19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 20:44:00
'พปช.-ชท.-มฌ'ยื่นคำชี้แจงยุบพรรค กกต.
3พรรคร่วมส่งเอกสารคำชี้แจงยุบพรรคต่อ"กกต." พปช.โบ้ยใบแดง"ยงยุทธ"คนเดียวผิด "บรรหาร"ขอศาลแถลงวาจาก่อนเปิดคดี ตุลาการศาลรธน.นัดแรก3พรรคเช้า 20พ.ย.
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : วันที่ 19 พ.ย.2551 เมื่อเวลา 09.30 น. ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายวิเชียร กลัดเจริญ ทนายความผู้รับมอบอำนาจในการว่าความคดีคำร้องขอให้ยุบพรรคพลังประชาชน เดินทางมายื่นเอกสารคำชี้แจงจำนวน 9 ชุด ชุดละ 89 หน้า ต่อคณะตุลาการเพื่อประกอบการพิจารณาการวินิจฉัยยุบพรรค
นายวิเชิยร เปิดเผยว่า สำหรับคำชี้แจงในการต่อสู้คดียุบพรรค เราจะชี้ให้ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าคำวินิจฉัยของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งที่วินิจฉัยตามคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ตัดสิทธิ์นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชนนั้น เป็นคำพิพากษาที่มีผลเฉพาะตัวของนายยงยุทธเท่านั้น ไม่ได้มีผลผูกพันถึงคณะกรรมการบริหารพรรคทุกคน และในช่วงที่มีการกระทำความผิด นายยงยุทธเองก็ยังไม่ได้เป็นผู้สมัครส.ส. อีกทั้งคำพิพากษาของศาลฎีกาไม่มีผลผูกพันกับการพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญด้วย
นายวิเชียร กล่าวอีกว่า สำหรับการร้องสอดของกรรมการบริหารพรรค ส.ส.และสมาชิกพรรคเพื่อขอเป็นจำเลยร่วมในคดียุบพรรคนั้น เนื่องจากคำร้องของอัยการสูงสุดที่นอกจากขอให้ยุบพรรคพลังประชาชนแล้วยังขอให้ตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรคด้วยทั้งหมดในส่วนนี้จึงถือเป็นผู้มีส่วนได้เสีย จึงมีคำร้องเพื่อขอให้ศาลได้ไต่สวนการให้ถ้อยคำของจำเลยในส่วนที่เพิ่มขึ้นมา เพื่อจะแสดงให้เห็นว่ากรรมการบริหารพรรค ส.ส. และสมาชิกพรรค คนอื่นๆ ไม่มีส่วนรู้เห็นในการกระทำความผิดของนายยงยุทธ ดังนั้นการตัดสิทธิ์เลือกตั้งจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ต่อเมื่อเวลา 14.30 น. นายทิวา การกระสัง ทนายความกลุ่มเพื่อนเนวิน ได้นำคำร้องสอดขอเป็นคู่ความฝ่ายที่ 3 ของนายสุทิน คลังแสง ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ และคำชี้แจงว่าไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำใดๆ ของนายยงยุทธ ติยะไพรัช โดยนายทิวา เปิดเผยว่า รับผิดชอบเป็นทนายความของนายนิสิต สินธุไพร นายทรงศักดิ์ ทองศรี และนายสุทิน ซึ่งทั้งหมดอยู่ในกลุ่มของนายเนวิน ซึ่งการร้องนี้ดำเนินการตามประมวลกฎหมายพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(1) ซึ่งตามข้อกำหนดของศาลรัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้กระทำได้ อย่างไรก็ตามหากตุลาการไม่อนุญาตให้ร้องสอดเป็นคู่ความที่ 3 ก็จะยื่นรายชื่อเพื่อเป็นพยานเบิกความในคดียุบพรรคอีกครั้ง
"นิกร หอบเอกสารหลักฐานสู้คดียุบชาติไทย
เมื่อเวลา 13.30 น. ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายนิกร จำนง รองหัวหน้าพรรคชาติไทย เดินทางเข้ายื่นเอกสารชี้แจงคำร้องกรณียุบพรรคชาติไทย โดยเปิดเผยว่าได้ยื่นคำชี้แจงจำนวน 79 หน้า โดยส่วนที่ 1. เป็นการแก้ข้อกล่าวหาที่อัยการสูงสุดให้มีคำร้องยุบพรรคชาติไทย และเพิกถอนสิทธิ์หัวหน้าและกรรมการบริหารพรรค
2.ชี้แจงลำดับเหตุการณ์ เพราะกรณีของพรรคชาติไทยมีความซับซ้อนมาก และที่ผ่านได้ชี้แจงให้กกต.แล้วแต่ไม่มีโอกาส ต่อจากนั้นก็พยายามชี้แจงต่ออัยการแล้วแต่ไม่มีการสอบเพิ่มเติม 3.เป็นการชี้แจงมูลเหตุแห่งคดี ที่เราจะชี้ให้เห็นว่า ไม่มีแรงจูงใจในการทุจริตของบุคคล 3 คนในจังหวัดชัยนาท
4.ชี้แจงข้อเท็จจริงว่านายมณเทียร สงฆ์ประชา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพฤติการณ์การทุจริตการเลือกตั้งของบุคคล 3 คน 5.พรรคไม่มีส่วนรู้เห็นไม่ได้มีการปล่อยปะละเลย และเราได้มีการป้องกันอย่างดี และ 6.กรรมการบริหารพรรคและหัวหน้าพรรคไม่มีความเกี่ยวพันธ์ เกี่ยวข้องใดๆ จึงขอให้ยกคำร้อง ทั้งในเรื่องการยุบพรรคและการเพิกถอนสิทธิ์กรรมการบริหารพรรคทั้งหมด
นายนิกร กล่าวว่า นอกจากนี้จะขอความกรุณาจากศาลให้นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ได้แถลงเปิดคดีด้วยวาจา ก่อนขั้นตอนของการสอบพยาน นอกจากนี้ยังได้ยื่นคำร้องขอให้ตน นายอนุรักษ์ จุรีมาศ และนายกมลวิทย์ แก้วแฝก ร่วมเป็นคณะทำงานด้านคดียุบพรรคร่วมกับทีมทนายความที่รับผิดชอบก่อนหน้านี้
มัชฌิมาฯ ส่งทนายส่งคำชี้แจง 57 หน้า
ต่อมาเวลา 14.50 น. นายฉัตรชัย ชูแก้ว ทนายความผู้รับมอบอำนาจของพรรคมัชฌิมาธิปไตย ได้นำคำชี้แจงคดียุบพรรคมีเนื้อหา 57 หน้ามายื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ หลังจากที่คณะตุลาการมีมติไม่ขยายเวลาตามที่เคยได้ร้องขอไป ภายหลังการยื่นคำชี้แจง
นายฉัตรชัย กล่าวว่า พรรคได้ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาทั้งประเด็นข้อกฎหมายและประเด็นข้อเท็จจริงรวม 13 ประเด็น โดยประเด็นสำคัญๆคือเรื่องข้อกฎหมายที่จะชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงของมาตรา 237 และมาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งให้อำนาจอัยการสูงสุดดำเนินการสอบสวนหากมีการกระทำที่จะเป็นการล้มล้างระบอบประชาธิปไตย แต่ในกรณีนี้อัยการสูงสุดยังไม่ดำเนินการใดๆจึงถือว่าไม่ครบกระบวนการที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย
นายฉัตรชัย กล่าวว่า ในประเด็นข้อเท็จจริงจะแก้ข้อกล่าวหาในเรื่องกระบวนการสอบสวนของกกต. ที่ไม่เคยให้พรรครับทราบถึงการตั้งข้อกล่าวหานายสุนทร วิลาวัลย์ ซึ่งเมื่อทางพรรคชี้แจงไปก็ไม่ได้นำคำชี้แจงไปพิจารณา แต่กลับพยายามเชื่อมโยงการกระทำความผิดของบุคคลที่ไปจ่ายเงินซื้อเสียงจำนวน 400 บาทว่าเป็นการซื้อเสียงของนายสุนทร ทั้งที่คนที่นำเงินไปแจกเป็นคนขับรถของคู่แข่งฝ่ายตรงข้าม
นอกจากนี้ อนุกรรมการสอบสวนของกกต.ชุดที่มีนายบุญทัน ดอกไธสง เป็นประธาน ก็ระบุว่าความผิดกรณีนี้ไม่เพียงพอที่จะยื่นยุบพรรค ซึ่งรวมถึงอัยการสูงสุดก็ระบุเช่นเดียวกัน จนต้องตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างกกต.และอัยการสูงสุด ซึ่งตามกฎหมายกำหนดให้คณะกรรมการร่วมนี้ต้องหาพยานหลักฐานใหม่ แต่ก็ไม่ปรากฏว่าดำเนินการใดๆ แต่กลับยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นบรรทัดฐาน กรณีนี้จึงต้องขอความเป็นธรรมจากศาลรัฐธรรมนูญด้วย
รายงานข่าวจากศาลรัฐธรรมนูญแจ้งว่า คณะตุลาการได้นัดประชุมเพื่อพิจารณาคำชี้แจงของทั้ง 3 พรรคการเมืองในวันที่ 20 พ.ย.นี้เวลา 09.30 น. ซึ่งถือเป็นนัดแรกในการประชุมเพื่อพิจารณาคดียุบพรรค แล้วยังได้มีกำหนดนัดพร้อมคู่ความทั้ง 2 ฝ่าย คือฝ่ายผู้ถูกร้องทั้ง 3 พรรค และฝ่ายผู้ร้องคืออัยการสูงสุด ในวันที่ 26 พ.ย. นี้ เพื่อกำหนดประเด็นการพิจารณาด้วย
สำหรับกระแสข่าว พรรคพลังประชาชน จะยื่นคำร้องขอให้ นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการรัฐธรรมนูญ ถอนตัวจากการเป็นองค์คณะ เนื่องจากมีอคติกับพรรคพลังประชาชนนั้น ขณะนี้ยังไม่มีคำร้องเข้ามาแต่อย่างใด