bangkokbiznews

BizBook | TOP1000 | Nation E-Commerce | Nation E-Job | Market at Nation | เกี่ยวกับเรา


Lastestnews

Topics

ดัชนี BSE SENSEX 30 หุ้นอินเดีย ปิดตลาด 18,238.31 บวก 32.44 จุด --- หุ้นไทยภาคบ่ายปิดที่ 920.54 จุด บวก 1.20 จุด มูลค่าการซื้อ-ขาย 47,813.06 ล้านบาท --- ดัชนีคอมโพสิต หุ้นมาเลเซีย ปิดตลาด 1,441.07 บวก 9.11 จุด --- ดัชนีจาการ์ตาคอมโพสิต ปิดตลาด 3,122.15 ลบ -13.17 จุด --- ดัชนีสเตรทไทม์ หุ้นสิงคโปร์ ปิดตลาด 2,986.66 บวก 3.83 จุด --- ดัชนีหุ้นเซี่ยงไฮ้ กระดาน-เอ ปิดตลาด 2,782.58 บวก 34.34 จุด --- ตลาดทองฮ่องกง ปิดตลาด 1,247.50-1,248.50 ดอลลาร์/ออนซ์ --- ดัชนีหั่งเส็ง ตลาดหุ้นฮ่องกง ปิดตลาด 20,868.92 บวก 245.09 จุด --- ดัชนีหุ้นเซี่ยงไฮ้ กระดาน-บี ปิดตลาด 255.17 บวก 5.41 จุด --- ดัชนี KOSPI หุ้นเกาหลีใต้ ปิดตลาด 1,775.73 บวก 11.04 จุด ---

Life Style : ศิลปวัฒนธรรม

การร่ายรำของชีวิต ทวีศักดิ์ อุชุคตานนท์


:

"มีคนบางคนที่แข็งแรงกว่าคนอื่น คนพวกนี้มีความสุข ที่จะใช้ประโยชน์จากมัน

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : แต่ถ้าคุณเป็นครูที่แท้จริง คุณจะเห็นว่า งานที่คุณควรทำมากที่สุด ไม่ใช่ให้ปลาเขาแบบรายวัน แต่คุณต้องสอนให้คนจับปลาได้ด้วยตัวเอง"

“โลกทั้งใบกำลังมีแนวโน้มใหม่ ถ้าเข้าใจธรรมชาติของสังคมใหม่ คนคนหนึ่งสามารถสร้างแบรนด์ของตัวเองได้ บริษัทตัวเองทำไม่ยากหรอก” ทวีศักดิ์ อุชุคตานนท์ คุยให้ฟังในสตูดิโอเล็กๆ ของเขา

เขาเป็นทั้งศิลปินวาดรูป นักเขียน บรรณาธิการสำนักพิมพ์บ้านภายในของตัวเอง นักฝึกอบรมที่เข้าใจชีวิตด้านใน

ที่น่าสนใจคือ เรื่องราวทั้งหมดที่เขาทำเกี่ยวโยงกับเรื่องด้านในของชีวิต เขาบอกว่า คนเราต้องเข้าใจระบบชีวิต

ทวีศักดิ์เองก็ดำเนินชีวิตเช่นนั้นด้วย เขาเลือกที่จะไม่อยู่ในกรอบของสังคม เพื่อค้นหาความงดงามของชีวิต

อาจจะดูแปลกสักนิด ที่ศิษย์รุ่นเล็กคนนี้มีโอกาสใกล้ชิดกับอาจารย์เฟื้อ หริพิทักษ์ ศิลปินแห่งชาติในช่วงบั้นปลายของชีวิตท่าน ตอนนั้นเขาอายุ 19 ปีได้เรียนรู้การวาดรูปและชีวิตจากอาจารย์เฟื้อ เคยเป็นมือให้อาจารย์เฟื้อวาดรูปในช่วงที่ท่านจับพู่กันไม่ได้

นอกจากนี้ยังเรียนรู้เรื่องปรัชญาชีวิต และคานธีวิทยา จากอาจารย์กรุณา กุศลาลัย เคยเดินทางไปใช้ชีวิตอยู่หมู่บ้านพลัม ฝรั่งเศสหลายเดือน ได้นั่งดื่มชาและสนทนากับท่านติช นัท ฮันห์ ประหนึ่งมิตรสหาย จนวันหนึ่งท่านติชชวนบวชเป็นภิกษุสงฆ์

การเรียนรู้ของเขาคงจะต่างจากคนทั่วๆ ไป เขาใช้เวลาและชีวิตคลุกคลีกับครูบาอาจารย์หลายท่าน และเลือกที่จะไม่เรียนในระบบ เพราะอยากใช้ชีวิตตามแบบของตัวเอง เขาเดินทางไปหลายประเทศ เพื่อดูงานศิลปะเก็บเกี่ยวประสบการณ์ แต่หลังจากเจอกับท่านติช นัท ฮันห์ ก็ได้ค้นพบว่า ศิลปะอยู่แค่เอื้อมในตัวเรานั่นเอง 

ช่วงที่เขาได้ทุนเรียนต่อศิลปะที่มหาวิทยาลัยซันบริดจ์ นิวยอร์ก อเมริกา เรียนไปได้สักพัก เขารู้สึกว่า การเรียนในระบบไม่สนุก ก็เลยบอกอาจารย์ที่ปรึกษาว่า ไม่เรียนแล้วจะคืนทุน แต่โชคดีอาจารย์เข้าใจ ก็เลยมีโอกาสศึกษาเรียนรู้เป็นการส่วนตัวกับคริสโตเฟอร์ เชฟเฟอร์ ผู้อำนวยการด้านการบริหารองค์กรและการสร้างชุมชน และศึกษาด้านมนุษย์ปรัชญาและปรัชญาเรขาคณิตกับอาจารย์นอร์แมน เดวิดสัน

ทำไม...ทวีศักดิ์ที่มีฐานะครอบครัวธรรมดาๆ ถึงมีโอกาสมากมายที่จะเรียนรู้กับครูบาอาจารย์ที่มีชื่อเสียง และเดินทางข้ามทวีปเพื่อเรียนรู้สิ่งที่ตัวเองอยากรู้

เพราะเขาเลือกทำในสิ่งที่คนอื่นไม่กล้าทำ และเขาได้ค้นพบบางอย่างในชีวิต...

คนที่เป็นลูกศิษย์อาจารย์เฟื้อ หริพิทักษ์ ส่วนใหญ่จะอายุ 50 ปีขึ้นไป ทำไมคุณมีโอกาสเรียนศิลปะกับอาจารย์

ส่วนมากลูกศิษย์อาจารย์เฟื้อ จะเป็นรุ่นใหญ่อย่างอาจารย์อังคาร กัลยาณพงศ์ ถวัลย์ ดัชนี ตอนผมอายุ 19 ปี ผมเรียนกับอาจารย์เฟื้อที่วิทยาลัยช่างศิลป์ ลาดกระบัง อาจารย์อายุแปดสิบกว่า ตอนท่านป่วยผมมีส่วนช่วยดูแลอาจารย์ ผมเรียนผ่านชีวิต ไปๆ มาๆ และพักบ้านอาจารย์ ช่วงที่อาจารย์ไม่สบายอยู่โรงพยาบาลศิริราช ผมก็มีส่วนช่วยดูแลท่าน ก็ได้เห็นว่า คนที่มีความยิ่งใหญ่ประสบความสำเร็จมีชื่อเสียงขนาดนั้น พอท่านไม่สบายมากๆ ทำอะไรไม่ได้ ท่านก็ยังพยายามวาดรูป

การเรียนรู้ศิลปะจากอาจารย์เฟื้อช่วยผมได้มาก ถ้าคุณเรียนรู้จากคนที่เก่งจริงๆ รู้จริงๆ ในเรื่องนั้น มันเป็นทางตรง แม้คุณจะวาดรูปมาสิบปี แต่ถ้ามีคนคนหนึ่งสอนคุณด้วยวิธีที่ถูกต้อง อาจจะแค่อาทิตย์เดียว ผมเหมือนศิษย์ก้นกุฏิ ในช่วงสองปีผมเจออาจารย์ทุกสัปดาห์ บังเอิญผมโชคดี แม้ตอนนั้นอาจารย์จะทำงานไม่ได้ แต่ท่านอยากทำงาน ท่านก็นั่งวิลล์แชร์ และผมนั่งพื้นเป็นมือวาดรูปให้ท่าน ภาพวาดสุดท้ายแบบร่างของพระศรีอริยะเมตไตย  รูปนี้อาจารย์วาดไม่เสร็จ ผมช่วยวาดต่อ แต่ไม่เหมือนอาจารย์วาดหรอก ตรงนั้นผมได้เห็นความพยายามของคนคนหนึ่งที่พยายามสร้างสรรค์งาน ภายใต้ข้อจำกัดของชีวิต สิ่งเหล่านี้เป็นโจทย์ที่ยากสำหรับคนที่อยู่โดยที่ทำอะไรไม่ได้แล้ว

ทำไมคุณมีโอกาสใกล้ชิดกับอาจารย์เฟื้อ

คนเราคงมีนิสัยบางอย่างที่เชื่อมโยงกัน ในช่วงท้ายของชีวิต ท่านชรามากและมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ท่านมีความทุกข์จากความเจ็บป่วย ทั้งๆ ที่เป็นคนที่ปฏิบัติธรรมและทำงานศิลปะ นี่คือจุดที่ยากของมนุษย์ เวลาที่คุณประสบความสำเร็จในชีวิตแล้ว ความสามารถที่จะทนกับสิ่งที่ไม่พึ่งปรารถนาจะน้อยลง ถ้าชีวิตคุณมีเหตุการณ์พลิกผันจะทำให้คุณทนกับสิ่งไม่ปรารถนาได้ยากขึ้น ตอนนั้นความทุกข์ของอาจารย์คือ ไม่สามารถทำงานศิลปะได้แล้ว ความทุกข์ของคนที่ทำงานมากๆ ก็จะรู้สึกว่า การอยู่โดยไม่ทำงาน ไม่มีความหมาย มันเป็นด้านกลับของมนุษย์

อาจารย์เฟื้อเป็นแบบอย่างของผมเรื่องศิลปะ ขณะที่คนคนหนึ่งที่แบบในชีวิตของเราเป็นแบบนี้ ทำให้เราคิดว่า การที่เรามุ่งความเป็นเลิศในทางศิลปะอย่างเดียว แค่นี้ไม่พอ ทำให้ผมตั้งคำถามใหม่ จะทำอย่างไรให้ชีวิตมีทั้งความสุขสงบและได้ปลดปล่อยศักยภาพตัวเองด้วย ตอนนั้นผมก็เลยเข้าหาด้านศาสนธรรม

ตั้งคำถามใหม่ในความหมายของคุณคืออะไร

ตอนที่เราคิดว่าต้องมุ่งสู่ความเป็นเลิศในงานศิลปะ พอได้เห็นชีวิตครูบาอาจารย์ เรารู้สึกว่า แค่นี้ไม่พอ เราได้รู้ว่า แวนโก๊ะ แฮมมิงเวย์  หรือคนวาดภาพดังที่สุดในนิวยอร์ก เคยวาดรูปหนึ่งหกพันล้านบาท ทำไมคนเหล่านี้ฆ่าตัวตาย ในขณะที่คนมากมายอยากมีชื่อเสียงเหมือนคนเหล่านี้ เรื่องนี้ทำให้ผมต้องคิดใหม่ เราต้องทำความเข้าใจชีวิตมากกว่านี้ ผมก็เลยลองปฏิบัติธรรมะเกือบทุกสำนัก

ก่อนหน้านี้คุณก็ได้เรียนรู้อยู่บ้านอาจารย์กรุณา กุศลาลัยด้วย ?

อาจารย์กรุณาเป็นเพื่อนสนิทอาจารย์เฟื้อ ผมได้เรียนรู้ชีวิตและคานธีวิทยากับอาจารย์กรุณา ผมไปนอนบ้านอาจารย์ประจำ พูดคุยกัน เราก็ได้เห็นแบบแผนวิถีชีวิตของคนคนหนึ่ง ผมชอบนั่งอ่านหนังสือในสวนบ้านอาจารย์ ท่านจะชงชามาให้ผมดื่ม ผมบอกว่า “ไม่ต้องลำบากทำให้ผมหรอก” อาจารย์บอกว่า “ทำไงได้ คนมันรักกัน” ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้เรียนในโรงเรียนไม่ได้ การที่เรามีครูสักคนมันเชื่อมโยงตัวเราด้วย ไม่ใช่แค่ความคิด มันเป็นหัวใจ ร่างกาย สำนึก ทั้งหมดของชีวิต ถึงวันนี้ผมก็ยังเป็นลูกศิษย์ไปมาหาสู่อาจารย์กรุณา

ตอนนี้ท่านป่วยจำคนไม่ค่อยได้ แต่ทุกครั้งที่เจอผม ท่านทักว่า “เป็นไงลูก สบายดีไหม แสดงงานศิลปะเมื่อไหร่” เหมือนความจำส่วนนี้ยังถูกรักษาให้เราเชื่อมโยงกัน อาจารย์กรุณาเหมือนพ่อคนที่สองของผม มีความรักความผูกพันกัน ผมเป็นคนที่มีความคิดเกี่ยวกับเรื่องครูบาอาจารย์ไม่เหมือนคนอื่น ผมคิดว่า คนที่เป็นครู ลูกศิษย์ต้องวัดรอยเท้าได้ และลูกศิษย์ต้องสู้ครูได้ ถ้าผมเป็นครู ผมก็จะบอกกฎอันนี้เลยว่า ถ้าเป็นลูกศิษย์ผม ต้องวัดรอยเท้าผมได้ และต้องกล้าสู้ผม ผมจะบอกนักเรียนว่า ต้องไปให้ไกลกว่าผม

ตอนนั้นคุณสนใจทั้งศิลปะและการศึกษาด้านใน ?

ช่วงนั้นความสนใจศิลปะจะเยอะกว่า แต่พอเจอเรื่องราวชีวิตครูบาอาจารย์ที่มีชื่อเสียงในช่วงสุดท้ายของชีวิต มันทำให้เราตื่น เราเห็นคนข้างหน้าตกเหว ถ้าเราเดินต่อไปก็ต้องตกเหวเหมือนกัน ได้เห็นว่า การมุ่งสู่ความเป็นเลิศ แสวงหาเงิน ชื่อเสียง เซ็กซ์ แค่นี้ไม่พอ ทั้งๆ ที่ศิลปะเป็นความประณีตในชีวิตแล้วนะ แต่เรื่องพวกนี้ยังไม่พอ ผมก็เลยออกค้นหา

คุณเรียนมหาวิทยาลัยไม่จบ เพราะเลือกจะใช้ชีวิตแบบที่อยากทำ แล้วไปทำอะไรบ้างคะ

ผมเรียนๆ หยุดๆ  แต่พ่อแม่มีความไว้ใจผมสูงมาก ทำให้เราใช้ชีวิตอย่างที่เราอยากใช้ คนไทยจะตกใจมาก ถ้าลูกไม่เรียนมหาวิทยาลัย ผมเคยไปสอนเด็กฝรั่งในระดับไฮสคูล เด็กคนหนึ่งจบมัธยม 6 สร้างบ้านหลังหนึ่งเลย บางคนวางแผนจะเดินเรือ เด็กฝรั่งอายุ 18-19 ปีจะตั้งคำถามกับชีวิตแล้ว ผมก็โตมาอย่างนั้น เด็กแบบนี้จะไม่มีความกลัวข้อจำกัดของสังคม แต่มีความใฝ่ฝันและการแสวงหา

นี่คือ เหตุผลหนึ่งที่ทำให้คุณไม่อยากเรียนมหาวิทยาลัย ?

ก็มีส่วนเหมือนกัน จากวันนั้นผมใช้เวลาอีกสิบห้าปี เดินทางไปเกือบทุกสำนัก ตอนนั้นมีเงินเยอะ (จากการวาดรูป) ผมเดินทางไปหมู่บ้านพลัม ประเทศฝรั่งเศส ครั้งหนึ่งอยู่สามเดือน ไปภาวนาและทำงานอาสาให้ด้วย ตอนนั้นได้แต่งเนื้อร้องและทำนองเพลง ดั่งดอกไม้บาน เพราะตอนนั้นที่หมู่บ้านพลัมมีแต่เพลงภาษาเวียดนาม ผมอยากให้มีเพลงไทยบ้าง ที่บ้านจะมีเพลงร้องกันเอง  อย่างเวลาเรากินข้าวกับลูกๆ ก็มีเพลงกินข้าว (ร้องให้ฟัง....) บางทีก็สอนลูกผ่านเพลง

ตอนนั้นได้เรียนรู้อะไรจากท่านติช นัท ฮันห์

ท่านติช นัท ฮันห์ เคยชวนผมไปทานข้าวที่กระท่อม ท่านเป็นแบบอย่างของคนที่มีชีวิตเหมือนสิ่งที่ท่านสอน ถ้าใครมีความสนใจภาวนาจริงๆ ก็จะมีโอกาสใกล้ชิดท่าน น้องๆ หลายคนก็มีโอกาส ตอนนั้นแม้ผมจะฟังปัญหาภาษาอังกฤษไม่เก่ง แต่ผมก็ฟังภาษาของท่านได้เข้าใจ วันนั้นผมได้เรียนรู้มาก ท่านเตรียมโต๊ะเล็กๆ มีอาหารในครัว ท่านใช้เวลาอยู่กับผมตรงนั้นสามชั่วโมง เป็นช่วงเวลาที่สงบ บนโต๊ะมีถ้วยชาสามถ้วยปักดอกไม้ฤดูร้อนที่ท่านเก็บมา ผมนั่งอยู่ตรงนั้นได้เห็นบางอย่าง สิ่งที่เราแสวงหามาตลอดชีวิต เราเดินทางไปทั่ว ไปปารีสเพื่อดูงานศิลปะที่ดีที่สุดหรือพิพิธภัณฑ์ดังๆ แต่วันที่ผมนั่งรับประทานอาหารกับท่านติช นัท ฮันห์ ผมรู้สึกว่า ดอกไม้สามดอกในถ้วยมันงาม ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนักดาบที่พยายามแสวงหาความเป็นเลิศของวิชาดาบ แล้วได้เจอกับคนที่ใช้ดาบกระดาษหรือกิ่งไม้กิ่งเดียวก็สยบเราได้

ท่านมีสภาวะที่ผ่อนคลายมาก ท่านมีโครงสร้างในการเดินที่พิเศษมากๆ เวลาท่านเดินจะเดินจากศูนย์กลางภายใน ช่วงที่ผมใช้ชีวิตที่หมู่บ้านพลัม ผมก็ใกล้ชิดกับท่าน ผมเริ่มเรียนรู้ว่า ชี่หรือปราณภายในเคลื่อนอย่างไร สภาวะที่เราผ่อนคลาย เวลาเดินปราณจะไม่ติดขัด แม้จะอยู่ช่วงฤดูใบไม้ร่วงหรือฤดูหนาว ถ้าเราเดินอย่างถูกต้อง มือเราจะอุ่น

มันทำให้เรามองศิลปะในอีกแบบ ศิลปะไม่ได้อยู่ที่ธรรมะอย่างเดียว แต่อยู่ในชีวิต หลังจากที่เรียนรู้จากท่านติช นัท ฮันห์ ผมเลิกล้มความตั้งใจที่จะเดินทางดูงานศิลปะในอิตาลี ท่านสอนเรื่องการกลับบ้านภายในตัวเอง และท่านชวนผมบวชที่นั่น

หลังจากออกจากหมู่บ้านพลัม คุณมีโปรแกรมจะเดินทางไปดูงานศิลปะในอิตาลีต่อ แต่เลิกล้มโครงการ ?

ผมไม่ได้บวช แต่จิตใจเราเปิดออก ผมรู้สึกดีกับหมู่บ้านพลัม แต่ผมได้ทบทวนเพราะผมไปปฏิบัติมาหลายแห่ง และรู้สึกว่า ชีวิตที่ยึดโยงกับสำนัก มันเป็นชีวิตที่มีข้อจำกัด สำนักต่างๆ มักจะบอกว่า แนวทางของตัวเองดีที่สุด ทุกสำนักที่ผมไปมาเป็นอย่างนี้ เคยมีคนศึกษาเรื่องการเรียนรู้แบ่งหลักใหญ่ๆ ไว้กว่า 40 วิธี วิธีการต่างๆ ที่แตกต่างกันเหมาะกับบางคนที่เรียนรู้ต่างกัน ดังนั้นไม่มีสำนักไหนดีที่สุด แต่มีสำนักที่เหมาะกับคนแบบไหน บางคนเรียนรู้จากการเคลื่อนไหว บางคนเรียนรู้ผ่านการฟัง บางคนผ่านการอ่านเพราะไม่ชอบฟัง บางคนเรียนรู้ผ่านการสัมผัส บางคนเรียนรู้ได้ดีในที่สลัว

คนที่ใช้สมองซีกซ้ายมากจะเรียนรู้ผ่านการอ่าน คนพวกนี้เวลาไปพูดต้องเตรียมหัวข้อ ถ้าไม่เตรียมตกม้าตาย แต่คนที่เรียนผ่านการฟังจะว่าสดๆ เลย อย่างหลวงปู่ชาเป็นคนที่ใช้สมองซีกขวาเทศน์ได้สดๆ ไม่ต้องเตรียมส่วนท่านติช นัท ฮันห์ เป็นคนพิเศษคือผสมผสานทั้งสองอย่างได้อย่างสมดุล

นั่นเป็นสิ่งที่ได้จากการแสวงหาเรียนรู้ด้วยตัวเองหรือ

เพราะคนเรามีวิธีการเรียนรู้ต่างกัน ความหลากหลายของสำนักต่างๆ ก็เพื่อตอบสนองจุดแข็งในการเรียนรู้ของแต่ละคน มนุษย์เราสร้างผลงานจากจุดแข็งของตัวเอง อย่างผมวาดรูปมาเยอะ ผมก็รู้ว่า ผมวาดรูปด้วยวิธีไหนดีที่สุด ผมเคยวาดรูปแนวนามธรรมอยู่ 5-6 ปีเพื่อให้ตัวเองวาดพอร์ตเทรดแบบใหม่

ตอนผมอายุน้อยๆ ผมเคยปลีกวิเวกอยู่บนภูเขาคนเดียวเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของวัดป่าสายหลวงปู่ชา ผมอยู่เป็นอาทิตย์ เวลาจะกินข้าวต้องใช้เวลาเดิน 45 นาที เงียบมากเวลาใบไม้ร่วงใบหนึ่งยังได้ยิน มีความสุขที่ได้อยู่กับธรรมชาติ ผมนำหนังสือเล่มหนึ่งไปอ่านเรื่อง วอลเดน ของ เฮนรี่ เดวิด ธอโร ผมอ่านจนรู้สึกว่าอ่านเข้าไปในท่วงทำนองชีวิตจังหวะของคนเขียน เพราะคนเขียนก็ใช้ชีวิตในธรรมชาติ และตอนที่ผมอยู่นิวยอร์ก ผมเคยไปบึงวอลเดนสองครั้ง สาเหตุที่คนส่วนใหญ่รู้สึกว่า หนังสือเล่มนี้อ่านยาก เพราะอ่านด้วยสมองซีกซ้าย ถ้าอ่านด้วยซีกขวาจะรู้สึกเป็นอันเดียวกับสิ่งที่เราอ่าน ผมอ่านหนังสือเล่มนั้นในสภาวะแวดล้อมเหมือนที่ธอโรอยู่

ทำไมคุณสนใจเรื่องการเรียนรู้และระบบชีวิต

ผมเคยทำหนังสือทางเลือกอยู่สองสามปี นิตยสารประตู ก็มีผู้ใหญ่ให้เงินมาทำหนังสือแบบไม่มีเงื่อนไข ทำอยู่ไม่นาน ผมได้ทุนไปเรียนศิลปะที่มหา

วิทยาลัยซันบริดจ์ นิวยอร์ก อเมริกา ถ้าคุณเป็นศิลปิน คุณต้องใฝ่ฝันที่จะไปนิวยอร์ก ถ้าไม่ไปผมคงไม่เข้าใจ แต่ละวันมีนิทรรศการเปิดแสดงเป็นพันๆ แห่ง แต่พอไปเรียนศิลปะ มันไม่เป็นอย่างที่ผมคิด ผมก็เลยเดินไปหาอาจารย์ เพื่อคืนทุนการศึกษา

บังเอิญอาจารย์ก็มีลูกเป็นศิลปินเหมือนกัน ก็เลยเข้าใจ บอกให้มาเรียนตัวต่อตัวกับอาจารย์คริสโตเฟอร์ เชฟเฟอร์ ผู้อำนวยการด้านการบริหารองค์กรและการสร้างชุมชน และนอร์แมน เดวิดสัน ผู้อำนวยการด้านการศึกษาครู ซึ่งผมได้เรียนรู้เรื่องมนุษยปรัชญาและปรัชญาเรขาคณิต ผมไม่ได้เรียนในระบบนะ

ตอนนั้นผมต้องทำงานในวิทยาลัย และวาดรูปกว่าสามร้อยรูป เพื่อแสดงนิทรรศการขายเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว เพราะผมมีลูกสาวต้องเลี้ยงดู ค่าครองชีพสูงมาก และอาจารย์ให้ผมอ่านหนังสืออาทิตย์ละเล่มแล้วมาแลกเปลี่ยนกัน จนผมจบขึ้นไปรับประกาศนียบัตรสองใบ คนที่นั่นก็งงๆ เพราะคนที่จะรับใบประกาศนียบัตรได้ต้องเข้าเรียน การบริหารจัดการที่ผมสนใจเป็นระบบชีวิต เพราะการบริหารจัดการแบบเก่าเชื่อว่า ต้องลดทอนมนุษย์มากที่สุดเพื่อง่ายต่อการจัดการ มองคนเป็นเครื่องจักรของการสร้างเงิน แต่ที่ผมเรียนมามองว่า การบริหารจัดการมนุษย์แบบองค์รวม และผมเจอคนรุ่นใหม่ๆ ซึ่งคนเราสามารถทำงานอิสระด้วยตัวเองได้

คุณก็เลยเข้าสู่งานฝึกอบรมบริหารจัดการองค์กร แต่เน้นเรื่องระบบชีวิต ?

ตอนนั้นผมคิดว่า น่าจะทำโรงเรียนสอนเด็ก แต่ในที่สุดผมค้นพบว่า ไม่ใช่จุดแข็งของตัวเอง ผมเคยไปจัดกระบวนการฝึกอบรมให้ผู้บริหารในองค์กรก็ได้ผลดี ขณะที่ผมสอนเรื่องเดียวกันให้ครูประถม พวกเขาฟังผมไม่รู้เรื่อง แต่ถ้าเป็นผู้บริหาร พวกเขาสนุก ผมสอนกลุ่มนี้ได้ดีและสนุก มันท้าทาย และสอนการวาดรูปด้วยสมองซีกขวา ซึ่งโลกยุคใหม่ เราทำงานหลายอย่างได้ ทั้งวาดรูป คอร์สอบรม เขียน้หนังสือ ทำสำนักพิมพ์ตัวเอง และผมเริ่มเรียนรู้ว่า คนเราต้องเป็นอิสระทางจิตวิญญาณ

มนุษย์ก็มีความอิสระทางจิตวิญญาณอยู่แล้วไม่ใช่หรือ

โดยกฎธรรมชาติแล้ว ไม่มีใครอยากขึ้นอยู่กับใคร ถ้าเขารู้ว่า มีหนทางที่เป็นอิสระในชีวิตได้ อิสระทางเศรษฐกิจ อิสระทางความสัมพันธ์ อิสระทางการเรียนรู้ อิสระทางจิตวิญญาณ มีคนบางคนที่แข็งแรงกว่าคนอื่น คนพวกนี้มีความสุขที่จะใช้ประโยชน์จากมัน แต่ถ้าคุณเป็นครูที่แท้จริง คุณจะเห็นว่า งานที่คุณควรทำมากที่สุด ไม่ใช่ให้ปลาเขาแบบรายวัน แต่คุณต้องสอนให้คนจับปลาได้ด้วยตัวเอง

การทำสำนักพิมพ์บ้านภายใน คุณมีหลักคิดอย่างไร

อย่างถามว่าทำหนังสือบริษัทตัวเอง มีกำไรไหม มีกำไรนะ แต่มีกำไรเพื่อทำให้คุณภาพชีวิตของเราและคนอื่นดีขึ้น โดยไม่ต้องโฆษณาเกินจริง อย่างหนังสือแปลเรื่อง คุณคือครูคนแรกของลูก เกือบ 600 หน้า ราหิมา บาลด์วิน แดนซี เขียน สุวรรณา โชคประจักษ์ชัด อุชุคตานนท์ ภรรยาผมแปล ส่วนผมจัดการและเป็นบรรณาธิการ ได้นำกลับมาพิมพ์ครั้งที่ 4 เคยพิมพ์ออกขายราคา 395 บาท ตอนนี้ผมขาย 199 บาท (เฉพาะที่สำนักพิมพ์ซีเอ็ดแห่งเดียว) แม้จะลดราคาผมก็กำไร แต่ผมคืนให้สังคม และมีหนังสืออีกหลายเล่มที่ภรรยาผมเขียน อาทิ โยคะบ้านภายใน ไม่กลัวไม่ตาย ฯลฯ และเล่มที่ผมเขียนร่วมกับคุณฐิตินาถ ณ พัทลุง ผมเป็นบรรณาธิการด้วย เล่มนี้สนุกมาก ผมคิดว่า น่าจะขายดีกว่าเข็มทิศชีวิตเล่มหนึ่ง ผมคิดว่าเล่มที่สองจะมีประโยชน์กับชีวิตคน

งานศิลปะที่กำลังวาดอยู่ตอนนี้เป็นครูบาอาจารย์ที่คุณนับถือหรือ

ตอนนี้กำลังวาดรูปพอร์ตเทรดของอาจารย์พุทธทาส หลวงปู่ชา ท่านติช นัท ฮันห์ และทะไล ลามะ ผมใช้ชื่อธีมว่า 'พระ' ชีวิตของเขาส่งมอบพุทธธรรมส่งคนยุคนี้ ทั้งสี่คนเป็นคนมีอิทธิพลต่อผมมาก จะเปิดแสดงนิทรรศการในปีหน้าวันมาฆบูชา

ส่งต่อให้ผู้อื่น พิมพ์ข่าวหน้านี้ บันทึกข่าวลงเครื่อง


Error : CAN NOT CONNECT HOST : 192.168.52.42Error : "select CommentID, NewsID, CreateDate, Names, Email, Comment,RemoteAddress From TKTComment Where NewsID=313928 and DelStatus<=3 order by CommentID DESC" IS DEAD
: