปริญญาตรี-โท เพื่อดึงดูดใจให้ผู้เรียนเลือกเข้าศึกษาต่อกับสถาบัน จนรู้สึกเป็นห่วงคุณภาพทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ ซึ่งประมวลประเด็นปัญหาพอสังเขป ดังนี้


การจูงใจในยุคเศรษฐกิจสร้างสรรค์
เรื่องหนึ่งที่เป็นที่สนใจกันมากสำหรับผู้บริหารในหลายๆ องค์กร ก็หนีไม่พ้นการจูงใจพนักงานในองค์กรของตนเองครับ ผู้บริหารบริษัทต่างๆ พยายามหาวิธีการที่เหมาะสมสำหรับการสร้างแรงจูงใจให้กับพนักงานของตนเอง องค์กรจำนวนมากนั้นก็มักจะนำทฤษฎีของฝรั่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการจูงใจมาใช้ อย่างไรก็ดี ก็มีคำถามว่าแนวคิดหรือทฤษฎีด้านการจูงใจต่างๆ ที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันนั้นเหมาะสมสำหรับภาวะปัจจุบัน ที่เรามุ่งเน้นในเรื่องของนวัตกรรม ในเรื่องของเศรษฐกิจสร้างสรรค์กันมากขึ้น และเหมาะกับสังคมเมืองไทยมากน้อยเพียงใด


จับกระแส : ความซับซ้อนที่ต้องจับตา เมื่อแพทยสภาคุม"สเต็มเซลล์"
ดูจะเป็นความวุ่นวาย มากกว่าเข้าที่เข้าทาง ต่อประกาศควบคุมการใช้สเต็มเซลล์เพื่อการรักษาของแพทยสภา ที่กำลังจะจัดชี้แจงในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2553 นี้ เพราะเมื่อไม่นานมานี้ ศ.ดร.แสวง บุญเฉลิมวิภาส คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พึ่งออกมาแสดงความวิตกกังวล ถึงความพิลึกพิลั่น รวมไปถึงคำถามที่น่าสงสัย ว่า ประกาศดังกล่าวคุมถูกที่ถูกทางหรือไม่


กาแฟดำ : 'ทีวีสีน้ำเงิน' เงินหลวงเพื่อการเมืองใคร?
กระทรวงมหาดไทย จะเปิดตัวสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมของตัวเองที่ได้ข่าวว่าจะเรียกว่า "มหาดไทยแชนแนล" หรือ "ทีวีสีน้ำเงิน"


บทบรรณาธิการ : 47 ที่ปรึกษาเศรษฐกิจต้องทำอะไร
เห็นรายชื่อ 47 ขุนพลที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ แล้วต้องบอกว่าอยู่ในระดับนักวิชาการชั้นนำของประเทศทั้งนั้น และแยกไปแต่ละภาคเศรษฐกิจ ครอบคลุมทุกส่วน เริ่มจากด้านเศรษฐกิจมหภาค ด้านพาณิชย์ ด้านแรงงาน ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ด้านอุตสาหกรรม ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้านการเกษตร ด้านการท่องเที่ยวด้านยุทธศาสตร์เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันทางการค้าโลจิสติกส์ และด้านกฎหมาย ซึ่งเมื่อดูตามโครงสร้างแล้ว เป้าหมายของ ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ต้องการวางรากฐานประเทศในระยะยาว 30-40 ปีเป็นอย่างน้อย และดูเหมือนมุ่งหวังที่จะเพิ่มขีดแข่งขันของประเทศ นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งเมื่อดูเป้าหมายของการตั้งที่ปรึกษาจำนวนมากแล้ว ย่อมน่าสนใจและพันธกิจ ที่ยิ่งใหญ่ดูแล้วจะน้อยด้วยซ้ำกับรายชื่อที่ออกมา


copyright © NKT NEWS CO.,LTD.All Right Reserved.
Contact us :ktwebeditor@nationgroup.com