20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 05:00:00
เอเชียซอฟท์เล็งเปิดเกมใหม่ทุกไตรมาส
เอเชียซอฟท์รับเศรษฐกิจกระทบอารมณ์คนเล่นเกม ปรับกลยุทธ์รุกตลาดปีหน้าเปิดเกมใหม่ทุกไตรมาส พร้อมผนึกพันธมิตร "คอนซูเมอร์ โปรดักส์" ช่วยผลักดันตลาด-แชร์ต้นทุน ทั้งระวังงบใช้จ่าย หนุนเป้าเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลักต่อเนื่องปีหน้า
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : โดย : วัลยา แสงทอง
นายพยุงศักดิ์ ชาญด้วยวิทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บมจ.เอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ขณะนี้สภาพโดยรวมของอุตสาหกรรมเกมยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากปัจจัยลบทางการเมือง หรือวิกฤตการเงินโลก จำนวนผู้เล่น และรายได้ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่หวือหวานัก
หากบริษัทยอมรับว่า ปัจจัยลบต่างๆ ส่งผลกระทบต่อผู้เล่นในเชิงจิตวิทยามากกว่า โดยเฉพาะความสนใจเกมใหม่ๆ ซึ่งอาจมีผลให้จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิธีการทำตลาด และพิจารณาเกมที่จะนำเข้ามาเปิดตัวใหม่ให้เหมาะสมกับตลาดมากขึ้น
"ถ้าถามว่าเราได้รับผลกระทบโดยตรงไหม คงไม่ใช่ เพราะไม่ใช่อุตสาหกรรมด่านหน้า แม้ราคาหุ้นของบริษัทจะตกลง 50-60% แต่ก็เป็นกระแสในตลาดหุ้นมากกว่า จะให้เรามาสวนกระแสก็คงแปลก แต่ผลกระทบที่ชัดเจนคงเป็นแง่จิตวิทยามากกว่า โดยเฉพาะช่วงที่เศรษฐกิจเป็นแบบนี้คนก็มักจะเอาเวลาไปคิดถึงเรื่องความอยู่รอดมากกว่า พรุ่งนี้จะตกงานไหม คืออยู่ในอารมณ์ของความไม่แน่ใจ"
ดังนั้น บริษัทปรับวิธีการทำตลาดปีหน้า โดยเปิดตัวเกมใหม่ทุกไตรมาส จากปีนี้เปิดตัว 4 เกมหลัก และเริ่มเปิดให้บริการเกมของบริษัทเป็นครั้งแรกที่มาเลเซีย และคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ช่วงต้นปีหน้า ทั้งเชื่อว่าเกมประเภทแคชชวลจะยังเป็นแนวเกมที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ส่วนมูลค่าตลาดเกมในไทยจะยังคงเกาะฐาน 2 พันล้านบาท
นอกจากนี้แนวทางการทำตลาดจะเริ่มปรับจากการลงทุนเปิดตัวเกมใหม่ๆ เอง เป็นการหาพันธมิตรในกลุ่มสินค้าประเภท "คอนซูเมอร์ โพรดักส์" โดยเน้นที่มีกลุ่มเป้าหมายเดียวกับผู้เล่นเกม เช่น วัยทีน เพื่อร่วมมือกันทำการตลาด และแชร์ต้นทุนการเข้าหากลุ่มเป้าหมาย ซึ่งการเปิดตัวเกมใหม่ 1 เกมคาดว่าจะต้องมีพันธมิตรอย่างน้อย 1 ราย
"กลุ่มตลาดเกมเริ่มเปลี่ยนจากเอ็มเอ็มโออาร์พีจีเป็นแคชชวล ซึ่งมีผู้เล่นกว้างขึ้นทำให้วิธีเข้าหาตลาดแมส ก็ต้องเปลี่ยนด้วย โดยเราจะใช้วิธีคล้ายๆ กับการบาเตอร์ หรือโคมาร์เก็ตติง ซึ่งเราก็ได้เปิดตัวเกมใหม่ ส่วนพันธมิตรก็ได้ช่องทางการสื่อสารแบรนด์ของเขาพ่วงไปกับเกมของเรา เป็นโมเดลที่วิน-วิน ช่วยลดต้นทุน และยังอาจสร้างรายได้ใหม่ๆ นอกเหนือจากค่าไอเท่ม"
นายเลิศชาย กันภัย กรรมการผู้จัดการ เอเชียซอฟท์ กล่าวว่า ปีหน้าบริษัทอาจจำเป็นต้องพยายามประหยัดงบค่าใช้จ่ายในองค์กร รวมถึงค่าการตลาดที่จะขยายตลาดเกมใหม่ๆ แต่ยังยืนยันว่าไม่มีการปรับลดคน หรือลดจำนวนธุรกิจแต่อย่างใด
ขณะที่แผนการขยายตลาดใหม่ในต่างประเทศ ก็ยังศึกษาสภาพตลาด ทั้งเรื่องกฎหมาย วัฒนธรรม และกฎระเบียบของประเทศนั้นๆ คาดว่าจะยังคงเป็นประเทศในแถบเอเชีย
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมีรายได้เติบโตเป็นไปตามเป้าที่วางไว้คือ 2 พันล้านบาท โดย 9 เดือนที่ผ่านมาทำรายได้แล้วกว่า 1.2 พันล้านบาท ซึ่งคาดว่าปีหน้าก็จะยังเติบโตต่อเนื่องเป็นตัวเลข 2 หลัก