bangkokbiznews

BizBook | TOP1000 | Nation E-Commerce | Nation E-Job | Market at Nation | เกี่ยวกับเรา


Lastestnews

Topics

ดัชนี BSE SENSEX 30 หุ้นอินเดีย ปิดตลาด 18,238.31 บวก 32.44 จุด --- หุ้นไทยภาคบ่ายปิดที่ 920.54 จุด บวก 1.20 จุด มูลค่าการซื้อ-ขาย 47,813.06 ล้านบาท --- ดัชนีคอมโพสิต หุ้นมาเลเซีย ปิดตลาด 1,441.07 บวก 9.11 จุด --- ดัชนีจาการ์ตาคอมโพสิต ปิดตลาด 3,122.15 ลบ -13.17 จุด --- ดัชนีสเตรทไทม์ หุ้นสิงคโปร์ ปิดตลาด 2,986.66 บวก 3.83 จุด --- ดัชนีหุ้นเซี่ยงไฮ้ กระดาน-เอ ปิดตลาด 2,782.58 บวก 34.34 จุด --- ตลาดทองฮ่องกง ปิดตลาด 1,247.50-1,248.50 ดอลลาร์/ออนซ์ --- ดัชนีหั่งเส็ง ตลาดหุ้นฮ่องกง ปิดตลาด 20,868.92 บวก 245.09 จุด --- ดัชนีหุ้นเซี่ยงไฮ้ กระดาน-บี ปิดตลาด 255.17 บวก 5.41 จุด --- ดัชนี KOSPI หุ้นเกาหลีใต้ ปิดตลาด 1,775.73 บวก 11.04 จุด ---

ไอที-นวัตกรรม : ไอที-นวัตกรรม

  • รายละเอียดข่าว

ฮัลโหลในโลกมืด ขอสิทธิเพิ่มเสียง(ผู้บริโภค)


:

จำนวนเลขหมายโทรศัพท์มือถือที่มากกว่า 80% ของประชากรนั้น สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญความต้องการติดต่อสื่อสารที่ไม่เว้นแต่กลุ่มคนผู้พิการทางสายตา ซึ่งมีผลสำรวจกลุ่มประชากรดังกล่าวพบว่า 98%มองว่า มือถือเป็นอุปกรณ์สื่อสารที่สำคัญที่สุด

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : โดย : สุจิตร ลีสงวนสุข

อย่างไรก็ตาม ความสามารถการ "เข้าถึง "การใช้งานอุปกรณ์เพื่อการสื่อสารเพื่อให้ได้ใช้ "ประโยชน์สูงสุด" กับข้อมูลที่มีอยู่เพื่อใช้ยกระดับ "คุณภาพชีวิต" ยังต้องแก้ปัญหาที่เป็นอุปสรรคการเข้าถึง โดยเฉพาะโปรแกรมอ่านหน้าจอ (สกรีน รีดเดอร์) และโปรแกรมสังเคราะห์เสียงจากข้อความ (เท็กซ์ ทู สปีช) ที่รองรับการใช้งานบนโทรศัพท์มือถือจะช่วยเพิ่ม "โอกาส" เข้าสู่โลกการสื่อสารได้อย่างสมบูรณ์มากขึ้น

เปิดผลสำรวจพฤติกรรมใช้งาน

 นายกิตติพงศ์ สุทธิ  ผู้อำนวยการสถาบันคนตาบอดแห่งชาติเพื่อการวิจัยและพัฒนา เผยผลสำรวจพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือของผู้พิการทางสายตาจำนวน 170 คนจากทั่วประเทศเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา พบว่า 98% ของผู้ตอบแบบสอบถาม เห็นว่าโทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์สื่อสารที่สำคัญที่สุด และ 34.7% มีมือถือมากกว่า 1 เครื่อง

 รวมทั้งพบว่า ส่วนใหญ่จะใช้ระบบเติมเงิน 74% เพราะไม่ต้องมีปัญหาการดูบิลชำระเงิน โดยมีเพียง 27% ที่ใช้ชำระแบบรายเดือน ด้านการค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนจะอยู่ที่ต่ำกว่า  300บาท โดยมีสัดส่วนสูงถึง 49%  และกลุ่มที่ใช้ระหว่าง 300-600 บาท มี 29% ระดับ 600-1,000 บาท ราว 10% ระดับ 1,000-1,500 บาท ราว  6%   และอีก 4% ใช้จ่ายสูงกว่า1,500 บาท

 ด้านเหตุผลการเลือกใช้บริการ อันดับ 1 อยู่ที่โปรโมชั่น 62.4%  คุณภาพโครงการข่าย 57% และ 20% คุณภาพการให้บริการ

 หากมองพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือ จะคล้าย "วัยรุ่น" โทรบ่อยคุยนานซึ่งระบุว่ามี 22% ของผู้ตอบแบบสอบถามและใกล้เคียงกับกลุ่มคนโทรน้อยและคุยสั้นมี 21% 

 ส่วนระดับราคาเครื่องที่นิยมใช้ ส่วนใหญ่ต่ำกว่า 3 พันบาทมีสัดส่วนถึง 52% และระดับ 3-6 พันบาท มีสัดส่วน 24% เมื่อถามถึงคุณสมบัติที่เลือกซื้อเครื่อง 66% บอกว่าดูที่ความสะดวกใช้งาน 31% ดูที่ราคา

ใช้โปรแกรมอ่านหน้าจอยังต่ำ

 นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า ที่น่าสนใจก็คือ ผู้พิการทางสายตา 40% ระบุว่าไม่รู้จักโปรแกรมทอล์คและโปรแกรมที่ใช้อ่านหน้าจอมือถือ (Screen Reader) และได้ยินแต่ไม่ได้ใช้ 28%  มี 27% เท่านั้นที่ระบุว่าเคยใช้งานแล้ว

 ขณะที่  63% ระบุว่า ปัญหาการใช้งานหลักอยู่ที่ไม่สามารถอ่านข้อความเอสเอ็มเอสด้วยตนเองและ 15% บอกว่าไม่ได้รับความสะดวกหรือทราบค่าใช้จ่าย รวมถึงการได้รับข้อมูลไม่เพียงพอ 15%

 ทั้งนี้  54% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ยังไม่รู้จักชื่อของสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) มาก่อน และ 34% บอกว่าทราบเพียงเล็กน้อย ซึ่งทาง สบท. ต้องเร่งสร้างการเป็นที่รู้จักเพื่อให้คนกลุ่มนี้ได้ใช้สิทธิการร้องเรียน เมื่อเกิดปัญหาการใช้บริการสื่อสาร

อุปกรณ์แพง/บริการยังขาด

 นายต่อพงศ์ เสลานนท์  กรรมการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) กล่าวว่าผู้พิการทางสายตาก็มีความต้องการใช้บริการสื่อสารโทรคมนาคม ไม่แตกต่างจากคนทั่วไปคือ ต้องการ "เข้าถึง" ข้อมูลข่าวสารเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของตนเอง

 อุปสรรคที่สำคัญก็คือ อุปกรณ์ที่รองรับการใช้โปรแกรมอ่านจอภาพนั้น ต้องเป็นระบบปฏิบัติการซิมเบียน 9 ซึ่งจะมีราคาเครื่อง 5-6 พันบาท ขณะที่การสำรวจกลุ่มตัวอย่าง ประชากรส่วนใหญ่ใช้เครื่องราคาต่ำกว่า 3 พันบาท

 นอกจากนั้น ยังขาดบริการที่ออกแบบมาเพื่อให้บริการพิเศษเฉพาะกลุ่ม เช่น การอ่านข้อความเอสเอ็มเอส  และหากอนาคตมีโทรศัพท์มือถือยุคที่ 3  ก็อาจใช้มือถืออ่านฉลากอาหาร เพื่อให้บริการตรวจสอบส่วนผสมที่อยู่ในอาหารที่จะเลือกซื้อ

 "สำหรับผู้พิการทางสายตาแล้ว สิ่งที่เราต้องการไม่ใช่ห้องน้ำเฉพาะผู้พิการ  การจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการนั้น ควรตอบสนองให้หลากหลายครอบคลุมให้กับผู้พิการในรูปแบบอื่นๆ ด้วยเช่นที่เราต้องการเข้าถึงสารสนเทศข้อมูลโลกเครือข่ายอินเทอร์เน็ต" นายต่อพงศ์กล่าว

หาแหล่งทุนวิจัยพัฒนาเพิ่ม

 ด้านนายกิตติพงศ์ กล่าวต่อว่า สถาบันฯ มีแผนผลักดันการพัฒนาโปรแกรมอ่านหน้าจอ (สกรีน รีดเดอร์) ที่ใช้อยู่ในเครื่องพีซี ให้สามารถทำงานบนมือถือ และรองรับภาษาไทยพร้อมฝึกอบรมการใช้งาน โดยจะต้องหาแหล่งทุนใหม่ที่มีทุนวิจัย เช่น สถาบันวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคมภายใต้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)

 เนื่องจากซอฟต์แวร์อ่านหน้าจอของต่างประเทศจะมีราคาไลเซ่นละ  7-8 พันบาท ขณะที่ กองทุนพัฒนาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ภาษาไทยสำหรับคนตาบอด ซึ่งเป็นแหล่งทุนที่สนับสนุนการวิจัย มีงบประมาณจำกัดที่ต้องพัฒนาโปรแกรมสนับสนุนส่วนอื่นๆ ด้วย

 ทั้งนี้ หากยึดตามสถิติกรมอนามัยโลก โดยเฉลี่ยแต่ละประเทศจะมีผู้พิการทางสายตา 1% ของประชากร ซึ่งหากเป็นประเทศไทย จะมีกลุ่มนี้ 6 แสนคน

 ขณะที่ ข้อมูลจากสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ระบุว่า ไทยมีคนพิการทางสายตาประมาณ 8 หมื่นคน แต่มีผู้มาลงทะเบียนรับซอฟต์แวร์สังเคราะห์เสียงภาษาไทยจากข้อความ (เท็กซ์ ทู สปีช) ที่ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์เพียง 1,000 คน ถือว่าอัตราการเข้าถึงเทคโนโลยียังต่ำมาก

ส่งต่อให้ผู้อื่น พิมพ์ข่าวหน้านี้ บันทึกข่าวลงเครื่อง


Error : CAN NOT CONNECT HOST : 192.168.52.42Error : "select CommentID, NewsID, CreateDate, Names, Email, Comment,RemoteAddress From TKTComment Where NewsID=317933 and DelStatus<=3 order by CommentID DESC" IS DEAD
: