27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 05:00:00
อุตฯอัญมณีนำร่องใช้อีอาร์พี เพิ่มคุณภาพยกระดับธุรกิจ
ซอฟต์แวร์พาร์ค จับคู่ธุรกิจซอฟต์แวร์-อัญมณี นำร่องใช้ระบบอีอาร์พีเพิ่มประสิทธิภาพ รับยุคเศรษฐกิจฟืด เล็งต่อยอดจับคู่ข้ามสายอุตสาหกรรมอื่น ด้านนักพัฒนาสบช่องทำตลาดเฉพาะทางทั้งในและต่างประเทศ
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : โดย : พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์
นางสุวิภา วรรณสาธพ ผู้อำนวยการ เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย (ซอฟต์แวร์พาร์ค) กล่าวว่า จากการซอฟต์แวร์พาร์ค ได้นำร่องการทำธุรกิจซอฟต์แวร์แนวใหม่ สร้างความร่วมมือระหว่างบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์และกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและสร้างมูลค่าเพิ่มต่อเนื่องด้วยการทำตลาดซอฟต์แวร์ร่วมกันในต่างประเทศ
จากความร่วมมือดังกล่าว จะเป็นการเปิดช่องให้เกิดความร่วมมือในอุตสาหกรรมอื่นๆ และทั้งผู้พัฒนาซอฟต์แวร์และผู้ประกอบการอุตสาหกรรม ต่างได้ประโยชน์ทั้งคู่ โดยในอนาคตเตรียมขยายผลใน อุตสาหกรรมสุขภาพ, ตลาดนัดจตุจักร
"ระบบอีอาร์พีมีมานานแล้ว นำมาใช้ในอุตสาหกรรมอัญมณีแล้วด้วย แต่ไม่ใช่ซอฟต์แวร์เฉพาะทาง เป็นเพียงการคัสตอมไมซ์ หากครั้งนี้เป็นอีอาร์พีเพื่ออุตสาหกรรมนี้โดยเฉพาะ นอกจากยกระดับธุรกิจนี้แล้วยังทำให้ออกไปลุยตลาดโลกได้ดีขึ้น และจะเป็นการเปิดวิสัยทัศน์ให้อุตสาหกรรมอื่นๆ ได้นำระบบซอฟต์แวร์ไปใช้ประโยชน์"
นายอภิรักษ์ เชียงเจริญ กรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนาธุรกิจ บริษัท ดับเบิล เอ็ม เทคโนโลยี แมเนจเม้นท์ (ดับเบิลเอ็ม) กล่าวว่า หลังจากที่เป็นหนึ่งในนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่เสนอเข้าไปกับกลุ่มผู้ประกอบการอัญมณีในโครงการของซอฟต์แวร์พาร์ค ได้ทำงานใกล้ชิดกับกลุ่มผู้ประกอบการอัญมณีเพื่อพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบบริหารจัดการองค์กร (อีอาร์พี) ให้มีความสามารถเฉพาะอุตสาหกรรมมากขึ้น
ทั้งนี้ เน้นพัฒนาเพิ่มเติมด้านการแสดงผลเป็นรูปภาพ โดยเฉพาะรายงานต่างๆ การแสดงค่าสูญเสียแต่ละจุดการทำงาน เป็นต้น
ช่วงที่ผ่านมาเป็นระยะทดลอง 3 เดือน เริ่มใช้กับผู้ประกอบรายหนึ่งที่ยังไม่เคยผ่านการใช้ระบบ เท่ากับเริ่มต้นจากศูนย์ ทั้งแง่ผู้พัฒนาและผู้ใช้งาน จะเริ่มทำตลาดเดือน ธ.ค. 2551 เป็นต้นไป โดยนำเสนอการใช้โปรแกรมแบบรายปี เริ่มต้นที่ 39,000 บาท/ปี/ 5 ผู้ใช้งาน หรือแบบขายแบบไลเซนไม่จำกัดจำนวนผู้ใช้ มูลค่าเริ่มต้น 1.1 ล้านบาท เน้นกลุ่มลูกค้าต่างประเทศเป็นหลัก
นายชยุตม์ อัศรัสกร ประธานชมรม คณะบุคคลเครือข่ายนวัตกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ (เน็ตโนเวชั่น) กล่าวว่า จากเศรษฐกิจโลกอยู่ในภาวะขาลง กำลังซื้อหด อุตสาหกรรมอัญมณีโดนผลกระทบมานานหลายปีแล้ว ยิ่งมีคู่แข่งจากจีน และอินเดีย แม้ยอดส่งออกจะอยู่ที่ 1.4-1.6 แสนล้านบาทต่อปี แต่ศักยภาพของผู้ประกอบการก็ถดถอยลง เพราะขาดการรวมกลุ่มกัน และร่วมกันพัฒนา
การนำซอฟต์แวร์เข้ามาช่วยบริหารทรัพยากร ลำดับการรับออร์เดอร์ลูกค้า วางแผนและควบคุมกระบวนการผลิต ไปจนถึงส่งมอบและติดตามผล ทั้งเป็นการปรับทัศนคติและกระบวนการทำงาน ให้เป็นระบบยิ่งขึ้น ซึ่งเชื่อว่าจะเพิ่มมูลค่าตลาด และลดการสูญเสียในขั้นตอนการผลิตลง แต่ยังไม่สามารถระบุตัวเลขได้