20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 05:00:00
"โอกิ"ลดกำลังผลิตรับสหรัฐ-ยุโรปยอดหด
โอกิ เผยวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ฟาดหาง ลดกำลังการผลิต-ปรับสูตรการตลาดใหม่ อัดฉีดงบพีอาร์ ประเดิมตั้งแบรนด์ แอมบาสเดอร์ หวังกระตุ้นชื่อ "โอกิ" หนุนเป้ายอดขายเครื่องพิมพ์ในไทยทะลุ 200 ล้านบาทปีหน้า
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : โดย : วัลยา แสงทอง
นายนิรันดร์ ฐากุลอัครพงษ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โอกิ ซิสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจปั่นป่วนในตลาดโลก โดยเฉพาะสหรัฐ และยุโรป ซึ่งเป็นตลาดหลักกว่า 80% ของยอดขายเครื่องพิมพ์ทั้งหมดของโอกิ ขณะที่อีกประมาณ 10% เป็นยอดขายจากตลาดเอเชีย
ทั้งนี้ส่งผลให้บริษัทจำเป็นต้องปรับลดกำลังการผลิต โดยลดการว่าจ้างผลิตจากบริษัทภายนอก (ซับคอนแทรกต์) ราว 20-30% แต่ยังคงจำนวนพนักงานทำงานเต็มเวลาในโรงงาน ที่จังหวัดอยุธยา ซึ่งมีอยู่ประมาณ 1,200 คน ส่วนการปรับลดค่าจ้างและค่าทำงานเกินเวลา เป็นนโยบายของผู้บริหารโรงงาน ซึ่งเขายังไม่ทราบรายละเอียด
"เราเป็นบริษัทญี่ปุ่นที่ค่อนข้างโชคดีว่า ใช้โมเดลซับคอนแทรกต์ ซึ่งจะยืดหยุ่นตามความเป็นไปของตลาด ทำให้ไม่ต้องเลย์ ออฟคน แต่ยอมรับว่าต้องลดซับแทรกต์ลง เพราะดีมานด์ในสหรัฐ กับยุโรปลดลงเยอะ ส่วนเอเชียยังมีโอกาสไปได้อยู่ เพราะฐานตลาดเรายังน้อย" นายนิรันดร์กล่าว
ด้านนายนาโอกิ มาชิดะ รองประธานบริษัท โอกิ ซิสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้บริหารใหม่ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งตามนโยบายการปรับโครงสร้างผู้บริหารของบริษัทแม่ในญี่ปุ่น กล่าวยืนยันว่า บริษัทยังไม่มีแผนปรับลดพนักงานแน่นอน เนื่องจากไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตเครื่องพิมพ์ของโอกิ
รวมทั้งการเติบโตของบริษัทโดยรวมยังไปได้ดี แม้จะได้รับผลกระทบบางส่วน ประกอบกับยอดการสั่งซื้อสินค้าในกลุ่มภาครัฐชะลอตัวลง
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่มีแผนการลงทุนขยายโรงงาน หรือลงทุนขนาดใหญ่ช่วง 2-3 ปีนี้ โดยหวังว่าปีหน้านโยบายการลงทุนของรัฐ น่าจะช่วยผลักดันให้ตลาดโดยรวมดี
นายนิรันดร์ กล่าวว่า ปีหน้าบริษัทจะเริ่มปรับเป้าหมาย โดยเร่งเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดจากลูกค้าในเอเชียมากขึ้น ส่วนโอกิไทย ก็ได้เริ่มปรับปรุงประสิทธิภาพของบริษัทตามแนวทางของบริษัทแม่ ที่เริ่มปรับกลยุทธ์ และโครงสร้างผู้บริหารให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมมากขึ้น เพื่อรับมือกับสถานการณ์ตลาดตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน บริษัทได้ปรับช่องทางการจำหน่ายในไทย โดยแต่งตั้งบริษัท "เอสไอเอส" เป็นดิสทริบิวเตอร์กระจายสินค้าหลักเพียงรายเดียว จากเดิมมีดิสทริบิวเตอร์ทั้งหมด 4 ราย ทั้งนี้เพื่อให้การสื่อสารแบรนด์ และช่องทางการทำตลาดชัดเจนมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังปรับเพิ่มงบทำตลาดอีก 10-20% และตั้ง "พีท ทองเจือ" เป็นแบรนด์ แอมบาสเดอร์คนแรกของโอกิ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งแบรนด์ และขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น จากที่กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มองค์กรขนาดใหญ่
นายนิรันดร์ กล่าวว่า ปีหน้าบริษัทตั้งเป้าการเติบโตในส่วนธุรกิจเครื่องพิมพ์เป็นเลข 2 หลัก โดยคาดว่าจะทำรายได้มากกว่า 200 ล้านบาท และประมาณการณ์รายได้รวมปีนี้ไว้ที่ 200 ล้านบาท
"ปกติเราจะประเมินการทำงานกันทุก 6 เดือน ซึ่งตอนนี้ เราก็ยังมองตลาดว่ายังไปได้ดี ยังไม่ต้องปรับลดคาดการณ์อะไร ถ้านับตั้งแต่ตอนนี้เรายังมีเวลาถึงเดือน มี.ค.ปีหน้า ซึ่งถึงตอนนั้นก็ต้องดูสถานการณ์ก่อนว่าจะต้องปรับเปลี่ยนแผนหรือไม่" นายนิรันดร์กล่าว