6 มกราคม พ.ศ. 2552 17:37:00
"อภิรักษ์ โกษะโยธิน"นั่งที่ปรึกษานายกฯ
ครม.อนุมัติแต่งตั้งที่ปรึกษานายกฯ 5 คน คุณหญิงสุพัตรา-สาวิตต์-กนก-อภิรักษ์-บัณฑิต มีผล 6 ม.ค.
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : นายศุภรักษ์ ควรหา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เสนอให้แต่งตั้งข้าราชการการเมือง ตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี จำนวน 5 ราย คือ 1.คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ 2. นายสาวิตต์ โพธิวิหค 3. นายกนก วงษ์ตระหง่าน 4. นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน และ 5. นายบัณฑิต ศิริพันธ์ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม 2552 เป็นต้นไป
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้อนุมัติแต่งตั้งข้าราชการการเมือง ประกอบด้วย กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอให้แต่งตั้ง นางพรรณี จารุสมบัติ ดำรงตำแหน่งเลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
ส่วนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่งตั้งข้าราชการการเมือง จำนวน 3 ราย คือ 1. น.ส.วาสนา ปรีดีจิตร ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายชาติชาย พุคยาภรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์) 2. นายธรรมรัต หวั่งหลี ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 3. นายสุรกิจ ลิ้มสิทธิกูล ดำรงตำแหน่งเลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แต่งตั้งข้าราชการการเมือง จำนวน 2 ราย คือ 1.นายธีระวัฒน์ ศิริวันสาณฑ์ ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 2. นายยุทธพล อังกินันทน์ ดำรงตำแหน่งเลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
ด้าน นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมอนุมัติตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอแต่งตั้งข้าราชการการเมือง จำนวน 2 คน คือ 1. พล.อ.โสภณ ศีลพิพัฒน์ ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 2. พล.อ.นพดล อินทปัญญา ดำรงตำแหน่งเลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ส่วนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่งตั้งให้ น.ส.รสพิมล จิรเมธากร ดำรงตำแหน่งเลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
กระทรวงคมนาคม เสนอแต่งตั้งข้าราชการการเมือง จำนวน 3 ราย คือ 1. นายลัทธชัย โชคชัยวัฒนากร ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 2. นายสมศักดิ์ แต้เจริญวิริยะกุล ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม) 3. นางดารณี เลศะวานิช ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ปฏิบัติราชการในหน้าที่เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม (นายเกื้อกูล ด่านวิจิตร)
ส่วนกระทรวงการคลัง แต่งตั้งข้าราชการการเมือง จำนวน 4 ราย คือ 1. นายสมชาย สกุลสุรรัตน์ ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง (นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์) 2. นายเกษมสันต์ วีระกุล ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง) 3. นางณารินี ตะล่อมสิน ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง (นายพฤฒิชัย ดำรงรัตน์) 4. นายรัชดากรณ์ ทาระวรรณ ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง (นายพฤฒิชัย ดำรงรัตน์)
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) จำนวน 2 ราย คือ 1. พล.ท.อธิยุทธ จุนทะสุต เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที 2. นายฉัตร วิศวพลานนท์ เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที
เมื่อถามว่า การแต่งตั้งข้าราชการการเมืองในส่วนของกระทรวงที่พรรคประชาธิปัตย์รับผิดชอบจะเสนอเมื่อใด นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในส่วนของพรรคจะหารืออีกครั้ง และต้องผ่านกระบวนการของพรรค ในการประชุมคณะผู้บริหารพรรคอีกครั้ง เพื่อจะนำเสนอในภาพรวมทั้งหมด เนื่องจากมีหลายตำแหน่งที่ต้องพิจารณา และแนวทางของพรรค เมื่อคณะผู้บริหารได้พิจารณาเสร็จแล้ว ต้องผ่านกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการบริหารพรรค คิดว่าคงไม่ช้า ขณะนี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รวบรวมรายชื่อทั้งหมด ซึ่งหากดำเนินการเสร็จเร็วก็น่าจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาได้ทันในการประชุมวันที่ 13 มกราคมนี้ ซึ่งจะมีทั้งบุคคลภายนอก และคนของพรรค
ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่ารายชื่อที่ออกมาจะเป็นที่ยอมรับได้หรือไม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ปกติการคัดเลือกต้องผ่านการคัดสรร คัดกรองอยู่แล้ว และถ้าใช้ระบบโควตาของพรรคก็คงไม่มีคนนอกเข้ามาแน่นอน แต่ถ้าเห็นรายชื่อแล้วก็จะเห็นว่ามีการนำคนนอกเข้ามาช่วยงาน เนื่องจากเป็นผู้ที่มีความเหมาะสมและเชี่ยวชาญในแต่ละกระทรวง เชื่อว่าเมื่อรายชื่อออกมา น่าจะได้รับการยอมรับจากสังคม
ส่วนเรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลนั้น เป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี ที่จะเป็นผู้ดำเนินการ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีไม่ได้หารือในเรื่องนี้ เพราะเป็นอำนาจโดยตรงของนายกรัฐมนตรีที่จะพิจารณาโดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี
advertisement

advertisement