bangkokbiznews

BizBook | TOP1000 | Nation E-Commerce | Nation E-Job | Market at Nation | เกี่ยวกับเรา


Lastestnews

Topics

หุ้นไทยภาคบ่ายปิดที่ 1,135.16 จุด ลบ -19.28 จุด มูลค่าการซื้อ-ขาย 25,474.16 ล้านบาท --- ดัชนีจาการ์ตาคอมโพสิต ปิดตลาด 3,940.11 ลบ -40.39 จุด --- ดัชนีคอมโพสิต หุ้นมาเลเซีย ปิดตลาด 1,538.91 บวก 6.45 จุด --- ดัชนีสเตรทไทม์ หุ้นสิงคโปร์ ปิดตลาด 2,790.16 บวก 11.60 จุด --- ดัชนีหั่งเส็ง ตลาดหุ้นฮ่องกง ปิดตลาด 18,922.32 ลบ -29.53 จุด --- ดัชนีหุ้นเซี่ยงไฮ้ กระดาน-บี ปิดตลาด 238.56 ลบ -1.22 จุด --- ดัชนีหุ้นเซี่ยงไฮ้ กระดาน-เอ ปิดตลาด 2,459.66 บวก 4.04 จุด --- ดัชนีหุ้นเวียดนาม (VNI) ปิดตลาด 448.02 บวก 13.07 จุด --- ดัชนีคอมโพสิตฟิลิปปินส์ ปิดตลาด 4,954.00 บวก 74.58 จุด --- (เวลา14.12น.)ทองคำแท่งซื้อ23,550ขาย23,650บ./ทองรูปพรรณซื้อ23,209.96ขาย24,050บ. ---

การเมือง

คอลัมนิสต์

รูปคอลัมนิสต์ ศุภวุฒิ สายเชื้อ

ศุภวุฒิ สายเชื้อ

รูปคอลัมนิสต์ บวร ปภัสราทร

บวร ปภัสราทร

รูปคอลัมนิสต์ ไชยยันต์ ไชยพร

ไชยยันต์ ไชยพร

รูปคอลัมนิสต์ ยศ สันตสมบัติ

ยศ สันตสมบัติ

รูปคอลัมนิสต์ ภูมิคุ้มกันฯ(สังศิต พิริยรังสรรค์)

ภูมิคุ้มกันคอรับชัน

รูปคอลัมนิสต์ ธงชัย สันติวงษ์

ธงชัย สันติวงษ์

รูปคอลัมนิสต์ ดร.พสุ เดชะรินทร์

ดร.พสุ เดชะรินทร์

รูปคอลัมนิสต์ เอกนิติ(ดร.เอก)

ดร.เอก เศรษฐศาสตร์

รูปคอลัมนิสต์ แจงสี่เบี้ย(แบงก์ชาติ)

แจงสี่เบี้ย

รูปคอลัมนิสต์ สกล หาญสุทธิวารินทร์

สกล หาญสุทธิวารินทร์

รูปคอลัมนิสต์ สิริพรรณ นกสวน

สิริพรรณ นกสวน

รูปคอลัมนิสต์ ดร.อมร วาณิชวิวัฒน์

ดร.อมร วาณิชวิวัฒน์

รูปคอลัมนิสต์ ชำนาญ จันทร์เรือง

ชำนาญ จันทร์เรือง

รูปคอลัมนิสต์ ดร.ธีรยุส วัฒนาศุภโชค

ดร.ธีรยุส วัฒนาศุภโชค

รูปคอลัมนิสต์ ดร.ไพโรจน์ วงศ์วิภานนท์์

ดร.ไพโรจน์ วงศ์วิภานนท์

รูปคอลัมนิสต์  เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์

เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์

รูปคอลัมนิสต์ ประภาส  ปิ่นตบแต่ง

ประภาส ปิ่นตบแต่ง

รูปคอลัมนิสต์ ขจรปรีย์  ภู่งาม (โครงการ อเมริกาศึกษาฯจุฬา)

ขจรปรีย์ ภู่งามา

รูปคอลัมนิสต์ มุมมองบ้านสามย่าน

มุมมองบ้านสามย่าน

รูปคอลัมนิสต์ เรือรบ  เมืองมั่น

เรือรบ เมืองมั่น

รูปคอลัมนิสต์ อักษรศรี  พานิชสาส์น

อักษรศรี พานิชสาส์น

รูปคอลัมนิสต์ ดร.อาภรณ์ ชีวะเกรียงไกร

ดร.อาภรณ์ ชีวะเกรียงไกร

รูปคอลัมนิสต์ สมชาย  ปรีชาศิลปกุล

สมชาย ปรีชาศิลปกุล

รูปคอลัมนิสต์ สกว.ชวนคิด

สกว.ชวนคิด

รูปคอลัมนิสต์ ไสว  บุญมา

ไสว บุญมา

รูปคอลัมนิสต์ อนุสรณ์  ธรรมใจ

อนุสรณ์ ธรรมใจ

รูปคอลัมนิสต์ ทัศนีย์ บุนนาค

ทัศนีย์ บุนนาค

รูปคอลัมนิสต์ สุกัญญา หาญตระกูล

สุกัญญา หาญตระกูล

รูปคอลัมนิสต์ หน้าต่างความคิด (เกรียติอนันต์  ล้วนแก้ว)

หน้าต่างความคิด

รูปคอลัมนิสต์ อรรถจักร์  สัตยานุรักษ์

อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์

รูปคอลัมนิสต์ กฎหมายเศรษฐกิจ

กฎหมายเศรษฐกิจ

ทัศนะวิจารณ์

คิดใหม่ วันอาทิตย์
28 ธันวาคม พ.ศ. 2551 07:10:00
ระวัง"ดีเอ็นเอด้อย"ปชป. เก่งแต่ปาก-ทำงานไม่เป็น"ยังอยู่"

ผลพวงจากพรรคประชาธิปัตย์ว่างเว้นจากการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หลังจากพ่ายแพ้การเลือกตั้งอย่างหมดรูปเมื่อวันที่ 6 ม.ค.2544 ให้กับพรรคไทยรักไทย

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : ของอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่เป็นพรรคการเมืองใหม่ แต่ "เรียนรัด" ไล่ซื้อนักการเมืองรุ่นลายครามเข้ามาสังกัด

ทำให้การกลับมาเป็นแกนนำรัฐบาลอีกครั้ง ภายใต้การนำของนักการเมืองรุ่นใหม่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ "นายกรัฐมนตรีของเรา" นับตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.ที่ได้คะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่ง จนถึงวันนี้ก่อนแถลงนโยบายต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันพรุ่งนี้ (29 ธ.ค.) ผ่านมาได้แค่ 15 วันแต่ถือได้ว่า "ทำงานเป็น" เริ่มเข้าตาชาวบ้านพอสมควร ผลสำรวจของหลายสำนักจึงออกมาในแนวทางเดียวกันคือ "นายกรัฐมนตรีของเรา" ทำให้คนไทยมีความสุขมากขึ้น

ระบอบประชาธิปไตยก็ดีอย่างนี้ เมื่อนักการเมืองอย่างพรรคประชาธิปัตย์ "ถูกประชาชนลงโทษ" ไม่เลือกเข้ามามากพอทำให้ตกเป็นฝ่ายค้านยาวนานเกือบ 8 ปี สามารถปรับเปลี่ยนนิสัยดั้งเดิมที่อาจจะเป็นวัฒนธรรมองค์กรของพรรคเก่าแก่ที่ "เก่งแต่ปาก-ดีแต่พูดโวหาร" โต้ตอบคนอื่น จนกลายเป็น "ดีเอ็นเอ" หรือแบรนด์ของประชาธิปัตย์ที่อุดมไปด้วยนักพูด, นักโต้วาที, พวกหัวหมอ ฯลฯ มักจะเจริญรุ่งเรืองเป็น "นักการเมืองอาชีพ"

เริ่มมีความพยายามจะ Re-Branding ไม่ให้ "เก่งแต่ปาก-ดีแต่พูดโวหาร-ทำงานไม่เอาอ่าว" มาเป็น "ไม่ใช่เก่งแต่ปาก-โวหารเริ่มน่าฟัง-กล้ารับคำท้าทายด้วยการให้รอดูผลงาน"

จึงเป็นเรื่องปกติธรรมดาของ "ดีเอ็นเอ" เดิมของคนเก่าแก่พรรคนี้จะสำแดงตัวออกมาอีก ทำให้เกิดปรากฏการณ์ "ปากเก่ง-เล่นคำ" อย่าง "นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ" และอีก 2 -3 คนที่ออกอาการ "ขาดสติ" แสดงความผิดหวังจากการไม่ได้เป็นรัฐมนตรี จนทำให้ "งานเข้า" จากพรรคเพื่อไทยที่กำลังย้อนรอยใช้ลีลาเดิมของพรรคประชาธิปัตย์มาทิ่มแทง "นายกรัฐมนตรีของเรา" ไม่ให้มีสมาธิในการทำงาน

อีกตัวอย่างของดีเอ็นเอ ปชป.ปากเก่ง-ทำงานไม่เป็น ยังสำแดงอยู่ใน "สุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล" ที่มีอดีตเป็น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เขต 1 จังหวัดเชียงใหม่ และเคยเป็น "คนชังทักษิณ" เข้ากระดูก เมื่อคราวแพ้ประมูลขายเครื่องคอมพิวเตอร์เข้าหน่วยราชการทุกครั้ง แต่อกหักกับประชาธิปัตย์ย้ายมาอยู่กับพรรคไทยรักไทยกลายเป็น "คนรักทักษิณ" อย่างหัวปักหัวปำ

แต่เอาเถอะ ขอให้กำลังใจ "ฝ่ายค้านหัดใหม่" อย่างคุณสุรพงษ์และพลพรรคเพื่อไทย จงตั้งอกตั้งใจทำหน้าที่ "ฝ่ายค้าน" อย่างที่ ปชป.เคยทำมาอย่างต่อเนื่อง 7-8 ปี เวลาจะช่วยปรับเปลี่ยนนิสัยสันดานสลัด "ดีเอ็นเอด้อย" "ปากเก่ง-ทำงานไม่เป็น" ออกไปได้

รวมทั้ง "ผู้ทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านชั่วคราว" ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง อดีต EX-ปชป.เช่นกันที่มีความสามารถพัฒนา "ดีเอ็นเอด้อย" "ปากเก่ง-ทำงานไม่เป็น" กลายพันธุ์เป็น "ปากอวดเก่ง-ทำงานด้วยปาก"

ว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ที่พลาดหวังจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่กำลังถลำลึกกับการกู้ชื่อจาก "พญาแร้งอีสาน" ให้กลับมาเป็น "อินทรีอีสาน" ดังเดิม

หัวหน้าพรรคประชาราช "เสนาะ เทียนทอง" ที่ยังหลงเลอะเทอะอยู่กับความสำเร็จในอดีต "ผู้จัดการรัฐบาล" จนทำให้สังคมเกิดความงงงวยกับปรากฏการณ์ "แฝดสามมหัศจรรย์ทางการเมือง" เสนาะ-เฉลิม-ประชา ที่คงเก็บ "ยาดี" จากคนต่างแดนไว้กินเองเสียมากกว่า ทำให้แท้งกลางสภาผู้แทนราษฎรจนน้ำคร่ำยังเลอะเปรอะทั้งสภา

กระบวนการ Re-Branding และ Re-Process สไตล์การทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ผ่าน "นายกรัฐมนตรีของเรา" ในช่วง 15 วันที่ผ่านมาที่ดูทันสมัยและกระฉับกระเฉง เพื่อลบล้างแบรนด์ "ชวนเชื่องช้า" ที่เป็นดีเอ็นเอเด่นของพรรคนี้ถือว่าทำได้ดีพอสมควร แต่จะยั่งยืนหรือไม่ ยังเป็นคำถามของสังคมที่รอการพิสูจน์

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "นายกรัฐมนตรีของเรา" ถึงขั้นกล้าประกาศว่าถ้าหากภายใน 3 เดือน มาตรการกอบกู้วิกฤติเศรษฐกิจ 3 แสนล้านบาทที่ประกาศออกมาใช้ไม่ได้ผล พร้อมจะให้คนอื่นเข้ามาทำงานแทน

ระยะเดือนแรก สังคมโดยทั่วไปมีระดับความ "ไว้วางใจหรือเชื่อใจ" (Trust) ในตัว "นายกรัฐมนตรีของเรา" มากกว่าอดีตนายกรัฐมนตรี 2 คนที่ผ่านมา ทั้ง "สมัคร สุนทรเวช" กับ "สมชาย วงศ์สวัสดิ์" โชคร้ายเริ่มต้นจากความ "ไม่ไว้วางใจ-ไม่เชื่อใจ" ว่าไม่ได้เป็น "นอมินี" ของอดีตนายกฯ ทักษิณที่ต้องการแก้ปัญหาให้ตัวเองมากกว่าบ้านเมือง

แต่ "นายกรัฐมนตรีของเรา" จะสามารถก้าวไปถึงระดับ "ความเชื่อมั่น" (Confidence) หรือไม่ ยังเป็น Topic of the Town ของทุกภาคส่วนของสังคมที่ถามไถ่กันว่าหน้าตาของคณะรัฐมนตรีในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลช่างขี้เหร่ไม่แพ้ชุดก่อนๆ ตามประสาการเมืองเก่า

ทำให้ยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นในความเป็น "ทีมเศรษฐกิจ" ที่มีเอกภาพและมีความสามารถเพียงพอในการรับมือ "วิกฤติการเงิน-เศรษฐกิจ" ที่คุกคามทั้งโลกได้หรือไม่

ยิ่งบรรดา "ผีเจาะปาก" คนเสื้อแดง กำลังพยายามทุกวิถีทางทำลาย "ความน่าเชื่อถือ" ของแบรนด์อภิสิทธิ์ให้กลายเป็น "มาร์คก๊อบปี้" นโยบายประชานิยมของอดีตนายกฯ ทักษิณเท่านั้นเอง เพื่อไม่ให้ไต่ระดับไปถึงระดับ "ความเชื่อมั่น" จึงเป็นโจทย์สำคัญของ "นายกรัฐมนตรีของเรา" ที่หลังปีใหม่ไปแล้วควรจะเพลาๆ "การสร้างภาพ" โฆษณาชวนเชื่อลงบ้าง เพื่อไม่ให้เฝือเกินไปหรือเอียนจนอ้วก เช่น จดหมายรักและคิดถึงยายเนียม, เดินดินกินข้าวแกงร้านสโมสร ฯลฯ แล้วหันมาลงมือ "ทำงาน" อย่างหนักหลังแถลงนโยบายตามสูตร 24/7 ยี่สิบสี่ชั่วโมงเจ็ดวัน

วิธีการนี้จะเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ "นายกรัฐมนตรีของเรา" ยกระดับความคาดหวังของสังคมจาก Trust ไปสู่ Confidence ได้ในระยะเวลา 99 วัน แม้ว่าหลายเรื่องจะยังไม่ประสบความสำเร็จทันที แต่หากสามารถทำให้วิกฤติเศรษฐกิจในปีหน้าทรงตัวอยู่ได้ ไม่ทรุดหนักลงไปถึงระดับเผาจริง

เรื่องหลักๆ ที่จะต้องทำให้ได้-ทำให้เห็นผลจับต้องได้มากกว่าคำพูดสวยหรูของ "นายกรัฐมนตรีของเรา" เช่น

-จะต้องทำให้ภาวะคนตกงานจำกัดตัวเองอยู่เฉพาะบริษัทผลิตส่งออกสินค้าบางประเภท ที่ออเดอร์หายจากวิกฤติเศรษฐกิจในต่างประเทศ โดยยังไม่ลามเข้ามาในบริษัททั่วไปที่อาศัยกำลังซื้อในประเทศ

-จะต้องทำให้เงินอัดฉีด 3 แสนล้านบาทสัมฤทธิผลโดยเร็ว อย่าใช้วิธี "ส่งต่อไม้ไอติม" แต่ควรจะใช้วิธี "DTH" Direct- to-Home เพื่อให้สามารถดึง "กำลังซื้อ" ของผู้บริโภคกล้าออกมาจับจ่ายใช้สอย พร้อมๆ กับการขยายข่าวดีเป็นระยะๆ เพื่อลดความวิตกกังวลกับอนาคตของตัวเองว่าจะตกงาน

- จะต้องทำให้ภาวะท่องเที่ยวประเภท In-Bound เริ่มกลับเข้ามาตั้งแต่ไตรมาสที่สองปีหน้า เร่งด่วน Repair ซ่อมภาพลักษณ์ประเทศไทยบ้านป่าเมืองเถื่อนจากความรุนแรงให้กลับมาเป็น "Land of Smile" และ Revamp ยกเครื่องแผนดึงนักท่องเที่ยวต่างประเทศ เพื่อให้ Re-visiting ประเทศไทยหลังจาก "ช็อก" เตลิดกลับประเทศจากการยึดสนามบินสุวรรณภูมิ

ด้วยการวางแผนจัดในระดับ World Event ทุกๆ 1-2 เดือนๆ ละ 1 สัปดาห์ เช่น 31 ธ.ค.เริ่มต้นจากการดูแลงาน Countdown ปีใหม่นี้ในหลายๆ งานให้ไม่มีเหตุร้ายและกระจายออกสื่อระดับโลก, ก.พ.ประชุมอาเซียนซัมมิตที่เชียงใหม่ไม่ควรย้ายมากรุงเทพฯ แต่ควรจะเนรมิตมหานครเชียงใหม่ด้วยการระดมสร้างสวนดอกไม้สวยสะพรั่งทั้งเมือง, เม.ย.จัดมหาสงกรานต์ของโลกในภูมิภาคอินโดจีนโดยมีไทยเป็นศูนย์กลาง ฯลฯ

- จะต้องสร้าง "Thailand Team" (แนวคิดเดิมของอดีตนายกฯ ทักษิณ) แต่ปรับใหม่ระดม "ยอดฝีมือ" จากภาคเอกชนและภาครัฐเป็นหลายๆ ทีมตามความเชี่ยวชาญตลาดต่างประเทศเพื่อบุกตลาดคราวเดียวกันหลายๆ ประเทศภายใน 3-6 เดือนข้างหน้า

โดยไม่ควรรอ "นายกรัฐมนตรีของเรา" นำทีมไปอย่างเดียว ภารกิจหลัก 3 อย่างคือการ Repair ซ่อมภาพลักษณ์ของประเทศ, แคมเปญรักษาออเดอร์ตลาดส่งออกกับเร่งหาตลาดใหม่และออกแรงสุดแรงเกิดในการดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับไทยให้ได้ภายในเร็ววัน

ค่อนข้างมั่นใจเรื่องเหล่านี้ไม่เกินสติปัญญาความคิดของ "นายกรัฐมนตรีของเรา" ที่มีความสามารถในการเรียนระดับสอบได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งของสาขาปรัชญา การเมืองและเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดและเคมบริดจ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชาเศรษฐศาสตร์ที่ได้คะแนนสูงสุดของนักศึกษารุ่นเดียวกันของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด

แต่กลับห่วง "ดีเอ็นเอด้อย" เก่งแต่ปาก-ทำงานไม่เป็นของพรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่ได้หายไปไหน แต่ยังฝังลึกอยู่ในบรรดา "นักการเมืองอาชีพ" ที่ผิดหวังจากการเป็นรัฐมนตรีครั้งนี้กำลังรอวันสำแดงตัวออกมา จนทำให้ "นายกรัฐมนตรีของเรา" ขาดสมาธิในการบริหารประเทศ

(อ่านข้อเขียนย้อนหลังและแสดงความคิดเห็นตลอด 24 ชั่วโมงทาง www.oknation.net/blog/adisak)

ส่งต่อให้ผู้อื่น พิมพ์ข่าวหน้านี้ บันทึกข่าวลงเครื่อง


Error : CAN NOT CONNECT HOST : 192.168.52.42Error : "select CommentID, NewsID, CreateDate, Names, Email, Comment,RemoteAddress From TKTComment Where NewsID=324324 and DelStatus<=3 order by CommentID DESC" IS DEAD
: