bangkokbiznews

BizBook | TOP1000 | Nation E-Commerce | Nation E-Job | Market at Nation | เกี่ยวกับเรา


Lastestnews

Topics

ดัชนี BSE SENSEX 30 หุ้นอินเดีย ปิดตลาด 18,238.31 บวก 32.44 จุด --- หุ้นไทยภาคบ่ายปิดที่ 920.54 จุด บวก 1.20 จุด มูลค่าการซื้อ-ขาย 47,813.06 ล้านบาท --- ดัชนีคอมโพสิต หุ้นมาเลเซีย ปิดตลาด 1,441.07 บวก 9.11 จุด --- ดัชนีจาการ์ตาคอมโพสิต ปิดตลาด 3,122.15 ลบ -13.17 จุด --- ดัชนีสเตรทไทม์ หุ้นสิงคโปร์ ปิดตลาด 2,986.66 บวก 3.83 จุด --- ดัชนีหุ้นเซี่ยงไฮ้ กระดาน-เอ ปิดตลาด 2,782.58 บวก 34.34 จุด --- ตลาดทองฮ่องกง ปิดตลาด 1,247.50-1,248.50 ดอลลาร์/ออนซ์ --- ดัชนีหั่งเส็ง ตลาดหุ้นฮ่องกง ปิดตลาด 20,868.92 บวก 245.09 จุด --- ดัชนีหุ้นเซี่ยงไฮ้ กระดาน-บี ปิดตลาด 255.17 บวก 5.41 จุด --- ดัชนี KOSPI หุ้นเกาหลีใต้ ปิดตลาด 1,775.73 บวก 11.04 จุด ---

ข่าวประจําวัน

  • รายละเอียดข่าว

เตือนระวังหลงทางอัดฉีดแสนล้านผิดกลุ่ม


ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ:

นักเศรษฐศาสตร์เตือน อัดฉีดแสนแสนล้าน ระวัง “หลงทาง” ใส่เงินผิดกลุ่ม เสนอให้เปิดลงทะเบียนคนจนแจกคูปองรายหัว

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : นายณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจตามรอบแนวทางการใช้จ่ายเงินงบประมาณกลางปี 2552 ว่า หากพิจารณาจากการแบ่งกลุ่มเป้าหมายนั้นมองว่ายังมีความทับซ้อนกันอยู่ อาทิ กลุ่มผู้ปกครอง ทับซ้อนกับกลุ่มผู้รายได้ประจำ ทั้งที่ความจริงการนำเม็ดเงินไปกระตุ้นเศรษฐกิจควรแบ่งตามลักษณะฐานรายได้และกำลังซื้อ แต่ที่สำคัญควรใช้ฐานรายได้เป็นหลัก ดังนั้นจึงสามารถแบ่งได้สองอาชีพหลักคือภาคเกษตรและผู้มีรายได้จากเงินเดือนหรือการลงทุน เมื่อแบ่งเช่นนี้แล้วก็จะทำให้การกระตุ้นเศรษฐกิจมองเห็นเป้าหมายมากขึ้น

ส่วนการสร้างรายได้ด้วยการอัดเม็ดเงินกระตุ้นกำลังซื้อนั้น นักวิชาการ ผู้นี้ กล่าวว่า จุดมุ่งหมายของการกระตุ้นต้องการกระตุ้นอย่างไร เพราะตามหลักแล้วมีหลักในการกระตุ้น 4 อย่าง คือ 1.กระตุ้นการบริโภคภาคครัวเรือน 2. ภาคเอกชน 3.ภาครัฐ และ 4.การค้าระหว่างประเทศ ซึ่งตอนนี้ตัวกระตุ้นที่ใหญ่ที่สุด คือ การบริโภคภาคครัวเรือน แต่รัฐบาลชุดนี้กลับกำหนดกลุ่มที่มีความทับซ้อนกัน ดังนั้นผลที่จะได้รับอาจจะไม่เห็นเด่นชัด ถ้าเลือกผิดกลุ่ม เม็ดเงินที่จะนำไปช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนก็จะผิดตามไปด้วย เหมือนกับขับรถหลงทางก็จะทำให้เสียเวลา

นายณรงค์ กล่าวถึงโครงการถนนไร้ฝุ่น ว่า รัฐบาลควรมีโครงการเมกกะโปรเจกที่ควรวัตถุประสงค์ชัดเจน ซึ่งการจะบรรลุวัตถุประสงค์และมีความเติบโตทางเศรษฐกิจต้องดูว่ามีเงื่อนไขในการหมุนเวียนภายในประเทศหรือไม่ หากเน้นการนำเข้าก็จะไม่เกิดการจ้างงานและผิดวัตถุประสงค์การลงทุนที่กระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนตัวตนมองว่าโครงการที่รัฐบาลควรจะทำคือการขุดลอกคูคลองทั่วประเทศจะเห็นผลมากกว่า เพราะสามารถนำดินที่ขุดขึ้นมาไปขาย การลอกคลองทำให้น้ำไม่ท่วม

นอกจากนี้ ยังทำให้ประชาชนใช้น้ำสำหรับการเกษตรอย่างไม่ขาดและสามารถส่งเสริมการท่องเที่ยวได้อีกทางหนึ่ง ดีกว่าการขุดคลองหน้าบ้านแล้วไม่มีน้ำ ซึ่งถือว่าเป็นการคุ้มทุนมากกว่า โครงการเหล่านี้สามารถจัดทำได้ แต่รัฐบาลต้องตอบคำถามให้ได้ว่าจะนำเงินงบประมาณมาจากไหน เพราะถ้านำงบประมาณมาจากการกู้ยืมก็จะต้องดูว่าการลงทุนที่ไม่คุ้มทุนควรทำหรือไม่ เพราะต้องจ่ายดอกเบี้ยจากเงินกู้ แต่ถ้านำเงินจากเงินคงคลังก็คงต้องดูว่าในคลังขณะนี้มีศักยภาพการจ่ายหรือไม่ ถ้าเราไม่เห็นที่มาของเงินก็ไม่สามารถประเมินได้ว่าโครงการต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นจะมีความคุ้มทุนหรือไม่

“สำหรับการจัดสวัสดิการรถฟรี น้ำ-ไฟฟรีและการเรียนฟรีนั้นถือเป็นเรื่องที่ไม่ว่าใครขึ้นมาเป็นรัฐบาลก็ควรจัดสวัสดิการเหล่านี้ให้ประชาชน เพราะถูกระบุไว้ในรัฐธรรมนูญที่รัฐจะต้องอุดหนุนให้กับประชาชน แต่ทุกพรรคการเมืองที่ขึ้นมาเป็นรัฐบาลกลับนำการตลาดมาสร้างคะแนนนิยมให้กับตัวเองเพื่อหวังผลทางการเมืองทั้งนั้น ถ้าหากจะให้ผลดีควรใช้ประชาชนมาลงทะเบียนเพื่อจัดกลุ่มเป้าหมายชัดเจนและออกคูปองให้ประชาชนโดยอาจจะเรียกว่าคูปองพิเศษสำหรับประชาชนเพื่อไม่ให้ผิดกลุ่มเป้าหมาย”

ส่งต่อให้ผู้อื่น พิมพ์ข่าวหน้านี้ บันทึกข่าวลงเครื่อง


Error : CAN NOT CONNECT HOST : 192.168.52.42Error : "select CommentID, NewsID, CreateDate, Names, Email, Comment,RemoteAddress From TKTComment Where NewsID=326547 and DelStatus<=3 order by CommentID DESC" IS DEAD
: