19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 15:59:00
แจ้งตร.เอาผิดรมว.คมนาคมหมิ่นเบื้องสูง
แกนนำกลุ่มอีสานกู้ชาติ แจ้งความกองปราบปราม เอาผิด"สันติ" เหตุไม่จบปริญญาและถูกขับออกม.รามคำแหง ฐานจ้างสอบแทน แต่ดื้อรับตำแหน่งรัฐมนตรี เข้าข่ายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : ที่กองบังคับการกองปราบปราม(บก.ป.) เมื่อเวลา 14.00 น. นายไทกร พลสุวรรณ แกนนำกลุ่มอีสานกู้ชาติ เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ต.มาโนชญ์ สวนดอกไม้ พนักงานสอบสวน(สบ 2) บก.ป. เพื่อให้ดำเนินคดีกับ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
ในความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยนำสำเนาหนังสือตรวจสอบผลการเรียนของนายสันติ สำเนาหนังสือคำสั่งมหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่ 1170/2542 เรื่อง ลงโทษลบชื่อนายสันติ พร้อมพัฒน์ ออกจากทะเบียนนักศึกษา ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยรามคำแหงว่าด้วยวินัยนักศึกษา พ.ศ.2522 และรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาตรา 174 และมาตรา 182 เป็นหลักฐาน
นายไทกร กล่าวว่า ตามที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ได้นำรายชื่อนายสันติขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อให้ทรงลงพระปรมาภิไธยโปรดเกล้าแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รมว.คมนาคม ทั้งที่ นายสันติรู้อยู่แล้วว่าตนเองไม่มีคุณสมบัติที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 174(3) นั้นเป็นการกระทำเข้าข่ายดูหมิ่นพระมหากษัตริย์
นายไทกร กล่าวต่อว่าที่ผ่านมานายสันติ ได้สมัครเข้าเรียนเป็นนักศึกษา คณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อปี 2541แต่ถูกจับได้ว่ามีการให้ผู้อื่นเข้าสอบแทนจึงถูกนำรายชื่อเสนอต่อสภามหาวิทยาลัยพิจารณาโทษ และต่อมาได้มีมติให้ลบชื่อนายสันติออกจากการเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อปี 2542 ซึ่งตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ.2522 ข้อ 11 ผู้ที่ถูกลบชื่อไปแล้วจะไม่สามารถกลับเข้าเรียนได้อีกภายใน 2 ปีการศึกษา และจะกลับเข้ามาเป็นนักศึกษาได้ก็ต่อเมื่อได้ทำเรื่องเสนอต่อคณบดีเพื่อพิจารณาละเว้นโทษ แต่พบว่านายสันติ ได้กลับเข้ามาเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อปี 2543 และสำเร็จการศึกษาในปี 2545
นายไทกร กล่าวด้วยว่า ได้สอบถามเรื่องนี้ไปยังมหาวิทยาลัยรามคำแหงแล้วแต่ได้รับคำตอบว่าเป็นเรื่องที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาและกระทรวง ศึกษาธิการจะพิจารณา และเมื่อทำเรื่องสอบถามทั้งสองหน่วยงานจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับคำตอบ
ด้าน พ.ต.ต.มาโนชญ์ กล่าวว่า ได้รับเรื่องและสอบปากคำไว้เบื้องต้น ก่อนทำเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป