วันพุธที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2551
งานเร่งด่วนประการต้นๆ ของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นอกจากเรื่องสมานฉันท์ และฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศขนานใหญ่แล้ว
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : ก็ยังจะต้องเดินหน้าอธิบายความกับเวทีสากลเป็นการใหญ่พร้อมๆ กันไปด้วย
เพราะการสร้างความเชื่อมั่นต่อพื้นฐานของเศรษฐกิจของประเทศนั้น ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องภายในบ้านเท่านั้น แต่ปัจจัยข้างนอกของประเทศเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน
ประโยคแรกที่สื่อต่างประเทศอ้างถึง จากปากของรัฐมนตรีต่างประเทศคนใหม่ คุณกษิต ภิรมย์ ในลักษณะพูดทีเล่นทีจริงย่อมไม่เป็นประโยชน์กับภาพลักษณ์ของรัฐบาลอภิสิทธิ์
Daily Telegraph ของอังกฤษอ้างคำพูดของคุณกษิต ต่อหน้านักการทูตต่างประเทศในกรุงเทพฯ ว่า การชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เป็นเรื่อง "a lot of fun" หรือเป็นเรื่อง "สนุกสนานเอาการไม่น้อย"
พอนักข่าวของหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ เอาไปผูกกับประโยคของเขาเองที่ว่าพันธมิตร ได้เข้าไปยึดสนามบินสุวรรณภูมิ และดอนเมือง สร้างความเสียหายทั้งในแง่ภาพ และกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนและการท่องเที่ยว ก็ทำให้ภาพของรัฐมนตรีต่างประเทศคนใหม่ออกไปทางลบทันที
เพราะสื่อต่างประเทศหลายแห่งก็ตอกย้ำว่าคุณกษิต เคยขึ้นเวทีปราศรัยเข้าข้างพันธมิตร ต่อต้านทักษิณ ชินวัตร อยู่บ่อยๆ...ซึ่งอาจจะทำให้มีคำถามเกี่ยวกับความเป็นมืออาชีพในฐานะนักการทูตหรืออาจจะมีการ "แก้แค้น" เกิดขึ้นต่ออดีตนายกฯ คนนี้
ความจริง การที่รัฐมนตรีต่างประเทศมีจุดยืนทางการเมืองต่อต้านคอร์รัปชัน และเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองภาคประชาชนนั้นไม่ได้เป็นเรื่องเสียหาย และ Daily Telegraph ก็อ้างประโยคของคุณกษิต ที่บอกว่า
"Look at it (the PAD) as pushing the process of democratization forward."
"ขอให้มองดูการรณรงค์ของพันธมิตร เป็นการผลักดันกระบวนการประชาธิปไตยไปข้างหน้า..."
ซึ่งแน่นอนว่าด้านหนึ่งก็มองเป็นเช่นนั้นได้
แต่เมื่อหนังสือพิมพ์ฉบับนี้เน้นพาดหัวว่า "Bangkok airport protests were fun says Thailand's new foreign minister" หรือ "รัฐมนตรีต่างประเทศคนใหม่ของไทยบอกว่าการประท้วงเป็นเรื่องสนุก..." ก็ย่อมทำให้แปลจุดยืนของคุณกษิต ผิดไปได้ทันที
คุณกษิต โดนอ้างอีกประโยคหนึ่งว่า "คุณควรจะดีใจที่เป็นครั้งแรกที่ประชาชนธรรมดา ออกมาต่อต้นคอร์รัปชันอย่างเต็มที่... และถ้าสังคมต้องการเปลี่ยนแปลง ก็ต้องมีราคาที่จะต้องจ่าย..."
แต่พอสื่อฉบับนี้เน้นคำว่า "สนุก" ประเด็นจริงจังเรื่องการต่อต้านคอร์รัปชัน และบทบาทของการเมืองภาคประชาชนก็ถูกกลบไป เพราะเขาอ้างอีกประโยคหนึ่งของคุณกษิต ที่บอกว่า
"The food was excellent, the music was excellent." อาหารและดนตรีก็สุดยอด
ผมเข้าใจได้ว่าคุณกษิต พูดแบบเป็นกันเองกับนักการทูตต่างประเทศในวันนั้น เพราะหลายคนก็คงจะคุ้นเคยเป็นเพื่อนส่วนตัวด้วยซ้ำ แต่แน่นอนว่า เมื่อบางประโยคเขียนออกมาเป็นข่าวที่อ่านแล้วเหมือนจริงจัง ความหมายก็ย่อมแปรไปอย่างช่วยไม่ได้
ตอนท้ายของข่าวชิ้นเดียวกันนั้น คุณกษิต โดนอ้างอีกประโยคหนึ่งที่บอกว่า
"People said we were armed. My wife used to go every evening. What was she armed with? Only food and medicine."
"คนบอกว่าเรามีอาวุธ ภรรยาผมเคยไป (ร่วมชุมนุม) ทุกเย็น เธอเอาอะไรไปด้วยหรือ? อาหาร และยาเท่านั้นแหละ..."
คนที่อ่านข่าวนี้ ไม่รู้บรรยากาศของการสนทนา ไม่เข้าใจว่าคุณกษิต มีบทบาทอย่างไรในพันธมิตร จริงๆ ก็จะเข้าใจอะไรคลาดเคลื่อนได้
วันนี้ คุณกษิต เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศไทย ที่ต้องฟื้นศรัทธาของสังคมนานาชาติ จึงต้องเร่งทำ road show ด้วยตนเอง และคณะที่ปรึกษาจากคนใน และคนนอกกระทรวง เพื่อเรียกความมั่นใจกลับมาให้เร็วที่สุด
เพราะวันนี้ การปราศรัยวิพากษ์ "ระบอบทักษิณ" ต้องเปลี่ยนเป็นนโยบายใหม่ที่จะมาทดแทนความเลวร้ายในอดีตอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว
(เข้ามาเกาะติดความเห็นหลากหลายรอบด้านต่อสถานการณ์ร้อนๆ ที่ www.suthichaiyoon.com ได้ตลอด 24 ชั่วโมง)
advertisement
advertisement