bangkokbiznews

BizBook | TOP1000 | Nation E-Commerce | Nation E-Job | Market at Nation | เกี่ยวกับเรา


Lastestnews

Topics

ดัชนี BSE SENSEX 30 หุ้นอินเดีย ปิดตลาด 17,707.32 บวก 84.87 จุด --- (เวลา17.24น.)ทองคำแท่งซื้อ25,300ขาย25,400บ./ทองรูปพรรณซื้อ24,938.20ขาย25,800บ. --- หุ้นไทยภาคบ่ายปิดที่ 1,116.08 จุด บวก 14.96 จุด มูลค่าการซื้อ-ขาย 45,368.93 ล้านบาท --- ดัชนีจาการ์ตาคอมโพสิต ปิดตลาด 3,988.70 บวก 33.25 จุด --- ดัชนีสเตรทไทม์ หุ้นสิงคโปร์ ปิดตลาด 2,982.20 บวก 24.42 จุด --- ดัชนีคอมโพสิต หุ้นมาเลเซีย ปิดตลาด 1,553.18 บวก 14.41 จุด --- ตลาดทองฮ่องกง (เย็น) ซื้อขายที่ 1,746.37 ดอลลาร์/ออนซ์ --- ดัชนีหั่งเส็ง ตลาดหุ้นฮ่องกง ปิดตลาด 21,018.46 บวก 319.27 จุด --- ดัชนีหุ้นเซี่ยงไฮ้ กระดาน-เอ ปิดตลาด 2,459.40 บวก 58.37 จุด --- ดัชนีหุ้นเซี่ยงไฮ้ กระดาน-บี ปิดตลาด 227.43 บวก 3.60 จุด ---

Bizweek : Marketing

  • รายละเอียดข่าว

Literary Branding สร้างแบรนด์ผ่านหนังสือ

บรรดาหนังสือที่วางบนชั้นของร้านขายหนังสือนั้น หลายๆ เล่มเขียนด้วยจุดประสงค์ที่มิใช่ต้องการเงินทอง แต่เป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารอีกรูปแบบที่เจาะเข้าไปสู่กลุ่มเป้าหมายแบบถึงใจเลยก็ว่าได้

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : เกรียงไกร กาญจนะโภคิน

เพราะการที่กลุ่มเป้าหมายจะเดินออกจากบ้านมาร้านหนังสือ เพื่อซื้อหนังสือของใครสักคนนั้น ถ้าไม่ใช่แฟนกันจริงๆ คงจะเกิดขึ้นยาก

  ในอดีตหนังสือที่เขียนเกี่ยวกับอัตชีวประวัติของนักบริหารที่ประสบความสำเร็จ โดยนำประสบการณ์ของการทำงานที่มีค่ามาเล่าให้ฟังผ่านตัวหนังสือ และเป็นหนังสือที่เกี่ยวกับการบริหารธุรกิจที่เขียนโดยคนไทยนั้นหายากหาเย็นมาก ส่วนใหญ่มักเป็นการนำหนังสือจากต่างประเทศมาแปล บางครั้ง Case Study ก็เป็นการเขียนถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในประเทศนั้นๆ โดยเราอาจจะไม่รู้จักแบรนด์หรือไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาทำด้วยซ้ำ เพราะขาดแบ็คกราวด์เนื่องจากเราอาจจะไม่เคยอยู่ในประเทศที่ยกกรณีศึกษาขึ้นมา

  เมื่อก่อนหนังสืออาจจะเป็นเชิงวิชาการให้เด็กนักเรียนอ่าน แต่วันนี้ไม่ใช่อีกแล้วครับ คนไทยหันมาอ่านหนังสือเพื่อเพิ่มพูนความรู้กันมากขึ้น ดังนั้นกลยุทธ์หนึ่งในการสร้างแบรนด์ของเราให้ลึกจึงใช้ "หนังสือ" นี่แหละเป็นอีกเครื่องมือในการสร้างแบรนด์

  นักการเมืองบ้านเรา เช่น คุณทักษิณ ชินวัตร ก็ใช้หนังสือตาดูดาว เท้าติดดิน มาเป็นหัวหอกในการทำให้คนรู้จักชีวิตที่เขาอยากให้คนรับรู้ว่าเขาเป็นเช่นไร ซึ่งทำให้คนรู้จักเขาดียิ่งขึ้นในมุมที่เขาอยากให้รู้จัก Brand Positioning ของเขาก็ชัดเจนมากขึ้น และสามารถเข้าไปอยู่ในใจคนได้มากยิ่งขึ้น

  กลยุทธ์เหล่านี้ไม่ได้ใช้เฉพาะนักการเมืองไทยเท่านั้น แม้แต่ประธานาธิบดีคนล่าสุดของประเทศสหรัฐอเมริกา บารัก โอบามา ก็ใช้หนังสือเป็นเครื่องมือในการหาเสียง ทั้งนี้เพื่อให้คนได้รู้จักตัวตนของเขาได้ดีมากยิ่งขึ้น ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น ซึ่งก็คือการสร้างแบรนด์ให้คนอ่านเรื่องราวของเขาเหมือนกับที่แบรนด์ต่างๆ ทำงานผ่านการสื่อสารด้านต่างๆ นั่นเอง

  วันนี้ซีอีโอหลายๆ ท่านที่มีหน้าที่นำพาธุรกิจของตัวเองให้ก้าวไปข้างหน้า ก็หยิบยืมการนำหนังสือมาเป็นเครื่องมือในการสร้างแบรนด์กันเป็นทิวแถว เพราะอะไร...ทำไมใครๆ ก็ใช้กลยุทธ์นี้

  ง่ายนิดเดียวครับ ในยามที่ทุกคนกำลังต้องการหาแนวคิดใหม่ๆ ในการทำธุรกิจ ต่างต้องการหาไอเดียใหม่ๆ เข้ามาเพื่อปรับปรุงธุรกิจของตัวเอง ดังนั้นบรรดาหนังสือ Know How ต่างๆ จึงขายดิบขายดี ยิ่งพวกหนังสือประเภทพาดหัวว่า วิธีปั้นเงิน สร้างเงินล้าน อะไรทำนองนี้ คนก็ยิ่งชอบอ่านกันมาก

  ส่วนใหญ่ผู้เขียนต้องมีบทพิสูจน์ส่วนตัวว่า เขาเคยทำแล้วประสบความสำเร็จ อาจจะยกตัวอย่างมาสักหนึ่งกรณี ก็นำมาตีฟองใส่ไข่ เขียนขยายความให้อ่านแล้วเข้าใจง่าย และบรรดาสำนักพิมพ์ที่มีสื่อในมือก็นำสื่อเหล่านั้นมาเป็นเครื่องมือในการช่วยโปรโมทนักเขียนให้กลายเป็นคนดังไปเลยทีเดียว

  สิบปีที่ผ่านมา บรรดาเกจิด้านการสื่อสารหลายคนออกมาเขียนหนังสือทั้งในรูปแบบคอลัมน์ และ พ็อกเก็ตบุ๊คตีพิมพ์ออกมาเพียบ ยิ่งช่วงเห่อการสร้างแบรนด์ก็จะมีหนังสือเรื่องการสร้างแบรนด์วางแผงเต็มไปหมด

  จะขายดิบขายดีกันหรือเปล่านั้นไม่ทราบเหมือนกัน แต่ที่สังเกตได้ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ แต่ก่อนสไตล์หนังสือที่ออกมานักวิชาการจะเป็นคนเขียน แต่วันนี้นักเขียนกลายเป็นนักปฏิบัติ การเขียนจึงแตกต่างจากการเขียนของนักวิชาการ เพราะมักเป็นการยกกรณีศึกษาที่บริษัทตัวเองทำแล้วประสบความสำเร็จ รวมถึงบอกว่าที่ประสบความสำเร็จได้นั้นเพราะบริษัทมี Know How อย่างไร

  บางเล่มก็บอกทีเด็ดทุกแง่ทุกมุมออกมาหมด บางเล่มก็แค่เปิดนิดเปิดหน่อยพอให้อยากแล้วก็จากไป

  อย่างไรก็ตามสำหรับผู้อ่าน มันก็เป็นเรื่องที่เขาได้รับรู้ได้ว่า องค์กรนั้นๆ เขามีแนวคิดอย่างไร ทำอะไรมาบ้าง สุดท้ายก็กลับมาที่แบรนด์ของผู้เขียนหรือองค์กรนั้นๆ แหละครับ ดังนั้นการที่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งจะปล่อยให้คนในองค์กรไปเขียนหนังสือ ถ้าหนังสือมันเกี่ยวกับธุรกิจเราก็ต้องใส่ใจกับเนื้อหาที่ออกไป เพราะมันสะท้อนแบรนด์ขององค์กรอย่างช่วยไม่ได้

  ล่าสุดผมได้รวบรวม Know How ในการทำงานด้านการสื่อสารและการตลาดของผมตลอดระยะเวลาการทำงานออกมาเป็นพ็อกเก็ตบุ๊ค Interactive Communications ผู้อ่านท่านใดสนใจ ลองอ่านดูนะครับเพราะหนังสือเล่มนี้น่าจะเป็นสูตรสำเร็จช่วยให้คุณเลือกใช้เครื่องมือการสื่อสารได้อย่างชาญฉลาดในยุคอินเตอร์แอ๊คทีฟ


ส่งต่อให้ผู้อื่น พิมพ์ข่าวหน้านี้ บันทึกข่าวลงเครื่อง


Error : CAN NOT CONNECT HOST : 192.168.52.42Error : "select CommentID, NewsID, CreateDate, Names, Email, Comment,RemoteAddress From TKTComment Where NewsID=311013 and DelStatus<=3 order by CommentID DESC" IS DEAD
: