5 ธันวาคม พ.ศ. 2551 05:00:00
ฮัลโหลในโลกมืด ขอสิทธิเพิ่มเสียง(ผู้บริโภค)
จำนวนเลขหมายโทรศัพท์มือถือที่มากกว่า 80% ของประชากรนั้น สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญความต้องการติดต่อสื่อสารที่ไม่เว้นแต่กลุ่มคนผู้พิการทางสายตา ซึ่งมีผลสำรวจกลุ่มประชากรดังกล่าวพบว่า 98%มองว่า มือถือเป็นอุปกรณ์สื่อสารที่สำคัญที่สุด
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : โดย : สุจิตร ลีสงวนสุข
อย่างไรก็ตาม ความสามารถการ "เข้าถึง "การใช้งานอุปกรณ์เพื่อการสื่อสารเพื่อให้ได้ใช้ "ประโยชน์สูงสุด" กับข้อมูลที่มีอยู่เพื่อใช้ยกระดับ "คุณภาพชีวิต" ยังต้องแก้ปัญหาที่เป็นอุปสรรคการเข้าถึง โดยเฉพาะโปรแกรมอ่านหน้าจอ (สกรีน รีดเดอร์) และโปรแกรมสังเคราะห์เสียงจากข้อความ (เท็กซ์ ทู สปีช) ที่รองรับการใช้งานบนโทรศัพท์มือถือจะช่วยเพิ่ม "โอกาส" เข้าสู่โลกการสื่อสารได้อย่างสมบูรณ์มากขึ้น
เปิดผลสำรวจพฤติกรรมใช้งาน
นายกิตติพงศ์ สุทธิ ผู้อำนวยการสถาบันคนตาบอดแห่งชาติเพื่อการวิจัยและพัฒนา เผยผลสำรวจพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือของผู้พิการทางสายตาจำนวน 170 คนจากทั่วประเทศเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา พบว่า 98% ของผู้ตอบแบบสอบถาม เห็นว่าโทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์สื่อสารที่สำคัญที่สุด และ 34.7% มีมือถือมากกว่า 1 เครื่อง
รวมทั้งพบว่า ส่วนใหญ่จะใช้ระบบเติมเงิน 74% เพราะไม่ต้องมีปัญหาการดูบิลชำระเงิน โดยมีเพียง 27% ที่ใช้ชำระแบบรายเดือน ด้านการค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนจะอยู่ที่ต่ำกว่า 300บาท โดยมีสัดส่วนสูงถึง 49% และกลุ่มที่ใช้ระหว่าง 300-600 บาท มี 29% ระดับ 600-1,000 บาท ราว 10% ระดับ 1,000-1,500 บาท ราว 6% และอีก 4% ใช้จ่ายสูงกว่า1,500 บาท
ด้านเหตุผลการเลือกใช้บริการ อันดับ 1 อยู่ที่โปรโมชั่น 62.4% คุณภาพโครงการข่าย 57% และ 20% คุณภาพการให้บริการ
หากมองพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือ จะคล้าย "วัยรุ่น" โทรบ่อยคุยนานซึ่งระบุว่ามี 22% ของผู้ตอบแบบสอบถามและใกล้เคียงกับกลุ่มคนโทรน้อยและคุยสั้นมี 21%
ส่วนระดับราคาเครื่องที่นิยมใช้ ส่วนใหญ่ต่ำกว่า 3 พันบาทมีสัดส่วนถึง 52% และระดับ 3-6 พันบาท มีสัดส่วน 24% เมื่อถามถึงคุณสมบัติที่เลือกซื้อเครื่อง 66% บอกว่าดูที่ความสะดวกใช้งาน 31% ดูที่ราคา
ใช้โปรแกรมอ่านหน้าจอยังต่ำ
นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า ที่น่าสนใจก็คือ ผู้พิการทางสายตา 40% ระบุว่าไม่รู้จักโปรแกรมทอล์คและโปรแกรมที่ใช้อ่านหน้าจอมือถือ (Screen Reader) และได้ยินแต่ไม่ได้ใช้ 28% มี 27% เท่านั้นที่ระบุว่าเคยใช้งานแล้ว
ขณะที่ 63% ระบุว่า ปัญหาการใช้งานหลักอยู่ที่ไม่สามารถอ่านข้อความเอสเอ็มเอสด้วยตนเองและ 15% บอกว่าไม่ได้รับความสะดวกหรือทราบค่าใช้จ่าย รวมถึงการได้รับข้อมูลไม่เพียงพอ 15%
ทั้งนี้ 54% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ยังไม่รู้จักชื่อของสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) มาก่อน และ 34% บอกว่าทราบเพียงเล็กน้อย ซึ่งทาง สบท. ต้องเร่งสร้างการเป็นที่รู้จักเพื่อให้คนกลุ่มนี้ได้ใช้สิทธิการร้องเรียน เมื่อเกิดปัญหาการใช้บริการสื่อสาร
อุปกรณ์แพง/บริการยังขาด
นายต่อพงศ์ เสลานนท์ กรรมการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) กล่าวว่าผู้พิการทางสายตาก็มีความต้องการใช้บริการสื่อสารโทรคมนาคม ไม่แตกต่างจากคนทั่วไปคือ ต้องการ "เข้าถึง" ข้อมูลข่าวสารเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของตนเอง
อุปสรรคที่สำคัญก็คือ อุปกรณ์ที่รองรับการใช้โปรแกรมอ่านจอภาพนั้น ต้องเป็นระบบปฏิบัติการซิมเบียน 9 ซึ่งจะมีราคาเครื่อง 5-6 พันบาท ขณะที่การสำรวจกลุ่มตัวอย่าง ประชากรส่วนใหญ่ใช้เครื่องราคาต่ำกว่า 3 พันบาท
นอกจากนั้น ยังขาดบริการที่ออกแบบมาเพื่อให้บริการพิเศษเฉพาะกลุ่ม เช่น การอ่านข้อความเอสเอ็มเอส และหากอนาคตมีโทรศัพท์มือถือยุคที่ 3 ก็อาจใช้มือถืออ่านฉลากอาหาร เพื่อให้บริการตรวจสอบส่วนผสมที่อยู่ในอาหารที่จะเลือกซื้อ
"สำหรับผู้พิการทางสายตาแล้ว สิ่งที่เราต้องการไม่ใช่ห้องน้ำเฉพาะผู้พิการ การจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการนั้น ควรตอบสนองให้หลากหลายครอบคลุมให้กับผู้พิการในรูปแบบอื่นๆ ด้วยเช่นที่เราต้องการเข้าถึงสารสนเทศข้อมูลโลกเครือข่ายอินเทอร์เน็ต" นายต่อพงศ์กล่าว
หาแหล่งทุนวิจัยพัฒนาเพิ่ม
ด้านนายกิตติพงศ์ กล่าวต่อว่า สถาบันฯ มีแผนผลักดันการพัฒนาโปรแกรมอ่านหน้าจอ (สกรีน รีดเดอร์) ที่ใช้อยู่ในเครื่องพีซี ให้สามารถทำงานบนมือถือ และรองรับภาษาไทยพร้อมฝึกอบรมการใช้งาน โดยจะต้องหาแหล่งทุนใหม่ที่มีทุนวิจัย เช่น สถาบันวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคมภายใต้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)
เนื่องจากซอฟต์แวร์อ่านหน้าจอของต่างประเทศจะมีราคาไลเซ่นละ 7-8 พันบาท ขณะที่ กองทุนพัฒนาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ภาษาไทยสำหรับคนตาบอด ซึ่งเป็นแหล่งทุนที่สนับสนุนการวิจัย มีงบประมาณจำกัดที่ต้องพัฒนาโปรแกรมสนับสนุนส่วนอื่นๆ ด้วย
ทั้งนี้ หากยึดตามสถิติกรมอนามัยโลก โดยเฉลี่ยแต่ละประเทศจะมีผู้พิการทางสายตา 1% ของประชากร ซึ่งหากเป็นประเทศไทย จะมีกลุ่มนี้ 6 แสนคน
ขณะที่ ข้อมูลจากสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ระบุว่า ไทยมีคนพิการทางสายตาประมาณ 8 หมื่นคน แต่มีผู้มาลงทะเบียนรับซอฟต์แวร์สังเคราะห์เสียงภาษาไทยจากข้อความ (เท็กซ์ ทู สปีช) ที่ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์เพียง 1,000 คน ถือว่าอัตราการเข้าถึงเทคโนโลยียังต่ำมาก
advertisement

advertisement