20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 05:00:00
กูรูโทรคมเผยโมเดลคิดค่าความถี่คาดขั้นต่ำ11%ของกำไรทั้งตลาด
ผู้เชี่ยวชาญฝรั่งเศสเผยสูตรคำนวณมูลค่าคลื่นความถี่-ใบอนุญาต ระบุมูลค่าคลื่นความถี่ไม่ต่ำกว่า 11% ของผลกำไรตลาดรวม ด้าน กทช. เผยเป็นเพียงโมเดลแรก เตรียมเสนอโมเดลต่อไปในปีนี้ เปรียบเทียบปรับใช้ ก่อนประกาศร่างหลักเกณฑ์ปีหน้า
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : โดย : พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์
นายฌอง-เซบาสเตียน แลนทซ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านคลื่นความถี่จากฝรั่งเศส กล่าวที่งานสัมมนาแนวคิดและหลักการในการคำนวณมูลค่าคลื่นความถี่ จัดโดย คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ว่า การคิดมูลค่าคลื่นความถี่และใบอนุญาต ต้องนำปัจจัยหลัก 2 ส่วนมาคิดคำนวณ คือ ผลกำไรทางการตลาด และความเสี่ยงทางการลงทุน
ส่วนของผลกำไรการตลาด ต้องคิดคำนวณจากจำนวนผู้ใช้บริการในตลาดต่อบริการนั้นๆ, ปริมาณการใช้งานต่อหัว หักด้วยค่าใช้จ่ายด้านการให้บริการ และค่าใช้จ่ายในการลงทุน จะทำให้คาดการณ์ปริมาณเงินหมุนเวียนในอนาคต ซึ่งทั้งหมดต้องนำไปเปรียบเทียบกับความเสี่ยงทางการลงทุน
ทั้งนี้ ในอุตสาหกรรมไอซีที ส่วนที่เกี่ยวกับผู้ให้บริการโทรคมนาคม มีความเสี่ยงน้อยมาก เมื่อเทียบกับบริการรูปแบบอื่นๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกัน เช่น บริการด้านซอฟต์แวร์ หรือบริการอินเทอร์เน็ตและมัลติมีเดีย โดยเมื่อคำนวณทางเศรษฐศาสตร์แล้ว ผลกำไรจากการดำเนินการที่ 8% ถือว่าเพียงพอต่อกลุ่มผู้ลงทุนและผู้ถือหุ้น และหากมีผลกำไร 11% จะถือว่าดีต่ออุตสาหกรรม ดังนั้น การคำนวณค่าคลื่นความถี่และใบอนุญาต ไม่ต่ำกว่า 11% ของผลกำไรในตลาด เพื่อเป็นการป้องกันผู้ให้บริการที่ไม่มีประสิทธิภาพได้รับการจัดสรร
ขณะที่วิกฤตทางการเงินและเศรษฐกิจ ถือว่าเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับผลกำไรทางการตลาดอยู่แล้ว คือ เป็นสิ่งที่มีผลกระทบแต่ไม่จำเป็นต้องนำมาคิดคำนวณเพิ่มเติม เพราะทุกอย่างจะสะท้อนออกมาในปัจจัยต่างๆ อยู่แล้ว
นายสุธรรม อยู่ในธรรม กรรมการ กทช. กล่าวว่า แนวคิดและหลักการคำนวณมูลค่าคลื่นความถี่ ได้ศึกษามาแล้วกว่า 200 ประเทศ ซึ่งเป็นโครงการหนึ่งที่ได้ร่วมกับทางมหาวิทยาลัยที่ศึกษาวิธีการและหลักการของต่างประเทศ ครั้งนี้ได้ผู้เชี่ยวชาญจากประเทศฝรั่งเศสที่ออกมาให้ข้อมูลการคิดคำนวณคลื่นความถี่ เป็นโมเดลแรกที่นำมาเผยแพร่ศึกษา ภายในปีนี้จะมีอีกหลายโมเดลให้เปรียบเทียบ และปรับใช้กับประเทศไทย คาดว่าปี 2552 จะออกเป็นร่างหลักเกณฑ์ให้เห็นถึงการคิดคำนวณมูลค่าคลื่นความถี่ได้
คลื่นความถี่ในปัจจุบันกลายเป็นธุรกิจหนึ่งที่มีมูลค่ามาก ผู้ให้บริการ ที่จะนำคลื่นความถี่ไปนั้นก็ควรมีความเหมาะสมในการนำไปทำธุรกิจ ดังนั้นการประเมินมูลค่า และการคำนวณมูลค่าคลื่นความถี่จึงต้องมีวิธีการและหลักการที่เหมาะสม เพราะคลื่นความถี่ที่มีนับว่าเป็นทรัพยากรของประเทศที่ถือว่ามีมูลค่า
ดังนั้น การใช้คลื่นความถี่ที่เหมาะสมก็ควรต้องประเมินมูลค่าที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ผู้ประกอบการที่มีประสิทธิภาพที่จะนำคลื่นความถี่ไปใช้งานได้อย่างคุ้มค่า เนื่องจากผลที่ได้กลับมานั้นมันเกี่ยวกับภาษีที่จะออกมา และมูลค่าของความถี่ออกมาอย่างเหมาะสมด้วย