bangkokbiznews

BizBook | TOP1000 | Nation E-Commerce | Nation E-Job | Market at Nation | เกี่ยวกับเรา


Lastestnews

Topics

ตลาดเงินโตเกียว ยูโร/ดอลลาร์ ซื้อขายที่ 1.3612 --- ตลาดเงินโตเกียว ดอลลาร์/เยน ซื้อขายที่ 90.45 --- ตลาดเงินโตเกียว ยูโร/เยน ซื้อขายที่ 123.16 --- (เช้า) ทองคำแท่งซื้อ17,150ขาย17,250บ./ทองรูปพรรณซื้อ16,903.40ขาย17,650บ. --- (ธปท.) อัตราแลกเปลี่ยนกลาง 44.6216 บาท/ยูโร --- (ธปท.) อัตราแลกเปลี่ยนกลาง 32.306 บาท/ดอลลาร์ --- ดัชนีหุ้นเซี่ยงไฮ้ กระดาน-เอ เปิดตลาด 3,194.67 บวก 0.71 จุด --- ดัชนีคอมโพสิต หุ้นมาเลเซีย เปิดตลาด 1,301.83 ลบ -0.11 จุด --- ดัชนีออลออดินารีส์ หุ้นออสเตรเลีย เปิดตลาด 4,877.10 ลบ -0.60 จุด --- ดัชนีเวทเต็ด ตลาดหุ้นไต้หวัน เปิดตลาด 7,899.01 บวก 12.67 จุด ---

ข่าวหน้าแรก : ประจำวัน

  • รายละเอียดข่าว

กสิกรฯคาดครึ่งปีแรกเงินเฟ้อติดลบ 1.7%

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดครึ่งปีแรกเงินเฟ้อมีโอกาสติดลบ 1.7% ถึง -0.9% หลังราคาน้ำมันร่วง เชื่อเศรษฐกิจไทยไม่เกิดภาวะเงินฝืดเรื้อรัง

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ประเมินถึงแนวโน้มเงินเฟ้อในปีนี้ว่า คาดว่า อัตราเงินเฟ้อยังมีแนวโน้มลดลงในช่วงครึ่งแรกของปี 52 โดยมีความเป็นไปได้สูงที่จะเริ่มเห็นอัตราเงินเฟ้อทั่วไป (CPI) เป็นตัวเลขติดลบในเดือน ม.ค.ถ้าราคาน้ำมันในประเทศยังไม่มีการปรับขึ้นมากนัก

อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้ออาจจะขยับสูงขึ้นในเดือน ก.พ. หลังจากสิ้นสุดมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันภายใต้ 6 มาตรการ 6 เดือน ฝ่าวิกฤติเพื่อคนไทย ก่อนที่จะกลับมามีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องไปจนถึงปลายไตรมาสที่ 2

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 52 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะมีค่าเฉลี่ยอยู่ในช่วง -1.7% ถึง -0.9% เนื่องจากคาดว่าราคาน้ำมัน และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกจะคงอยู่ในระดับต่ำท่ามกลางแนวโน้มเศรษฐกิจโลกถดถอย แต่เงินเฟ้อจะกลับมาสูงขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยทั้งปี 52 อาจจะลดลง 1.0% ถึงเพิ่มขึ้น 1.0% (-1.0 ถึง +1.0)

ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ยังคงจะสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปตลอดช่วงครึ่งปีแรก และแนวโน้มค่าเฉลี่ยตลอดทั้งปีจะยังคงอยู่ในแดนบวก โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในปี 52 จะอยู่ที่ประมาณ 0.0-1.0% ลดลงจาก 2.3% ในปี 51

แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อมีโอกาสที่จะติดลบ แต่คาดว่าความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทยจะตกอยู่ในภาวะเงินฝืดเรื้อรัง หรือระดับเงินเฟ้อลดลงเป็นระยะเวลายาวนานนั้นคงเป็นไปได้ค่อนข้างน้อย โดยแนวโน้มการลดลงของอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลของฐานที่สูงมากในปี 51

โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 2 และไตรมาสที่ 3 ซึ่งผลดังกล่าวจะหมดไปในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี พร้อมกับราคาน้ำมันที่จะเริ่มขยับขึ้นเมื่อเข้าสู่ฤดูกาลที่มีความต้องการใช้เพิ่มขึ้น จะส่งผลให้เงินเฟ้อกลับมามีระดับที่สูงในช่วงไตรมาส 4/52

ทั้งนี้ ปัจจัยดังกล่าวคงจะสร้างความลำบากให้กับการดำเนินนโยบายการเงินบ้างจากการที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปผันผวนสูง อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังค่อนข้างมีเสถียรภาพและตัวเลขเฉลี่ยทั้งปีน่าจะยังอยู่ภายใต้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อใหม่ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ 0.5-3.0%    

สำหรับประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามคือ ทิศทางราคาน้ำมัน ซึ่งราคาน้ำมันในตลาดโลกขณะนี้เริ่มขยับขึ้น เนื่องจากปัญหาในภูมิภาคตะวันออกกลาง หลังจากอิสราเอลโจมตีปาเลสไตน์ในเขตฉนวนกาซ่า หากการสู้รบยืดเยื้อหรือบานปลายอาจจะกดดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้นได้ แม้คาดว่าราคาน้ำมันคงจะไม่ได้ทะยานขึ้นอย่างรุนแรง แต่ก็อาจจะยิ่งเป็นปัจจัยที่ซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกให้จมลึกลงยิ่งขึ้น และการฟื้นตัวอาจจะต้องใช้เวลายาวนานออกไปอีก ขณะเดียวกัน ก็จะเป็นปัจจัยที่ส่งผลกดดันต่อทิศทางเงินเฟ้อและแนวโน้มเศรษฐกิจไทยด้วยเช่นกัน

ส่งต่อให้ผู้อื่น พิมพ์ข่าวหน้านี้ บันทึกข่าวลงเครื่อง


Error : CAN NOT CONNECT HOST : 192.168.52.42Error : "select CommentID, NewsID, CreateDate, Names, Email, Comment,RemoteAddress From TKTComment Where NewsID=325673 and DelStatus<=3 order by CommentID DESC" IS DEAD
: