28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 05:00:00
เอเอ็มดีปรับโฉมแบรนด์แคมเปญ
เอเอ็มดี เตรียมเปิดตัวแบรนด์แคมเปญใหม่ เน้นตามการใช้งาน หวังเจาะลูกค้าวงกว้างรับเป้าขยายฐานผู้ใช้ล่าสุดจับมือ 25 พันธมิตรลุยตลาดชิพแม่ข่ายควอดคอร์ใหม่ "เซี่ยงไฮ้" ชิงส่วนแบ่งจากคู่แข่ง
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : โดย : สุจิตร ลีสงวนสุข
นางสาวลิซ่า โกะ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด เอเชียใต้ บริษัท แอดวานซ์ ไมโคร ดีไวซ์ หรือเอเอ็มดี กล่าวว่า ปีหน้า บริษัทจะมุ่งทำตลาดและการขายเชิงรุกผ่านการเปลี่ยนแบรนด์แคมเปญใหม่ โดยปรับเปลี่ยนคำขวัญที่ใช้บรรยายใต้แบรนด์เป็น The Future is Fusion จากเดิม Smarter Choice ที่ช่วยให้ผู้ใช้วงกว้างจดจำแบรนด์ได้ดีขึ้น
ทั้งนี้ สโลแกนใหม่ จะช่วยทำให้ลูกค้าเข้าใจการใช้เทคโนโลยีทั้งซีพียูและกราฟฟิคของเอเอ็มดี ตามลักษณะการใช้งาน (ยูสเสจ โมเดล) ครอบคลุมตั้งแต่ การใช้ทำงาน (@work) ที่จะเรียกว่าเป็น "เอเอ็มดี บิสิเนส คลาส"
ตลอดจนการใช้งานที่บ้าน (@home) ผ่านแพลทฟอร์ม "เอเอ็มดี ไลฟ์" ด้วยจุดเด่นภาพคมชัดความละเอียดสูง (ไฮเดฟฟิเนชั่น)และมัลติมีเดีย และการใช้งานเพื่อความบันเทิง (@play) เป็น "เอเอ็มดี เกม" แพลทฟอร์ม ที่สร้างประสบการณ์เล่นเกมใหม่
ล่าสุด บริษัทเปิดตัวประมวลผลหรือซีพียู ออพเตอรอน ที่ใช้รหัสการพัฒนา "เซี่ยงไฮ้" ซึ่งเป็นควอดคอร์ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิต 45 นาโนเมตร โดยมีจุดเด่นการออกแบบที่รองรับงานด้านการบริหารทรัพยากรระบบคอมพิวเตอร์เสมือน (เวอร์ช่วลไลเซชั่น) การประหยัดพลังงาน และเพิ่มประสิทธิภาพจากรุ่นก่อนหน้า 35% ทั้งช่วยรองรับงานการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ที่ให้บริการผ่านอินเทอร์เน็ต (คลาวด์ คอมพิวติ้ง)
อีกทั้งเป็นครั้งแรกที่ชิพมีคุณสมบัติเอื้อให้ลูกค้าโอนย้ายการใช้ซีพียูของคู่แข่ง มาใช้เอเอ็มดีผ่านเรดแฮท เวอร์ช่วลไลเซชั่น โดยลูกค้าไม่ต้องปิดการทำงานของเครื่อง ซึ่งจะเปิดช่องให้บริษัทเข้าไปกินส่วนแบ่งตลาดเพิ่มโดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถหยุดการทำงานได้
ปัจจุบัน มีบริษัทผู้ผลิตเครื่องแม่ข่ายกว่า 25 ราย ที่มีสินค้าพร้อมวางจำหน่าย ทั้งเอชพี ไอบีเอ็ม ซัน ไมโครซิสเต็มส์ และเดลล์ คอร์ปอเรชั่น โดยข้อมูลจากบริษัท เมอร์คิวรี่ คาดการณ์มูลค่าตลาดซีพียูและชิพเซ็ทสำหรับตลาดแม่ข่าย ไตรมาส 4 ปี 2551 อยู่ที่ 8.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งนี้ แม้เศรษฐกิจโลกจะชะลอแต่เชื่อว่าด้วยเทคโนโลยีใหม่จะสอดคล้องกับความต้องการขององค์กรที่ต้องเผชิญกับความท้าทายที่จะต้องลงทุนปรับเปลี่ยนระบบเพื่อรองรับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นด้วยค่าใช้จ่ายที่ต่ำลง
ด้านนายโตโม คามิยะ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาการขาย เอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น ของเอเอ็มดี กล่าวเสริมว่า การสร้างแบรนด์แคมเปญใหม่ เป็นหนึ่งในกลยุทธ์เชิงรุกที่บริษัทจะใช้เพิ่มส่วนแบ่งตลาด โดยเฉพาะเอเชียแปซิฟิก ซึ่งเป็นจุดที่อ่อนที่สุดของบริษัทเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น ซึ่งอาจจะมีส่วนแบ่งแม่ข่ายน้อยกว่า 5%
ข้อมูลจากเมอร์คิวรี่ รีเสิร์ช ระบุว่า เอเอ็มดี มีส่วนแบ่งตลาดพีซีและแม่ข่ายทั่วโลก 17.7% ในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ลดลงจาก 23% เมื่อปีก่อนหน้า