bangkokbiznews

BizBook | TOP1000 | Nation E-Commerce | Nation E-Job | Market at Nation | เกี่ยวกับเรา


Lastestnews

Topics

ดัชนี BSE SENSEX 30 หุ้นอินเดีย ปิดตลาด 18,238.31 บวก 32.44 จุด --- หุ้นไทยภาคบ่ายปิดที่ 920.54 จุด บวก 1.20 จุด มูลค่าการซื้อ-ขาย 47,813.06 ล้านบาท --- ดัชนีคอมโพสิต หุ้นมาเลเซีย ปิดตลาด 1,441.07 บวก 9.11 จุด --- ดัชนีจาการ์ตาคอมโพสิต ปิดตลาด 3,122.15 ลบ -13.17 จุด --- ดัชนีสเตรทไทม์ หุ้นสิงคโปร์ ปิดตลาด 2,986.66 บวก 3.83 จุด --- ดัชนีหุ้นเซี่ยงไฮ้ กระดาน-เอ ปิดตลาด 2,782.58 บวก 34.34 จุด --- ตลาดทองฮ่องกง ปิดตลาด 1,247.50-1,248.50 ดอลลาร์/ออนซ์ --- ดัชนีหั่งเส็ง ตลาดหุ้นฮ่องกง ปิดตลาด 20,868.92 บวก 245.09 จุด --- ดัชนีหุ้นเซี่ยงไฮ้ กระดาน-บี ปิดตลาด 255.17 บวก 5.41 จุด --- ดัชนี KOSPI หุ้นเกาหลีใต้ ปิดตลาด 1,775.73 บวก 11.04 จุด ---

ธุรกิจ

  • รายละเอียดข่าว

นักวิชาการชี้ศก.อาเซียนเหลื่อมล้ำสูง

นิด้าระดมสมองนักวิชาการทั้งไทยและเทศมองหาโอกาสและช่องทางการลงทุน ชี้แนวทางความสำเร็จกลุ่มอาเซียน ต้องมีปัจจัยรองรับที่ครบวงจร เพื่อเอื้ออำนวยต่อการลงทุนต่อเนื่อง

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้ร่วมกับสถาบันการค้าโลกและกฎระเบียบการค้า การลงทุน มหาวิทยาลัย Fribourg ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) จัดงานสัมมนาภายใต้หัวข้อ “การลงทุนและการค้าในกลุ่มประเทศอาเซียน” โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น โดยมีประเด็นสำคัญอยู่ที่แนวโน้มการขยายตัวของการลงทุนในภูมิภาคอาเซียน และปัจจัยที่เกื้อหนุนต่อการพัฒนา

นายฟิเลมอน เอ อูเรียเต้ ผู้อำนวยการมูลนิธิ ASEAN FOUNDATION ประจำกรุงจาการ์ต้า กล่าวในระหว่างเข้าร่วมสัมมนาว่า การลงทุนในอาเซียนนั้นต้องการการรองรับแบบ integrated หรือครบวงจรเป็นหัวใจสำคัญ

แต่ความเหลื่อมล้ำในเศรษฐกิจของประเทศทั้งหมดในกลุ่ม จัดว่าเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้การพัฒนาทั้งกลุ่มเป็นไปได้ยาก แม้ว่าอัตราการเติบโตในประเทศด้อยพัฒนาอย่างพม่า ลาว เขมร และฟิลิปปินส์ได้มีการพัฒนามากขึ้น แต่ยังมีปัญหาช่องว่างที่แตกต่างของการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือ GDP ในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สิงคโปร์ และ มาเลเซีย ซึ่งยังแตกต่างกันมากเกินไปกับประเทศอื่นๆในภูมิภาค และยังไม่สามารถหามาตรการกลางในการช่วยเหลือด้านการเงินเพื่อให้ภูมิภาคมีความทัดเทียมกันมากกว่านี้

“ถึงแม้ว่าจะได้มีการประชุม อาเซียน วิชั่น 2020 ในกัวลาลัมเปอร์ไปแล้วในปี 2540 เพื่อพยายามลดช่องว่างทางเศรษฐกิจลงให้ได้ในปี 2563 แต่ก็ดูเหมือนว่า จะยังไม่ได้ผล” นายอูเรียเต้ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ASEAN Economic Community ต้องให้ความสำคัญในการพัฒนา โดยเน้นไปที่เทคโนโลยี และการร่วมมือกันอย่างจริงจังมากกว่าที่จะชี้แต่ปัญหาความเหลื่อมล้ำของประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศด้อยพัฒนาในกลุ่ม โดยอาศัยการริเริ่มสำหรับการพัฒนาภูมิภาคอาเซียนอย่างครบวงจร (Initiative for ASEAN Integration – IAI) ซึ่งเป็นนโยบายที่มุ่งลดช่องว่างทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศอาเซียน

โดยการพัฒนากฎหมาย องค์การและระเบียบกฎเกณฑ์ และความสามารถในทางเทคนิค และสมรรถนะในกลุ่มประเทศด้อยพัฒนา คือ เขมร ลาว พม่า และเวียดนาม โดยเน้นไปที่การพัฒนาสาธารณูปโภค บุคลากร ข้อมูลและเทคโนโลยีข่าวสาร และโปรโมทความร่วมมือในทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค รวมทั้งจัดทำโรดแม็พสำหรับการร่วมมือในอาเซียน (Roadmap for the Integration of ASEAN - RIA) เพื่อให้ผลประโยชน์ของการพัฒนาอาเซียนจึงจะสามารถบรรลุเป้าประสงค์ได้

ด้านนายฟิลลิปป์ กัจเลอร์ นักวิชาการประจำภาควิชาเศรษฐศาสตร์ และสังคมศาสตร์ ประจำมหาวิทยาลัย Fribourg ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ กล่าวเสริมว่า การร่วมมือในการแข่งขันทางการค้าของกลุ่มประเทศอาเซียนต้องพิจารณาถึงสภาพเศรษฐกิจในเชิงมหภาค การเมือง กฎหมาย และสังคม โดยมีปัจจัยหลักสำคัญ 3 ข้อที่ต้องพิจารณาคือ

ความทันสมัยขององค์กร สภาพแวดล้อมของเศรษฐกิจ และสภาพคล่องตัวของการพัฒนา ซึ่งในแต่ละประเทศควรคำนึงถึงความเป็นจริงว่า สถานะของประชากรที่ประกอบกิจการจะดีขึ้นได้จะต้องประสบความสำเร็จในการเจาะลึกการพัฒนาระดับโครงสร้างตั้งแต่ระบบเศรษฐศาสตร์จุลภาค

“การสร้างความแข็งแกร่งในการแข่งขันต้องคำนึงถึงกลยุทธ์ทางการค้าขององค์กร ความต้องการในตลาด คู่ค้าที่จะสนับสนุนกิจการ สภาพเกื้อหนุน โดยปัจจัยเหล่านี้จะก่อให้เกิดโอกาสทางการค้าและมีโอกาสได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐบาล ซึ่งนับว่าเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องให้การสนับสนุนเพื่อส่งเสริมการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ” นายกัจเลอร์กล่าว

ในส่วนของอุปสรรคของการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาค รศ.ดร. ภวิดา ปานะนนท์ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ความคิดเห็นว่า การลงทุนทางการค้าของกลุ่มประเทศอาเซียน มีความแตกต่างกันอย่างมาก อีกทั้งประเทศในอาเซียนมักจะผลิตสินค้าประเภทเดียวกัน แต่ละประเทศจึงกลายมาเป็นคู่แข่งกันเองในสินค้าหลายๆรายการ การเปิดตลาดของอาเซียนจึงมีปัญหาตามมา

ดังนั้น การที่จะพัฒนาเศรษฐกิจและความเป็นปึกแผ่นของกลุ่มประเทศอาเซียน จะต้องคำนึงถึงการพัฒนาเศรษฐกิจของแต่ละประเทศด้วย มิฉะนั้นการเติบโตของทั้งภูมิภาคจะเป็นไปได้ยาก

ส่งต่อให้ผู้อื่น พิมพ์ข่าวหน้านี้ บันทึกข่าวลงเครื่อง


Error : CAN NOT CONNECT HOST : 192.168.52.42Error : "select CommentID, NewsID, CreateDate, Names, Email, Comment,RemoteAddress From TKTComment Where NewsID=326808 and DelStatus<=3 order by CommentID DESC" IS DEAD
: