5 มกราคม พ.ศ. 2552 19:04:00
ธปท.ชี้ไม่เกิดภาวะเงินฝืดจีดีพีโต0.5-2.5%
(Update) "อภิสิทธิ์"เผยหลังหารือธปท. คาดจีดีพีปี52 โตแค่ 0.5-2.5% จากแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก ยันไม่เกิดภาวะเงินฝืด
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า ธปท.คาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในปี 2552 จะขยายตัวในระดับ 0.5-2.5% โดยเชื่อว่าจะไม่เกิดภาวะเงินฝืด หลังรัฐบาลมีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ
"เราจะรักษาเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้ แบงก์ชาติประมาณการเศรษฐกิจ ณ วันที่ 3 ธันวาฯว่าจะโต 0.5-2.5%"
ก่อนหน้านี้ ธปท.คาดอัตราการเติบโตของจีดีพีในปี 2552 ไว้ที่ 3.8-5.0%
ธปท.รับแรงกดดันภายนอกหนัก/แบงก์ไม่กล้าปล่อยกู้
ดร.ธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 1-2/52 จะได้รับผลกระทบค่อนข้างหนักจากปัญหาเศรษฐกิจนอกประเทศที่จะส่งผลต่อการส่งออกของไทยให้ชะลอตัวลงอย่างมาก แม้เชื่อว่าครึ่งปีหลังน่าจะดีขึ้น แต่ยังจำเป็นต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเหมือนกับที่ทุกประเทศดำเนินการ
"ยามนี้แบงก์ชาติกับรัฐบาลต้องทำงานประสานกัน ต้องมีการปรึกษาหารือโดยเฉพาะเรื่องข้อมูลสำคัญมากที่จะต้องเห็นตรงกัน มุมมองตอนนี้คือไม่มีความแตกต่างในการคาดการณ์จีดีพี ซึ่งจะต้องดูแลเศรษฐกิจให้โตต่อไปให้ได้"
ดร.ธาริษา กล่าวว่า การคาดการณ์จีดีพีปี 52 ที่ระดับ 0.5-2.5% ยังเป็นแค่การประเมินในเบื้องต้น ซึ่ง ธปท.จะมีการประเมินภาวะเศรษฐกิจในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 14 ม.ค.นี้ โดยจะพิจารณาจากระดับเงินที่จะเข้าสู่ระบบ โดยเฉพาะการเบิกจ่ายภาครัฐ ขณะที่ภาครัฐก็จะต้องกระตุ้นการใช้จ่ายของภาคเอกชนด้วยมาตรการพิเศษที่จะนำออกมาใช้
สำหรับปัญหาสภาพคล่องในระบบนั้น ทั้งรัฐบาลและ ธปท.เห็นตรงกันว่าจะต้องทำความเข้าใจกับธนาคารพาณิชย์ และหาแนวทางการค้ำประกันสินเชื่อ เนื่องจากธนาคารพาณิชย์กังวลกับการปล่อยสินเชื่อที่อาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ โดยเฉพาะขณะนี้คุณภาพหนี้เริ่มมีปัญหามากขึ้น แม้จะยังไม่ถึงขั้นที่จะถูกจัดชั้นเป็นหนี้ด้อยคุณภาพ แต่ก็กำลังจะกลายเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล)
ดร.ธาริษา กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่ธนาคารพาณิชย์จะต้องระมัดระวังการการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น เพราะหากมีปัญหาเอ็นพีแอล เพิ่มขึ้นก็จะกลายเป็นผลกระทบต่อสถานะของธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่ง จึงเป็นสิ่งที่ ธปท.จะต้องพยายามทำให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ทำให้เกิดปัญหาเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้น
"แบงก์ชาติต้องทำความเข้าใจกับแบงก์พาณิชย์ เพราะปัญหาตอนนี้ไม่ใช่สภาพคล่องไม่มี แต่แบงก์กังวลเรื่องการปล่อยกู้เพื่อปิดความเสี่ยงเรื่องหนี้เอ็นพีแอล ที่สำคัญคือต้องค้ำประกันสินเชื่อต้องมีเป็นการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดที่สุด ณ ตอนนี้"