5 มกราคม พ.ศ. 2552 01:00:00
"ปาเจโร สปอร์ต" 2.5 ลิตร เครื่องดี ช่วงล่างผ่าน
ถือว่าเป็นสินค้าความหวังใหม่ของมิตซูบิชิเลยทีเดีย สำหรับ ปาเจโร สปอร์ต รถพีพีวี ที่พัฒนาขึ้นมาจากพื้นฐานของรถปิกอัพ ไทรทัน
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : ช่วงที่เผยแพร่ข่าวสารใหม่ๆ ทำเอาหลายคนสับสนไม่น้อยทีเดียวสำหรับชื่อ เพราะมันไปเกี่ยวพันกับเอสยูวีในฝัน ราชาของดาการ์แรลลีอย่างปาเจโร
พอเปิดตัวใหม่ๆ ก็มีเสียงที่กระเซ้าเย้าแหย่กันพอหอมปากหอมคอว่า การใช้ชื่อนี้มี 2 อย่างคือ ยกระดับตัวเองขึ้น กับ ไปลดระดับของปาเจโรลง หากว่าปาเจโร สปอร์ต ไม่ประสบความสำเร็จในตลาด
อย่างไรก็ตามผ่านไปได้ระยะหนึ่ง ก็ถือว่าไปได้สวยงามสำหรับ ปาเจโร สปอร์ต เพราะสามารถสร้างยอดขายได้ดีทีเดียวในภาวะที่เศรษฐกิจ และตลาดรถยนต์ชะลอตัว โดยเดือนแรกซึ่งไม่เต็มเดือนขายไป 128 คัน เดือนที่ 2 ยอดเพิ่มเป็น 650 คัน เรียกว่าแซง อีซูซุ มิว-7 ขึ้นไปอยู่อันดับ 2 ของตลาด
จุดเด่น จุดขายของปาเจโร สปอร์ต ในมุมมองของหลายๆ คนนั้นเห็นว่า อย่างแรกสุดก็คือ เรื่องของหน้าตาที่ดูดี และสามารถพัฒนาตนเองหนีภาพปิกอัพไทรทันไปได้
ในมุมมองของผม ซึ่งเคยเขียนไว้ใน auto zone ฉบับพิเศษที่แทรกมากับกรุงเทพธุรกิจ บอกว่า การออกแบบนั้นได้ดี รูปทรงด้านหน้า ออกไปในแนวสปอร์ต รูปทรงของโคมไฟ รับกับกระจังหน้า ที่เป็นซี่แนวเฉียง เพื่อล้อกับเส้นเฉียงของโลโก้ ที่อยู่ตรงกลาง เสริมด้วยช่องดักลมขนาดใหญ่ ไฟตัดหมอกทรงกลม แต่เส้นของฝากระโปรงหน้า ตัดตรงไปสักหน่อย ทำให้ดูเรียบเกินไป
รูปทรงด้านข้าง ใช้ได้ แต่ก็ไม่ได้โดดเด่นมากนัก คล้ายคลึงกับรถในกลุ่มนี้ทั่วๆ ไป
ขณะที่ด้านท้าย ออกแนวไปทางหรูหรามากกว่า และทำให้อดนึกถึงรถยุโรป 2 ยี่ห้อไม่ได้ มุมมองด้านท้ายดูสบายตา อย่างไรก็ตามสำหรับคันที่ไม่ได้ติดแรคหลังคาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน มองดูโล่งๆ เรียบๆ ไปสักหน่อย โดยเฉพาะคันที่ใช้สีอ่อน ถ้าติดแรค หรือว่าสปอยเลอร์หลังคา น่าจะช่วยได้มาก
สำหรับเรื่องของการทดสอบ อาจจะผ่านตาท่านผู้อ่านไปบ้างแล้ว ทั้งในกรุงเทพธุรกิจ และ auto zone แต่ว่าครั้งแรกนั้นเป็นการลองในสนามแถวๆ เพชรบุรี ส่วนอีกครั้งหนึ่งผมร่วมเดินทางลงใต้ไปประจวบ ทะลุเข้าพม่าที่ด่านสิงขร เพื่อไปไหว้พระ และนำปัจจัยไปถวายพระที่วัดโมว์ด่อง และครั้งนั้นผมเดินทางด้วย ปาเจโร สปอร์ต เครื่องยนต์ 3.2 ลิตร ขับเคลื่อน 4 ล้อ SUPER SELECT 4WD (SS4) ซึ่งเป็นระบบเดียวกับที่ใช้ในปาเจโร มีให้เลือกใช้ 4 โหมด คือ 2H ขับล้อหลังเหมาะสำหรับการขับขี่แบบปกติ 4H ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Full Time 4HLc เหมาะกับสภาพทางที่ต้องการกำลังขับเคลื่อนสูงโดยมีระบบ เซ็นเตอร์ ดิฟล็อก ที่ควบคุมแรงบิดของล้อหน้าและหลังให้เหมาะสมกับสภาพเส้นทาง และ 4LLc เหมาะกับสภาพทางที่ต้องการกำลังขับเคลื่อนสูง และไม่สามารถใช้ความเร็วได้ในเส้นทางที่ทุรกันดาร
