bangkokbiznews

BizBook | TOP1000 | Nation E-Commerce | Nation E-Job | Market at Nation | เกี่ยวกับเรา


Lastestnews

Topics

ดัชนีหุ้นเวียดนาม (VNI) ปิดตลาด 448.02 บวก 13.07 จุด --- ดัชนีหุ้นเซี่ยงไฮ้ กระดาน-เอ ปิดตลาด 2,459.66 บวก 4.04 จุด --- ดัชนีหุ้นเซี่ยงไฮ้ กระดาน-บี ปิดตลาด 238.56 ลบ -1.22 จุด --- ดัชนีหั่งเส็ง ตลาดหุ้นฮ่องกง ปิดตลาด 18,922.32 ลบ -29.53 จุด --- ดัชนีคอมโพสิตฟิลิปปินส์ ปิดตลาด 4,954.00 บวก 74.58 จุด --- (เวลา14.12น.)ทองคำแท่งซื้อ23,550ขาย23,650บ./ทองรูปพรรณซื้อ23,209.96ขาย24,050บ. --- ดัชนีนิกเกอิ หุ้นโตเกียว ปิดตลาด 8,633.89 บวก 22.58 จุด --- ดัชนี KOSPI หุ้นเกาหลีใต้ ปิดตลาด 1,799.13 บวก 16.67 จุด --- ดัชนีหั่งเส็ง ตลาดหุ้นฮ่องกง ปิดตลาดภาคเช้า 18,932.59 ลบ -19.26 จุด --- (เวลา11.09น.)ทองคำแท่งซื้อ23,600ขาย23,700บ./ทองรูปพรรณซื้อ23,255.44ขาย24,100บ. ---

การเมือง

คอลัมนิสต์

รูปคอลัมนิสต์ ศุภวุฒิ สายเชื้อ

ศุภวุฒิ สายเชื้อ

รูปคอลัมนิสต์ บวร ปภัสราทร

บวร ปภัสราทร

รูปคอลัมนิสต์ ไชยยันต์ ไชยพร

ไชยยันต์ ไชยพร

รูปคอลัมนิสต์ ยศ สันตสมบัติ

ยศ สันตสมบัติ

รูปคอลัมนิสต์ ภูมิคุ้มกันฯ(สังศิต พิริยรังสรรค์)

ภูมิคุ้มกันคอรับชัน

รูปคอลัมนิสต์ ธงชัย สันติวงษ์

ธงชัย สันติวงษ์

รูปคอลัมนิสต์ ดร.พสุ เดชะรินทร์

ดร.พสุ เดชะรินทร์

รูปคอลัมนิสต์ เอกนิติ(ดร.เอก)

ดร.เอก เศรษฐศาสตร์

รูปคอลัมนิสต์ แจงสี่เบี้ย(แบงก์ชาติ)

แจงสี่เบี้ย

รูปคอลัมนิสต์ สกล หาญสุทธิวารินทร์

สกล หาญสุทธิวารินทร์

รูปคอลัมนิสต์ สิริพรรณ นกสวน

สิริพรรณ นกสวน

รูปคอลัมนิสต์ ดร.อมร วาณิชวิวัฒน์

ดร.อมร วาณิชวิวัฒน์

รูปคอลัมนิสต์ ชำนาญ จันทร์เรือง

ชำนาญ จันทร์เรือง

รูปคอลัมนิสต์ ดร.ธีรยุส วัฒนาศุภโชค

ดร.ธีรยุส วัฒนาศุภโชค

รูปคอลัมนิสต์ ดร.ไพโรจน์ วงศ์วิภานนท์์

ดร.ไพโรจน์ วงศ์วิภานนท์

รูปคอลัมนิสต์  เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์

เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์

รูปคอลัมนิสต์ ประภาส  ปิ่นตบแต่ง

ประภาส ปิ่นตบแต่ง

รูปคอลัมนิสต์ ขจรปรีย์  ภู่งาม (โครงการ อเมริกาศึกษาฯจุฬา)

ขจรปรีย์ ภู่งามา

รูปคอลัมนิสต์ มุมมองบ้านสามย่าน

มุมมองบ้านสามย่าน

รูปคอลัมนิสต์ เรือรบ  เมืองมั่น

เรือรบ เมืองมั่น

รูปคอลัมนิสต์ อักษรศรี  พานิชสาส์น

อักษรศรี พานิชสาส์น

รูปคอลัมนิสต์ ดร.อาภรณ์ ชีวะเกรียงไกร

ดร.อาภรณ์ ชีวะเกรียงไกร

รูปคอลัมนิสต์ สมชาย  ปรีชาศิลปกุล

สมชาย ปรีชาศิลปกุล

รูปคอลัมนิสต์ สกว.ชวนคิด

สกว.ชวนคิด

รูปคอลัมนิสต์ ไสว  บุญมา

ไสว บุญมา

รูปคอลัมนิสต์ อนุสรณ์  ธรรมใจ

อนุสรณ์ ธรรมใจ

รูปคอลัมนิสต์ ทัศนีย์ บุนนาค

ทัศนีย์ บุนนาค

รูปคอลัมนิสต์ สุกัญญา หาญตระกูล

สุกัญญา หาญตระกูล

รูปคอลัมนิสต์ หน้าต่างความคิด (เกรียติอนันต์  ล้วนแก้ว)

หน้าต่างความคิด

รูปคอลัมนิสต์ อรรถจักร์  สัตยานุรักษ์

อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์

รูปคอลัมนิสต์ กฎหมายเศรษฐกิจ

กฎหมายเศรษฐกิจ

ทัศนะวิจารณ์

ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ
1 ธันวาคม พ.ศ. 2551 08:00:00
การฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย

ในขณะที่วิกฤติการเมืองกำลังซ้ำเติมประเทศไทย ที่กำลังได้รับผลกระทบจากภาวะตกต่ำของเศรษฐกิจโลก คำถามที่ตามมา คือ รัฐบาลจะมีมาตรการระยะสั้นใดบ้าง ที่จะลดผลกระทบจากปัญหาดังกล่าวข้างต้น

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : เศรษฐศาสตร์จานร้อน :ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ

ความตกต่ำของเศรษฐกิจไทยนั้น เป็นผลมาจากการปรับลดลงอย่างรุนแรงของสินทรัพย์ประเภทต่างๆ อาทิเช่น ราคาบ้าน ราคาหุ้น และราคาตราสารหนี้ ทำให้คนสหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น ฯลฯ เพิ่งรู้ตัวว่าความร่ำรวยของตนลดลงไปอย่างมาก ต้องบริโภคน้อยลงและออมมากขึ้น ธนาคารพาณิชย์ก็ได้รับความเสียหายเช่นกัน ทำให้ต้องเพิ่มทุนและในระหว่างที่ต้องเพิ่มทุนนั้นก็จะไม่ปล่อยสินเชื่อ โดยไอเอ็มเอฟประเมินว่า ธนาคารในยุโรปและอเมริกาอาจต้องลดการปล่อยสินเชื่อลง 10 ล้านล้านดอลลาร์ จึงสรุปได้ว่าความต้องการของโลกจะต้องปรับลดลงไปอย่างมาก แปลว่าความต้องการสินค้าส่งออกและจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะมาประเทศไทยจะลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้ การส่งออกและการท่องเที่ยวนั้นน่าจะมีมูลค่ารวมทั้งสิ้นประมาณ 70% ของรายได้ประชาชาติ

การปิดสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมืองนั้น กระทบกระเทือนต่อผู้โดยสารต่างประเทศที่ต้องตกค้างในประเทศไทยนับพันคน ทำลายชื่อเสียงและการเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำของประเทศไทย การที่รัฐบาล 20 กว่าประเทศประกาศเตือนประชาชนของเขาไม่ให้มาเยือนประเทศไทยจะไม่รุนแรงเท่ากับข่าวที่ออกไปว่ามาเมืองไทยแล้วกลับบ้านไม่ได้ ทำให้ต้องได้รับความยากลำบากนานัปการ

รัฐบาลอ้างว่ามีมาตรการมากมายที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการจะเพิ่มการขาดดุลงบประมาณ 1 แสนล้านบาท ที่อยู่ระหว่างการจัดสรรงบประมาณให้แต่ละโครงการ ซึ่งไม่แน่ใจว่าปัจจุบันมีความชัดเจนมากน้อยเพียงใดแล้ว นอกจากนี้ มาตรการดังกล่าวจะต้องผ่านรัฐสภาภายในเดือนเมษายนปีหน้า ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะทำได้หรือไม่ เนื่องจากการประท้วงของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

