bangkokbiznews

BizBook | TOP1000 | Nation E-Commerce | Nation E-Job | Market at Nation | เกี่ยวกับเรา


Lastestnews

Topics

ดัชนี BSE SENSEX 30 หุ้นอินเดีย เปิดตลาด 17,813.74 บวก 106.43 จุด --- ตลาดทองฮ่องกง (เช้า) ซื้อขายที่ 1,721.10 ดอลลาร์/ออนซ์ --- ตลาดเงินโตเกียว ยูโร/เยน ซื้อขายที่ 100.57 --- ตลาดเงินโตเกียว ยูโร/ดอลลาร์ ซื้อขายที่ 1.3111 --- ดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียว ปิดตลาดภาคเช้า 8,913.44 ลบ -15.76 จุด --- (หุ้นไทย) ณ เวลา 10.03 น. ดัชนีตลาดอยู่ที่ 1,097.63 จุด บวก 3.62 จุด --- (ธปท.) อัตราแลกเปลี่ยนกลาง 30.923 บาท/ดอลลาร์ --- (ธปท.) อัตราแลกเปลี่ยนกลาง 40.7987 บาท/ยูโร --- (เวลา09.36น.)ทองคำแท่งซื้อ25,200ขาย25,300บ./ทองรูปพรรณซื้อ24,832.08ขาย25,700บ. --- ดัชนีนิกเกอิ เปิดตลาด 8,904.16 ลบ -25.04 จุด ---

ไอที-นวัตกรรม : Experts View

  • รายละเอียดข่าว

'ซิสโก้' เขาว่า ไทยน่าลงทุนมากสุดในอาเซียน


:

ซิสโก้ ประเมินอุตสาหกรรมรถยนต์ไทยลงทุนไอทีมากสุดในภูมิภาคอาเซียน รุกหนักโซลูชั่นเจาะกลุ่มแมนูแฟคเจอริ่ง หลังเห็นโอกาสการลงทุนไอทีกลุ่มนี้ยังโตได้อีก ตั้งเป้าปีหน้าเติบโต 20%

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : นางสาวลอเรน เวนทูรา ผู้อำนวยการอาวุโสการตลาดธุรกิจทั่วโลก บริษัทซิสโก้ ซีสเต็มส์ อิงค์ กล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ในไทยเป็นประเทศที่ลงทุนด้านไอทีมากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะการนำโซลูชั่นด้านไอทีเข้าไปเชื่อมโยงการทำงานแต่ละแผนกที่มีความซับซ้อนให้สามารถเข้าถึง และเชื่อมต่อกับข้อมูลทั้งหมดของกระบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนของตลาดไทย ถือเป็นหนึ่งในตลาดที่สำคัญของซิสโก้ในภูมิภาคอาเซียน ที่ยังลงทุนไอทีอย่างต่อเนื่อง แม้เป็นช่วงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว โดยกลุ่มแมนูเฟคเจอริ่งที่ลงทุนไอทีมากสุด ยังเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ เฮลธ์แคร์ พลังงาน กลุ่มธนาคารและสถาบันการเงิน รวมถึงกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอี

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจของซิสโก้ยังเผยว่า ที่ผ่านมาไทยลงทุนด้านไอทีในกลุ่มแมนูเฟคเจอริ่งเพียง 1.3% ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ยังมีโอกาสในการเติบโตอีกมาก โดยประเทศที่ลงทุนไอทีในแมนูเฟคเจอริ่งมากสุดทั่วโลกตามลำดับ คือ ฮ่องกง อเมริกา ญี่ปุ่น มาเลเซีย และสิงค์โปร์ โดยเฉพาะการนำโซลูชั่นทางด้านการสื่อสารเข้าไปใช้เพื่อลดต้นทุนการเดินทาง เช่น โซลูชั่นด้านวีโอไอพี เป็นต้น

ทั้งนี้เมื่อปีที่แล้ว กลุ่มแมนูเฟคเจอริ่งของซิสโก้ในไทยเติบโตราว 30% คาดว่าปีหน้าตัวเลขจะอยู่ระดับ 20% เพราะฐานลูกค้าของบริษัทมีมากขึ้น และเป็นการประเมินท่ามกลางสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจชะลอตัวทั่วโลก

ขณะที่ ตลาดใหญ่ของซิสโก้ปัจจุบัน ยังอยู่ในอเมริกาเหนือ แคนาดา เยอรมนี และจีน ส่วนไทยรั้งตลาดใหญ่สุดในภูมิภาคอาเซียน

นางสาวลอเรน กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมการผลิตทั่วโลก ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง ทั้งในธุรกิจ และเศรษฐกิจที่ผันผวนของโลก ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารจัดการองค์กร ด้วยการนำโซลูชั่นไอทีเข้าไปติดตั้ง ที่ผ่านมามีผลสำรวจพบว่า แมนูแฟคเจอริ่งทั่วโลกใช้เงินมากกว่า 70% ไปเพื่อการดูแลรักษาระบบ และมีเพียง 30% เท่านั้น ที่นำไปลงทุนในนวัตกรรมใหม่ๆ

ดังนั้นซิสโก้จะเน้นการนำเสนอโซลูชั่น Cisco Connected Manufacturing ที่จะช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมการผลิตสามารถเชื่อมต่อทุกส่วนของห่วงโซ่ทางอุตสาหกรรม ให้ผู้ผลิตสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลทางธุรกิจขององค์กรระหว่างหน่วยงาน พนักงาน คู่ค้า และลูกค้าได้ ซึ่งปัจจุบันซิสโก้ได้ติดตั้งโซลูชั่นดังกล่าวให้แก่ลูกค้าในไทยบ้างแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจพลังงาน เป็นต้น

เธอให้ความเห็นถึงวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั่วโลกว่า บริษัทยังจับตาดูอย่างใกล้ชิด ปัจจุบันซิสโก้มีกระแสเงินสดหมุนเวียนภายในบริษัทราว 26 พันล้านดอลลาร์ โดยยังไม่มีแผนจะลดพนักงานลง และจะไม่จ้างงานเพิ่ม แต่จะเน้นการลดต้นทุนเรื่องการเดินทาง ด้วยการนำเทคโนโลยีบริษัทพัฒนาเข้ามาใช้งานแทน

ปัจจุบัน ซิสโก้มีงบประมาณวิจัย และพัฒนาต่อปีราว 5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ และโซลูชั่นด้านเทคโนโลยีได้ราว 250 ผลิตภัณฑ์ต่อปี


ส่งต่อให้ผู้อื่น พิมพ์ข่าวหน้านี้ บันทึกข่าวลงเครื่อง


Error : CAN NOT CONNECT HOST : 192.168.52.42Error : "select CommentID, NewsID, CreateDate, Names, Email, Comment,RemoteAddress From TKTComment Where NewsID=308679 and DelStatus<=3 order by CommentID DESC" IS DEAD
: