bangkokbiznews

BizBook | TOP1000 | Nation E-Commerce | Nation E-Job | Market at Nation | เกี่ยวกับเรา


Lastestnews

Topics

การเมือง

คอลัมนิสต์

รูปคอลัมนิสต์ ศุภวุฒิ สายเชื้อ

ศุภวุฒิ สายเชื้อ

รูปคอลัมนิสต์ บวร ปภัสราทร

บวร ปภัสราทร

รูปคอลัมนิสต์ ไชยยันต์ ไชยพร

ไชยยันต์ ไชยพร

รูปคอลัมนิสต์ ยศ สันตสมบัติ

ยศ สันตสมบัติ

รูปคอลัมนิสต์ ภูมิคุ้มกันฯ(สังศิต พิริยรังสรรค์)

ภูมิคุ้มกันคอรับชัน

รูปคอลัมนิสต์ ธงชัย สันติวงษ์

ธงชัย สันติวงษ์

รูปคอลัมนิสต์ ดร.พสุ เดชะรินทร์

ดร.พสุ เดชะรินทร์

รูปคอลัมนิสต์ เอกนิติ(ดร.เอก)

ดร.เอก เศรษฐศาสตร์

รูปคอลัมนิสต์ แจงสี่เบี้ย(แบงก์ชาติ)

แจงสี่เบี้ย

รูปคอลัมนิสต์ สกล หาญสุทธิวารินทร์

สกล หาญสุทธิวารินทร์

รูปคอลัมนิสต์ สิริพรรณ นกสวน

สิริพรรณ นกสวน

รูปคอลัมนิสต์ ดร.อมร วาณิชวิวัฒน์

ดร.อมร วาณิชวิวัฒน์

รูปคอลัมนิสต์ ชำนาญ จันทร์เรือง

ชำนาญ จันทร์เรือง

รูปคอลัมนิสต์ ดร.ธีรยุส วัฒนาศุภโชค

ดร.ธีรยุส วัฒนาศุภโชค

รูปคอลัมนิสต์ ดร.ไพโรจน์ วงศ์วิภานนท์์

ดร.ไพโรจน์ วงศ์วิภานนท์

รูปคอลัมนิสต์  เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์

เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์

รูปคอลัมนิสต์ ประภาส  ปิ่นตบแต่ง

ประภาส ปิ่นตบแต่ง

รูปคอลัมนิสต์ ขจรปรีย์  ภู่งาม (โครงการ อเมริกาศึกษาฯจุฬา)

ขจรปรีย์ ภู่งามา

รูปคอลัมนิสต์ มุมมองบ้านสามย่าน

มุมมองบ้านสามย่าน

รูปคอลัมนิสต์ เรือรบ  เมืองมั่น

เรือรบ เมืองมั่น

รูปคอลัมนิสต์ อักษรศรี  พานิชสาส์น

อักษรศรี พานิชสาส์น

รูปคอลัมนิสต์ ดร.อาภรณ์ ชีวะเกรียงไกร

ดร.อาภรณ์ ชีวะเกรียงไกร

รูปคอลัมนิสต์ สมชาย  ปรีชาศิลปกุล

สมชาย ปรีชาศิลปกุล

รูปคอลัมนิสต์ สกว.ชวนคิด

สกว.ชวนคิด

รูปคอลัมนิสต์ ไสว  บุญมา

ไสว บุญมา

รูปคอลัมนิสต์ อนุสรณ์  ธรรมใจ

อนุสรณ์ ธรรมใจ

รูปคอลัมนิสต์ ทัศนีย์ บุนนาค

ทัศนีย์ บุนนาค

รูปคอลัมนิสต์ สุกัญญา หาญตระกูล

สุกัญญา หาญตระกูล

รูปคอลัมนิสต์ หน้าต่างความคิด (เกรียติอนันต์  ล้วนแก้ว)

หน้าต่างความคิด

รูปคอลัมนิสต์ อรรถจักร์  สัตยานุรักษ์

อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์

รูปคอลัมนิสต์ กฎหมายเศรษฐกิจ

กฎหมายเศรษฐกิจ

ทัศนะวิจารณ์

ทัศนะจากผู้อ่าน
19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 00:47:00
หุ้น-ทอง-หุ้นกู้ (1)

วีระ ธีรภัทร

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : เมื่อวานนี้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงพอสมควรอีกวาระหนึ่ง ดัชนีราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์ประจำวันอังคารที่ 18 พฤศจิกายนปิดที่ระดับ 419.97 จุดลดลง 14.24 จุดหรือร้อยละ 3.28 ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 7,963.78 ล้านบาท

ใครที่เกี่ยวข้องมีส่วนได้ส่วนเสียคงต้องรู้สึกอึดอัดไม่มากก็น้อย

ยิ่งถ้าหากมองย้อนกลับไปตอนต้นปีที่ผ่านมาซึ่งระดับดัชนีราคาหุ้นอยู่ในระดับเกินกว่า 800 จุดด้วยแล้ว ต้องบอกว่าสร้างความเสียหายใหญ่หลวงให้กับผู้คนที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก

ด้วยเหตุนี้เมื่อมาถึงจุดนี้แล้วเผอิญได้ยินได้ฟังนักวิเคราะห์หรือผู้เชี่ยวชาญทางด้านตลาดเงินตลาดทุนมาแนะนำว่า ควรจะซื้อหุ้นเก็บเอาไว้เพื่อหวังผลตอบแทนที่ดีมากๆ ในอนาคต จึงทำให้ผู้คนจำนวนหนึ่งเกิดความสงสัยขึ้นมาทันทีว่าเป็นอย่างที่ว่าจริงหรือเปล่า?

ก่อนจะตอบคำถามนี้ ผมได้ลองถามตัวเองดูว่า ถ้าหากผมมีเงินออมเหลือพร้อมจะลงทุนโดยที่ไม่เดือดร้อน

ผมยังจะมีทางเลือกอะไรเหลืออยู่บ้าง

แน่นอนครับ สำหรับคนที่ไม่ชอบความเสี่ยงใดๆ เลย การฝากเงินกับธนาคารพาณิชย์กินดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 2 - 3 ต่อปีก็ควรจะพึงพอใจได้แล้ว เพราะเงินต้นและดอกเบี้ยมีการค้ำประกันให้กับผู้ฝากเงินเต็มจำนวนโดยรัฐบาล

พูดง่ายๆ ก็คือเก็บเอาไว้ในรูปเงินสดพร้อมใช้ได้ตามที่ต้องการ ซึ่งอาจจะหมายถึงเงินฝากกับสถาบันการเงินหรือแม้จะขยายออกไปให้ครอบคลุมกองทุนรวมที่ลงทุนในตลาดเงินหรือกองทุนพันธบัตรและกองทุนตราสารหนี้ก็ยังได้

ใครพอใจผลตอบแทนในระดับร้อยละ 3 แล้วไม่มีความเสี่ยงหรือมีแต่น้อยมากก็มีทางเลือกค่อนข้างจำกัดแบบนี้แหละ

อาจจะมีบางคนต้องการผลตอบแทนมากกว่านั้นและไม่ต้องความเสี่ยงอะไรมากมายด้วย แต่ต้องยอมรับการไม่โยกย้ายสับเปลี่ยนเงินที่เอาไปเก็บไว้ ณ จุดนั้นชั่วเวลาหนึ่งเอาเป็นว่าสักประมาณ 3 ปีหรือ 5 ปีได้

แบบนี้ผลตอบแทนที่ได้ในอัตราร้อยละ 4 ขึ้นไปแต่ไม่เกินร้อยละ 5 เป็นเรื่องที่สามารถทำได้ไม่ยาก เมื่อไรกระทรวงการคลังหรือธนาคารแห่งประเทศไทยเสนอขายพันธบัตรออมทรัพย์ออกมาก็ยอมเหนื่อยไปต่อคิวจองเสียหน่อย แค่นี้คุณมีที่พักเงินที่คุณสบายใจไม่ต้องกังวลแล้ว

ฟังดูก็ไม่มีอะไรยุ่งยากครับ จริงๆ ก็เป็นอย่างนั้น

ผมคิดว่าสำหรับคนที่ไม่ต้องการความกังวลใดๆ และยอมรับผลตอบแทนในการอดเปรี้ยวกินหวานในระดับร้อยละ 2 ถึงร้อยละ 4 กว่าๆ ได้ก็มีทางเลือกในการลงทุนอย่างที่ผมบอกไปข้างต้น

แต่ถ้าหากคุณไม่พอใจและต้องการผลตอบแทนที่มากกว่านั้น จะมีทางเลือกอะไรเพิ่มเติมนอกจากที่บอกไปหรือเปล่า

มีครับ

เรื่องนี้ผมพยายามตัดความยุ่งยากในการลงทุนที่ไม่คล่องตัวออกไปด้วยเหตุปัจจัยต่างๆ และสรุปลงท้ายว่ามีทางเลือกอย่างน้อย 3 ทางด้วยกัน

1. หุ้น 2. ทอง 3. หุ้นกู้

สำหรับหุ้นกับทองนั้นเป็นเรื่องได้เสีย ได้มากเสียมาก ได้หนักเสียหนัก เพราะฉะนั้นเอาเก็บไว้ก่อนค่อยคุยให้ฟังในวันพรุ่งนี้ แต่จะคุยไอ้ที่ไม่สลับซับซ้อนคือ หุ้นกู้ เสียก่อน

ถ้าหากใครอ่านหนังสือพิมพ์ธุรกิจอยู่เป็นประจำก็คงจะเห็นข่าวนะครับว่า ถ้าหากต้องการผลตอบแทนในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 5 ต่อปีหรืออาจจะถึงร้อยละ 6.50 ต่อปีนั้น คุณมีทางเลือกในการลงทุนด้วยการซื้อหุ้นกู้บริษัทขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีและมีความมั่นใจได้เกินร้อยละ 90 ว่าสามารถจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ยให้คุณได้อย่างไม่มีปัญหา

ใครที่สามารถอดเปรี้ยวรอกินหวานได้อย่างน้อย 3 ปี สามารถลงทุนในหุ้นกู้ด้วยผลตอบแทนไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ได้อย่างสบายๆ ถ้าหากรอได้นานกว่านั้นคือสัก 5 ปีหรือมากกว่านั้นผลตอบแทนในระดับร้อยละ 6.0 ต่อปีหรือใกล้เคียงเป็นเรื่องธรรมดาสามัญมากครับ

ในสัปดาห์นี้ก็มีมาเสนอให้ลงทุนอย่างน้อย 2 บริษัทคือบริษัทโฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ให้ดอกร้อยละ 5.5 ส่วนอีกเจ้าคือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ให้ดอกร้อยละ 5.10 ในอนาคตก็จะมีมาให้ลงทุนเพิ่มอีก คุณเพียงแต่จัดคิวเงินของคุณให้สอดคล้องต้องกันเท่านั้นเอง

ใครไม่ชอบเสี่ยงและต้องการผลตอบแทนพอเหมาะพอควรในเวลานี้ก็ไปใช้บริการลงทุนหุ้นกู้เถอะครับ

แต่สำหรับคนที่ชอบเสี่ยงรับมือกับความผันผวนได้ อยากจะซื้อหุ้นหรือซื้อทองแบบลงทุนหรือเก็งกำไร ผมมีคำแนะนำบางประการ

แต่ต้องขอเป็นพรุ่งนี้ครับ

ส่งต่อให้ผู้อื่น พิมพ์ข่าวหน้านี้ บันทึกข่าวลงเครื่อง

ความคิดเห็นที่ 2 แจ้งลบ
ถึงความเห็นที่ 1 ก็ดูก่อนง่ายๆ คือ การจัดอันดับเครดิต ของบริษัทต่างๆ ที่เขาทำให้แก่หุ้นกู้ตัวนั้น และอีกอย่างก็คือดูผลประกอบการของบริษัทนั้นๆ ส่วนที่เหลือเป็นเรื่องของเทคนิค และการตัดสินใจของตัวเอง สำหรับผม เครดิต A ขึ้นก็ถือว่าใช้ได้แล้วละครับ ขนาดของ SCC จัดไว้ที่ A ก็ยังไม่เคยเบี้ยวเลย
กูรู  , E-mail : A@mm.com 15:22:52
ความคิดเห็นที่ 1 แจ้งลบ
หุ้นกู้มีหลายชนิด ? เร็วๆนี้ธนาคารที่มีต่างชาติเข้าถือหุ้นออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิ ความเสี่ยงเป็นอย่างไร? น่าลงทุนหรือไม่ ขอความรู้ด้วย ขอบคุณมาก
malai  , E-mail : malai01@windowslive.com 12:34:20
เงื่อนไขในการแสดงความคิดเห็น
1. ทุกคนมีสิทธิ์ แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย กล่าวพาดพิง
2. ทุกคนมีสิทธิ์ แสดงความคิดเห็นได้โดยความยาวไม่เกิน 500 ตัวอักษร ต่อ ความคิดเห็น
3. การลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
4. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์
เงื่อนไขในการแสดงความคิดเห็น
ชื่อ :
อีเมล์ :
ความคิดเห็น :
 

advertisement

Hot News Services

3 Hot News Services

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

advertisement