13 ธันวาคม พ.ศ. 2551 00:00:00
สภาบัญชีจี้สรรพากรเลิก "ท.293/50"
ที่ประชุมผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี มีมติให้ยกเลิกประกาศกรมสรรพากรเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การพัฒนาผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชี เนื่องจากเป็นประกาศที่ไม่มีกฎหมายรองรับ
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย และสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย จัดสัมมนาพิจารณ์เพื่อรับฟังความคิดเห็นของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี ต่อเรื่องคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.293/2550 ลงวันที่ 25 มิ.ย. 2550 เรื่อง "หลักเกณฑ์การพัฒนาผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชี ตาม มาตรา 3 สัตต แห่งประมวลรัษฎากร" โดยมีผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีเข้าร่วมงานสัมมนาพิจารณ์จำนวนประมาณ 730 คน
ตัวแทนจากกรมสรรพากร และผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมกันเป็นวิทยากรในการสัมมนาพิจารณ์ ได้แก่ ศาสตราจารย์เกษรี ณรงค์เดช นายกสภาวิชาชีพบัญชี ศาสตราจารย์วิโรจน์ เลาหะพันธ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภาวิชาชีพบัญชี นายสุเทพ พงษ์พิทักษ์ ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการสอบบัญชีภาษีอากร กรมสรรพากร ดร.ธวัชชัย ยงกิตติคุณ เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย นายอนุวัฒน์ จงยินดี ผู้แทนสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย นายอมรศักดิ์ พงศ์พศุตม์ ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และนายสุพจน์ สิงห์เสน่ห์ ประธานคณะกรรมการวิชาชีพบัญชีด้านการสอบบัญชี
ที่ประชุมได้มีการแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง เกี่ยวกับคำสั่งกรมสรรพากรดังกล่าว ซึ่งมีประเด็นในเรื่องความไม่ชัดเจนที่เกี่ยวกับหลักการและในการปฏิบัติงานจริงๆ ความแทรกซ้อนกับงานของผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) และผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ลงวันที่ 12 มี.ค. 2544 โดยนายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ซึ่งใช้ปฏิบัติอยู่ในปัจจุบัน
คำสั่งกรมสรรพากรดังกล่าว นอกจากจะเป็นคำสั่งที่ยังไม่มีกฎหมายรองรับแล้ว ยังเป็นการสร้างภาระเพิ่มค่าใช้จ่ายแก่บริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่ต้องจ้างผู้ตรวจสอบบัญชีภาษีอากร (CPTA) เพิ่มขึ้น และยังมีปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพ มาตรฐานของ CPTA ตามหลักสูตรอบรมเพียง 6 วิชาที่กำหนดโดยกรมสรรพากร และยังไม่ได้ผ่านการรับรองจากสภาวิชาชีพบัญชี ด้านการบัญชีภาษีอากร ที่มี พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 รองรับ
ดังนั้น ที่ประชุมได้เห็นชอบสรุปความเห็นให้สภาวิชาชีพบัญชีนำเสนอกรมสรรพากร ให้กรมสรรพากรพิจารณายกเลิกคำสั่งดังกล่าวไปก่อน เพื่อรอผลการที่จะมีกฎหมายรองรับที่ถูกต้อง