หากรัฐบาลเห็นว่าเศรษฐกิจไทยกำลังชะลอตัวลงอย่างฉับพลัน และต้องมีมาตรการฉุกเฉินที่มีพลัง และสามารถปฏิบัติได้ในทันที ผมขอเสนอ 3 มาตรการ คือ

1. ลดภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7% เป็น 4% เป็นระยะเวลา 1 ปีเท่านั้น

2. โน้มน้าวให้ธนาคารแห่งประเทศไทยปรับลดดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วอย่างน้อย 1.5% (จาก 3.75% ในขณะนี้) ทั้งนี้ ควรปรับลดดอกเบี้ย 1% ในปลายปีนี้

3. รัฐบาลค้ำประกันเงินกู้ให้กับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยส่งเสริมให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อให้กับเอสเอ็มอี และหากเกิดหนี้เสียให้รัฐบาลช่วยตั้งสำรองครึ่งหนึ่งและธนาคารตั้งสำรองครึ่งหนึ่ง

ข้อเสนอของผมนั้นทั้งรัฐบาลและ ธปท.ได้ปฏิเสธไปแล้ว ซึ่งแปลว่ารัฐบาลเชื่อว่ามาตรการที่ดำเนินอยู่แล้ว จะได้ผลดีพอที่จะสกัดปัญหาเศรษฐกิจได้และ/หรือไม่เชื่อว่าปัญหาเศรษฐกิจที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ไม่รุนแรงมาก จนต้องใช้มาตรการฉุกเฉินดังกล่าวข้างต้น ตรงนี้จะจริงหรือไม่จริงจะเห็นได้จากตัวเลขจีดีพีในไตรมาส 4 และไตรมาส 1 ซึ่งผมสงสัยว่า จีดีพีใน 2 ไตรมาสนี้อาจขยายตัวได้เพียง 2% เท่านั้น

การลดภาษีวีเอทีจาก 7% เหลือ 4% นั้น น่าจะส่งผลให้รัฐเก็บภาษีได้ลดลง 80,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่ไม่น้อยเลย แต่หากมองในด้านกลับกัน คือ การคืนเงินของประชาชนให้ประชาชนนำไปบริโภค ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาตรงจุดที่สุด เพราะต้นตอของปัญหา คือ กำลังซื้อทั่วโลกกำลังลดลง หากลดภาษีเงินได้บุคคลและนิติบุคคลบริษัทต่างๆ ก็อาจนำเงินที่ไม่ต้องจ่ายภาษีไปเก็บเอาไว้เฉยๆ (หรือซื้อหุ้นตัวเอง) ในขณะที่บุคคลก็อาจนำเงินไปออมเช่นกันเพราะขาดความมั่นใจ ซึ่งประสบการณ์ในสหรัฐที่คืนภาษีประชาชนไป 150,000 ล้านดอลลาร์ เมื่อกลางปีนี้นั้นพบว่ามีการบริโภคเพิ่มขึ้นครึ่งหนึ่งของภาษีที่ได้รับคืน

แต่การลดภาษีวีเอทีนั้นมีข้อดี 4 ข้อ คือ

1. เป็นการกระตุ้นการบริโภคโดยตรง คนที่ไม่บริโภคก็ไม่ได้ประโยชน์

2. ภาษีวีเอทีเป็นภาษีที่คนจนรับภาระมากกว่าคนรวย ดังนั้น การลดภาษีจึงช่วยคนจนมากกว่าคนรวย อาทิเช่น คนจนรายได้ 5,000 บาท ต้องซื้อสินค้ามูลค่า 3,000 บาทเพื่อยังชีพ ต้องเสียภาษี 210 บาท เป็นสัดส่วน 4.2% ของรายได้คนจน แต่คนรวยที่ซื้อสินค้าเดียวกัน แต่มีเงินเดือน 100,000 บาท จะเสียภาษีคิดเป็นเพียง 0.21% ของรายได้เป็นต้น ดังนั้น การลดวีเอทีจึงจะลดภาระคนจนมากกว่าคนรวย

3. การลดวีเอทีจะไม่มีการรั่วไหลจากการคอร์รัปชัน และจะมีความเป็นธรรมเพราะประชาชนทั่วประเทศได้รับผลประโยชน์เท่าเทียมกัน

4. เป็นมาตรการที่ทำได้ทันที (วันนี้) เพราะเป็นอำนาจของ ครม.

ผู้คัดค้านอาจเห็นว่า การลดภาษีมูลค่าเพิ่ม มีข้อเสีย คือ 1.ภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นรายได้หลักของรัฐบาล การปรับลดลงจะทำให้รายได้ภาษีลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ประเทศไทยมีการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มต่ำที่สุดในโลกอยู่แล้ว ดังนั้น ในเชิงโครงสร้างของภาษีที่เหมาะสมในระยะยาวนั้นจะต้องเพิ่มไม่ใช่ลด ด้วยเหตุนี้ ผมจึงย้ำว่าจะต้องเพียง 1 ปี เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ปัจจุบันทุกคนเห็นว่ากำลังเข้าขั้นโคม่า ผมเห็นด้วยกับข้อคัดค้านที่ว่าภาษีนั้นเมื่อลดแล้วปรับขึ้นยาก ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องประเมินว่าเศรษฐกิจเข้าขั้นที่จะต้องใช้ยากระตุ้นอย่างแรงขนานนี้หรือไม่ 2.มีข้าราชการผู้ใหญ่กรุณาเตือนผมว่า การปรับลดภาษีมูลค่าเพิ่มจะเป็นการชักจูงให้มีการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ทำให้ไทยเสียดุลการค้า ตรงนี้ผมเห็นว่าหากไทยขาดดุลการค้า เงินบาทก็จะอ่อนค่า ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับการส่งออกและการท่องเที่ยวเช่นกัน

การลดดอกเบี้ยนั้นเป็นเรื่องที่รัฐบาลและ ธปท.จะต้องเห็นพ้องต้องกันว่า เศรษฐกิจจะชะลอตัวลงอย่างรุนแรง จนกระทั่งอัตราเงินเฟ้อไม่ได้เป็นปัญหาอีกต่อไป ในทางตรงกันข้าม ความเสี่ยงของปัญหาเงินฝืดเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ การทรุดตัวอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจ น่าจะทำให้ ธปท.ต้องลดดอกเบี้ยลงอย่างมากทันที มิใช่ทยอยปรับลด

สำหรับการเร่งเพิ่มสินเชื่อให้กับเอสเอ็มอีนั้น ก็เพราะผู้ประกอบการดังกล่าวกำลังได้รับผลกระทบจากภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจและสภาพคล่อง นอกจากนั้น ผู้ผลิตขนาดกลางและขนาดย่อมไม่ได้มีสายป่านยาว อาทิเช่น ผู้ประกอบการขนาดใหญ่ และมักจะถูกธนาคารปรับลดวงเงินกู้ หรือดึงสินเชื่อคืนก่อนกลุ่มอื่นหากเห็นเศรษฐกิจชะลอตัว ที่สำคัญ คือ เอสเอ็มอีนั้นมีสัดส่วนการจ้างงานสูงดังนั้น หากเอสเอ็มอีต้องปลดคนงาน ก็จะเป็นปัญหาที่กระทบกระเทือนคนที่มีรายได้น้อยเป็นส่วนใหญ่ จึงต้องมีมาตรการช่วยเหลือให้ทันท่วงที

ทั้งนี้ หากชักชวนให้ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งเข้าร่วม จะทำให้การกระจายสินเชื่อเพื่อค้ำจุนเอสเอ็มอีทำได้ทั่วถึงและรวดเร็วกว่าการพึ่งพาธนาคารเอสเอ็มอีของรัฐเพียงแห่งเดียวครับ

ส่งต่อให้ผู้อื่น พิมพ์ข่าวหน้านี้ บันทึกข่าวลงเครื่อง


Error : CAN NOT CONNECT HOST : 192.168.52.42Error : "select CommentID, NewsID, CreateDate, Names, Email, Comment,RemoteAddress From TKTComment Where NewsID=316300 and DelStatus<=3 order by CommentID DESC" IS DEAD
: