bangkokbiznews

BizBook | TOP1000 | Nation E-Commerce | Nation E-Job | Market at Nation | เกี่ยวกับเรา


Lastestnews

Topics

การเมือง

  • รายละเอียดข่าว

ศาลปค.ไม่รับฟ้อง3รมต.หวยหยุดทำหน้าที่


:

ศาลปกครองกลาง สั่งไม่รับฟ้องคดีร้องขอให้สั่ง 3รมต.หยุดปฏิบัติหน้าที่หลังศาลฎีการับฟ้องคดีหวย ศาลชี้"นิติธร"ไม่ใช่ผู้เสียหาย ระบุไม่ใช้สิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ศาลปกครองสูงสุด

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : วันที่ 19 พ.ย.2551 นายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน สภาทนายความ หนึ่งในผู้ฟ้องคดี 3 รัฐมนตรีคดีหวยบนดินต่อศาลปกครอง เปิดเผยว่า หลังจากศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งให้ส่งคดีที่ตนกับกลุ่มทนายความ นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และ ส.ว. ยื่นฟ้อง นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรมว.กระทรวงการคลัง นางอุไรวรรณ เทียนทอง รมว.แรงงาน และนายอนุรักษ์ จุรีมาศ รมช.คมนาคม และคณะรัฐมนตรี (ครม.)

ซึ่งขอให้ศาลมีคำสั่งห้าม 3 รัฐมนตรีกระทำการใดๆอันเป็นการใช้อำนาจหน้าที่และสถานะความเป็นรัฐมนตรีจนกว่าศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการจะมีคำพิพากษา หลังจากที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้มีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีทุจริตโครงการอกสลากพิเศษเลขท้าย 2 และ 3 ตัว (หวยบนดิน) เมื่อวันที่ 28 ก.ค.51ที่รัฐมนตรีทั้งสามตกเป็นจำเลยร่วมกับพวกรวม 47 คน ให้ศาลปกครองกลางพิจารณานั้น และตนกับพวกรวม 9 คน ซึ่งเป็นผู้ฟ้องได้ยื่นคำให้การต่อศาลตามคำสั่งแล้วเมื่อต้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา

ปรากฏว่า หลังจากศาลปกครองกลางพิจารณาคำฟ้อง คำขอ คำให้การ ประกอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว เห็นว่าพวกตน ไม่มีอำนาจยื่นฟ้อง เนื่องจากไม่ใช่ผู้เดือดร้อนเสียหาย จึงมีคำสั่งไม่รับฟ้องคดีและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความแล้ว อย่างไรก็ดีเมื่อศาลมีคำวินิจฉัยเช่นนี้แล้ว พวกตนไม่ได้ใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์คดีต่อศาลปกครองสูงสุดแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งไม่รับฟ้องเมื่อวันที่ 24 ก.ย.51 โดยนายอนุวัฒน์ ธาราแสวง ตุลาการศาลปกครองกลาง เจ้าของสำนวน และองค์คณะ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า จากคำฟ้องและคำชี้แจงของผู้ฟ้องทั้งเก้า ระบุว่า ผู้ถูกฟ้องทั้งสี่กระทำการไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยผู้ถูกฟ้องที่ 1-3 ใช้อำนาจความเป็นรัฐมนตรี เข้าร่วมประชุมและพิจารณาให้ความเห็นชอบ มติ ครม. เมื่อวันที่ 29 ก.ค. และ 5 ส.ค.51 โดยไม่มีอำนาจเนื่องจากต้องห้ามมิให้ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 55 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 จึงเป็นเหตุให้มติ ครม. วันที่ 29 ก.ค. รวม 40 เรื่อง และวันที่ 5 ส.ค. จำนวน 35 เรื่องไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยมีคำขอให้เพิกถอนมติ ครม. ทั้งหมด และห้ามไม่ให้ผู้ถูกฟ้องที่ 1-3 กระทำการใด ๆ

ในฐานะรัฐมนตรีจนกว่าศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะมีคำพิพากษา ดังนั้นกรณีจึงเป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่รัฐกระทำการโดยมิชอบด้วยกฎหมายในการออกกฎคำสั่ง ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ซึ่งศาลปกครอง มีอำนาจกำหนดคำบังคับที่จะสั่งให้เพิกถอนกฎ หรือคำสั่ง หรือห้ามกระทำการทั้งหมดได้ตาม มาตรา 72 วรรคหนึ่ง (1) พ.ร.บ.จัดตั้งศาล ฯ แต่ทั้งนี้ผู้ฟ้องจะต้องเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้จากการกระทำนั้นจึงจะมีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครอง

โดยคดีนี้ผู้ฟ้องทั้งเก้าอ้างว่า ได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบตามมติ ครม. ดังกล่าว โดยเฉพาะมติวันที่ 29 ก.ค. เรื่องที่ 37 การแต่งตั้งประธานกรรมการ ในคณะกรรมการ(บอร์ด) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เนื่องจากอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ธปท. มีส่วนเกี่ยวพันเชื่อมโยงกับการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ฟ้อง ซึ่งเป็นผู้ใช้บริการธนาคารพาณิชย์ที่อยู่ภายใต้กำกับดูแลของ ธปท. หากคณะกรรมการ ธปท. กำหนดวิธีการแนวทางอย่างใดๆ ธนาคารพาณิชย์ที่ผู้ฟ้องใช้บริการด้านการเงินอยู่ ย่อมปฏิบัติตามและมีผลบังคับถึงผู้ฟ้องทั้งเก้า

ซึ่งการแต่งตั้งประธานกรรมการ ธปท. ที่ผู้ถูกฟ้องที่ 4 อนุมัติตามที่กระทรวงการคลังเสนอให้แต่งตั้ง นายพรชัย นุชสุวรรณ นั้นเมื่อพิจารณาตาม พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ.2485 ที่แก้ไขโดย พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ.2551 เห็นว่า บุคคลที่จะได้รับการพิจารณาให้เป็น ประธานกรรมการ ธปท. จะต้องเป็นบุคคลที่ผู้ว่า ธปท. หรือปลัดกระทรวงการคลังเสนอชื่อต่อคณะกรรมการคัดเลือก และคณะกรรมการฯ จะพิจารณาเลือกบุคคลจากรายชื่อที่ผู้ว่า ธปท. หรือ ปลัดกระทรวงการคลังเสนอมาเท่านั้น ดังนั้นเมื่อผู้ฟ้องทั้งเก้า ไม่ได้เป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อเพื่อให้คณะกรรมการคัดเลือกพิจารณา ผู้ฟ้องจึงไม่ใช่ผู้เดือดร้อนเสียหายจากการที่ ครม. มีมติเมื่อวันที่ 29 ก.ค. ประกอบกับการดำเนินการของคณะกรรมการ ธปท. ไม่สามารถดำเนินการอย่างใดได้ตามลำพังเพื่อกระทบสิทธิผู้ฟ้องได้ อีกทั้งไม่ยังปรากฏข้อเท็จจริงว่าคณะกรรมการ ธปท. ชุดนายพรชัย ได้กระทำการอย่างใดๆ กระทบสิทธิผู้ฟ้อง ข้อกล่าวอ้างของผู้ฟ้องจึงไม่อาจรับฟังได้ และไม่ได้เป็นผู้เสียหายที่จะมีสิทธิยื่นฟ้องต่อศาล

ส่วนมติ ครม. เรื่องอื่นจะเป็นเรื่องการให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ , ร่างพระราชกฤษฎีกา , ร่างกฎกระทรวง , ร่างประกาศกระทรวง , การขออนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณโครงการต่างๆ , การรายงานผลการดำเนินการในเรื่องต่างๆ , การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ ผู้ฟ้องไม่ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่าได้รับความเดือดร้อนเสียหายแต่อย่างใดซึ่งผู้ฟ้องก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับมติ ครม. ในเรื่องดังกล่าวด้วย 

ศาลจึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องคดีนี้ไว้พิจารณา และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

ส่งต่อให้ผู้อื่น พิมพ์ข่าวหน้านี้ บันทึกข่าวลงเครื่อง

เงื่อนไขในการแสดงความคิดเห็น
1. ทุกคนมีสิทธิ์ แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย กล่าวพาดพิง
2. ทุกคนมีสิทธิ์ แสดงความคิดเห็นได้โดยความยาวไม่เกิน 500 ตัวอักษร ต่อ ความคิดเห็น
3. การลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
4. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์
เงื่อนไขในการแสดงความคิดเห็น
ชื่อ :
อีเมล์ :
ความคิดเห็น :
 

Hot News Services

3 Hot News Services

advertisement

Hot News Services

3 Hot News Services

advertisement