อย่างไรก็ตาม กลับจากพม่า ผมติดต่อไปยังมิตซูบิชิว่าขอรุ่น 2.5 ลิตร ขับเคลื่อน 2 ล้อ มาลองบ้าง เพราะในมุมมองผมคิดว่ามันน่าจะเป็นตัวที่ทำยอดขายได้มากกว่า ถูกผิดอย่างไรต้องรออีกระยะ อีกอย่างหนึ่งก็คือ อยากรู้ว่าเครื่องยนต์ตัวนี้ที่เล็กลง จะรองรับการใช้งานของรถประเภทนี้ได้มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะเมื่อต้องบรรทุกเต็มความสามารถของมันก็คือ การเป็นรถ 7 ที่นั่ง
ผมกำหนดเส้นทาง เอาแบบกลางๆ ไม่ใกล้ แต่ก็ไม่ไกลมาก มีทั้งเส้นทางเรียบ และทางคดโค้ง ขึ้น ลง เขา นั่นคือ กรุงเทพฯ-แม่สอด
นอกจากการออกแบบภายนอกที่ดูดีแล้ว ภายในก็ถือว่าใช้ได้ทีเดียว สำหรับปาเจโร สปอร์ต รวมถึงการออกแบบเชิงอรรถประโยชน์ในการใช้งาน เช่น เบาะนั่งแถว 3 ที่พับเรียบได้ง่ายๆ เพียงแต่ว่าเที่ยวนี้มันไม่มีโอกาสได้พับ เพราะว่ามีผู้ร่วมทดสอบล้นความจุของรถ คือไปกัน 8 คนครับ รวมกับสัมภาระที่ยัดเข้าไปจนมองกระจกหลังไม่ได้
ขณะที่เบาะนั่งแถว 2 พับเพื่อเปิดทางให้คนนั่งแถว 3 ขึ้น-ลง ก็ทำได้ง่าย แต่อย่างไรก็ตาม ช่องที่เปิดให้อาจจะแคบไปสักหน่อย แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตอะไรนัก เรียกว่าคุณสมบัติในส่วนนี้ผ่านครับ
เครื่องยนต์ 2.5 DI-D Hyper Common Rail DOHC 16 วาล์ว Turbo Intercooler ให้กำลัง 140 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 321 นิวตันเมตรที่ 2,000 รอบ/นาที เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ INVECS-II พร้อม Sportronic
กำลังเครื่องยนต์ สบายๆ กับการบรรทุกเต็มอัตราเช่นนี้ ผมสามารถใช้ความเร็ว 140 และถึง 160 ในบางช่วง หลังจากเห็นว่าท่าทางเราจะถึงที่หมายดึกเกินไป เนื่องจากออกเดินทางในคืนวันศุกร์ที่เส้นทางช่วงแรกคือบนทางด่วน เราถูกต้อนรับโดยประชากรรถยนต์เต็มถนน กว่าจะหลุดพ้นกรุงเทพฯ ได้ก็กินเวลาเกือบ 2 ชั่วโมงเข้าไปแล้ว
และเมื่อขึ้นเขาเข้าแม่สอด ผมก็ได้ข้อสรุปถึงแรงบิด และอัตราเร่ง เพื่อเร่งแซงว่า เครื่องยนต์ตัวนี้ก็พอแล้วครับ ไม่ต้องไปเอาตัวใหญ่อะไรให้แพงเล่น ความคล่องตัวในการขับจากเครื่องยนต์มีสูงทีเดียว
ขณะที่ช่วงล่างหน้าอิสระแบบดับเบิลวิชโบน พร้อมคอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง และช่วงล่างหลังแบบทรีลิงค์ ทอล์คอาร์มพร้อมคอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง รับมือได้ดีกับเส้นทางคดโค้งแบบนี้ ช่วยให้การขับขี่สนุกขึ้นมาก
โดยสรุป ใครที่ต้องการรถ 7 ที่นั่ง กับราคา 9.5 แสน กับ 1.07 ล้านบาท จะเลือก ปาเจโร สปอร์ต เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร ก็ไม่น่าจะผิดหวังครับ
advertisement

advertisement