bangkokbiznews

BizBook | TOP1000 | Nation E-Commerce | Nation E-Job | Market at Nation | เกี่ยวกับเรา


Lastestnews

Topics

ดัชนี BSE SENSEX 30 หุ้นอินเดีย ปิดตลาด 17,166.62 ลบ -1.34 จุด --- (เย็น) ทองคำแท่งซื้อ17,200ขาย17,300บ./ทองรูปพรรณซื้อ16,948.88 ขาย17,700บ. --- หุ้นไทยภาคบ่ายปิดที่ 733.34 จุด บวก 7.39 จุด มูลค่าการซื้อ-ขาย 15,032.40 ล้านบาท --- ดัชนีสเตรทไทม์ หุ้นสิงคโปร์ ปิดตลาด 2,881.36 บวก 7.45 จุด --- ดัชนีจาการ์ตาคอมโพสิต ปิดตลาด 2,666.51 ลบ -10.01 จุด --- ดัชนีคอมโพสิต หุ้นมาเลเซีย ปิดตลาด 1,311.20 ลบ -10.23 จุด --- ดัชนีหุ้นเซี่ยงไฮ้ กระดาน-เอ ปิดตลาด 3,159.83 ลบ -39.80 จุด --- ดัชนีหั่งเส็ง ตลาดหุ้นฮ่องกง ปิดตลาด 21,209.74 ลบ -18.46 จุด --- ตลาดทองฮ่องกง ปิดตลาดที่ 1,112.00-1,113.00 ดอลลาร์/ออนซ์ --- ดัชนีหุ้นเซี่ยงไฮ้ กระดาน-บี ปิดตลาด 247.91 ลบ -1.73 จุด ---

การเมือง

คอลัมนิสต์

รูปคอลัมนิสต์ ศุภวุฒิ สายเชื้อ

ศุภวุฒิ สายเชื้อ

รูปคอลัมนิสต์ บวร ปภัสราทร

บวร ปภัสราทร

รูปคอลัมนิสต์ ไชยยันต์ ไชยพร

ไชยยันต์ ไชยพร

รูปคอลัมนิสต์ ยศ สันตสมบัติ

ยศ สันตสมบัติ

รูปคอลัมนิสต์ ภูมิคุ้มกันฯ(สังศิต พิริยรังสรรค์)

ภูมิคุ้มกันคอรับชัน

รูปคอลัมนิสต์ ธงชัย สันติวงษ์

ธงชัย สันติวงษ์

รูปคอลัมนิสต์ ดร.พสุ เดชะรินทร์

ดร.พสุ เดชะรินทร์

รูปคอลัมนิสต์ เอกนิติ(ดร.เอก)

ดร.เอก เศรษฐศาสตร์

รูปคอลัมนิสต์ แจงสี่เบี้ย(แบงก์ชาติ)

แจงสี่เบี้ย

รูปคอลัมนิสต์ สกล หาญสุทธิวารินทร์

สกล หาญสุทธิวารินทร์

รูปคอลัมนิสต์ สิริพรรณ นกสวน

สิริพรรณ นกสวน

รูปคอลัมนิสต์ ดร.อมร วาณิชวิวัฒน์

ดร.อมร วาณิชวิวัฒน์

รูปคอลัมนิสต์ ชำนาญ จันทร์เรือง

ชำนาญ จันทร์เรือง

รูปคอลัมนิสต์ ดร.ธีรยุส วัฒนาศุภโชค

ดร.ธีรยุส วัฒนาศุภโชค

รูปคอลัมนิสต์ ดร.ไพโรจน์ วงศ์วิภานนท์์

ดร.ไพโรจน์ วงศ์วิภานนท์

รูปคอลัมนิสต์  เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์

เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์

รูปคอลัมนิสต์ ประภาส  ปิ่นตบแต่ง

ประภาส ปิ่นตบแต่ง

รูปคอลัมนิสต์ ขจรปรีย์  ภู่งาม (โครงการ อเมริกาศึกษาฯจุฬา)

ขจรปรีย์ ภู่งามา

รูปคอลัมนิสต์ มุมมองบ้านสามย่าน

มุมมองบ้านสามย่าน

รูปคอลัมนิสต์ เรือรบ  เมืองมั่น

เรือรบ เมืองมั่น

รูปคอลัมนิสต์ อักษรศรี  พานิชสาส์น

อักษรศรี พานิชสาส์น

รูปคอลัมนิสต์ ดร.อาภรณ์ ชีวะเกรียงไกร

ดร.อาภรณ์ ชีวะเกรียงไกร

รูปคอลัมนิสต์ สมชาย  ปรีชาศิลปกุล

สมชาย ปรีชาศิลปกุล

รูปคอลัมนิสต์ สกว.ชวนคิด

สกว.ชวนคิด

รูปคอลัมนิสต์ ไสว  บุญมา

ไสว บุญมา

รูปคอลัมนิสต์ อนุสรณ์  ธรรมใจ

อนุสรณ์ ธรรมใจ

รูปคอลัมนิสต์ ทัศนีย์ บุนนาค

ทัศนีย์ บุนนาค

รูปคอลัมนิสต์ สุกัญญา หาญตระกูล

สุกัญญา หาญตระกูล

รูปคอลัมนิสต์ หน้าต่างความคิด (เกรียติอนันต์  ล้วนแก้ว)

หน้าต่างความคิด

รูปคอลัมนิสต์ อรรถจักร์  สัตยานุรักษ์

อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์

รูปคอลัมนิสต์ กฎหมายเศรษฐกิจ

กฎหมายเศรษฐกิจ

ทัศนะวิจารณ์

คิดใหม่ วันอาทิตย์
2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 05:00:00
"ความจริงพรุ่งนี้"ของประเทศไทย"มหาวิกฤติเศรษฐกิจ" ถาโถม

ทอร์นาโดทางเศรษฐกิจได้เคลื่อนขึ้นฝั่งด้วยความเร็วและแรงที่สุดในรอบ 100 ปีที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : แล้วส่งผลไปถึงยุโรปและหางเลขเริ่มรับรู้ในเอเชียกับประเทศไทยที่แบงก์ชาติได้แถลงตัวเลขเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 ที่ชัดเจนว่าชะลอตัวลงทุกด้าน และจะฟาดหัวฟาดหางรุนแรงในครึ่งปีแรกปีหน้า

"ความจริงพรุ่งนี้" ของประเทศไทย จึงแทบไม่มีใครเหลือความหวังใดๆ ว่า ประเทศไทยจะรอดพ้นจากภัยพิบัติ "มหาวิกฤติเศรษฐกิจ" จากพี่เบิ้มมหาอำนาจสหรัฐอเมริกาไปได้อย่างไร เหลือเพียงแค่ "พูดปลอบใจ" กันเองว่าประเทศไทยเจอวิกฤติเศรษฐกิจร้ายแรงปี 2540 มาแล้ว ทำให้นักธุรกิจไทยและคนไทยส่วนใหญ่ไม่สร้างหนี้เกินตัว และไม่มีเงินขยายกิจการจนเกินกำลัง อยู่อย่างเจียมตัวพอเพียงมานานแล้ว

ตลกร้ายไปกว่านั้น ก็คือ การเมืองบ้านเราปั่นป่วนวิกฤติยุ่งเหยิงวุ่นวายสุดๆ มาร่วม 3 ปีแล้ว ทำให้นักธุรกิจระวังตัวในการขยายกิจการ วางแผนแบบวันต่อวันและสัปดาห์ต่อสัปดาห์

ส่วนใหญ่จึงนั่งปลอบใจตัวเองกันเองปลงๆ ว่า เอาเถอะวิกฤติการเงินสหรัฐจะร้ายแรงแค่ไหน  คงจะไม่ระคายผิวพวกเรามากนัก เพราะประเทศเราไม่เหลืออะไรจะให้สูญเสียอีกแล้ว 

ท่ามกลางการยอมรับ "ความจริงวานนี้และวันนี้" ของประเทศไทย ที่พัฒนาไปสู่ "ภาวะอนาธิปไตย" (anarchy) อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว มองไม่เห็นอนาคตว่าประเทศไทยจะกลับคืนสู่สภาพปกติได้อย่างไร และเมื่อไร

Ungovern : แม้ว่าบ้านเมืองของเรา จะมีรัฐบาล "สมชาย วงศ์สวัสดิ์" ที่มาจากการเลือกตั้ง แต่กลับปกครองประเทศไม่ได้ ไม่มีใครเชื่อฟังคำสั่งและไม่มีใครนับหน้าถือตาว่า เป็นรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มในการบริหารประเทศ เพราะเริ่มด้วยภาวะขาดความชอบธรรมในการเข้ามาภายใต้ "ร่างทรง" อดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่มีสถานะเป็น "นักโทษชาย" ที่หนีคำสั่งศาลจำคุก 2 ปี ไปต่างประเทศ

คุณสมชายกล้าปฏิเสธหรือไม่ว่าไม่เคยโทรศัพท์ทางไกลข้ามประเทศไปหา หรือรับโทรศัพท์ทางไกลจากอดีตนายกฯ ทักษิณ เมื่อถูกกดดันให้ตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ อาทิเช่น การเลือกคนมาเป็นรัฐมนตรี การสลายผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อเช้าวันที่ 7 ตุลาคม ฯลฯ  เพราะเรื่องนี้ทำให้คุณสมชายกลายเป็นนายกฯ ที่ไม่มีใครนับหน้าถือตาและเชื่อฟัง จนรัฐบาลสมชายอยู่ในสภาพไม่สามารถปกครองบ้านเมืองนี้ได้

คุณสมชายถือเสื้อขาว "ยุติความรุนแรง" ของเครือข่ายสานเสวนา อย่างไม่รู้ความหมายและยังไม่รู้ตัวเองว่ามือนั้นเปื้อนเลือด ยังไม่ได้แสดงความรับผิดชอบทางการเมืองจากการทำร้ายประชาชนจนเสียชีวิต 2 คน และบาดเจ็บกว่า 400 คน ตลอดวันที่ 7 ตุลาคม 

ระบบรัฐสภาที่เป็นกลไกสำคัญในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย กลับทำงานไม่ได้เช่นกัน

ฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดียวอย่างพรรคประชาธิปัตย์ ทำได้แค่ตั้งกระทู้และบอยคอตประชุม

ส.ส.รัฐบาล 6 พรรคก็ทำหน้าที่แค่ "ฝักถั่ว" ยกมือตามพิธีกรรม ที่ไม่ได้สนใจไยดีว่านอกห้องประชุมจะเกิดเหตุตำรวจทำร้ายประชาชน

วุฒิสภา "อกแตก" จาก ส.ว.แต่งตั้งกับเลือกตั้งจากทุกจังหวัด กลายสภาพเป็น "สภาสามก๊ก"

ผู้พิพากษาในกระบวนการยุติธรรมถูกข่มขู่จากการขว้างระเบิดเข้าไปในบ้าน โดยรัฐบาลไม่ได้แสดงอาการกระตือรือร้น ในการให้หลักประกันความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

Unworkable Government : มิหนำซ้ำนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ยังเป็น "ผู้นำห่วยแตก" ที่สุด ขาดภาวะความผู้นำโดยสิ้นเชิง ไร้ความสามารถในการบริหารประเทศ "คนดี-คนเก่ง" ในประเทศนี้ที่มีอยู่มากมาย จึงไม่อยาก "เปลืองตัว" เข้ามาช่วยรัฐบาลทำงานบริหารประเทศ

รัฐบาลสมชาย 1 จึงเป็นรัฐบาลที่เต็มไปด้วยรัฐมนตรีมาตรฐานต่ำสุดๆ  มิเช่นนั้น คงไม่เกิดเหตุการณ์ "วิ่งราว" ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยมหาดไทยกันอย่างหน้าด้านๆ

อธิการบดีมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน เกินกว่าครึ่งหนึ่ง ไม่ยอมเข้าร่วมประชุมสังฆกรรมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา ที่ยังไม่สามารถสลัดภาพ "บ๋อย" ของศรีภรรยาอดีตนายกฯ ทักษิณได้

ข้าราชการแบงก์ชาติ แสดงการไม่ยอมรับความสามารถของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ถือทฤษฎีการบริหารการเงินและการคลังของประเทศคนละเล่ม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ บอกนักข่าวเสียงอ่อยๆ ว่า ในขณะนี้ ยังไม่มีออเดอร์ข้าวจากต่างประเทศเข้ามาเลย ทำให้รัฐบาลไทยจะต้องยอมขายข้าวในราคาต่ำเท่ากับรัฐบาลเวียดนามที่ตัดราคาขายข้าว

Uncontrol mass : กลุ่มเสื้อเหลืองกับกลุ่มเสื้อแดง กลายสภาพเป็น "ฝูงชน" ที่ไม่ยอมรับฟังความเห็นซึ่งกันและกัน ความคิดเห็นแตกต่างกลายเป็น "ความแตกแยก" จะต้องเข่นฆ่ากันให้ตายไปข้างหนึ่ง

กลุ่มเสื้อเหลืองในนาม "กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" อ้างความชอบธรรมในการชุมนุมยืดเยื้อและยึดทำเนียบรัฐบาล เพื่อเป็นสัญลักษณ์ขับไล่รัฐบาลสมชาย ที่เป็น รัฐบาลชั่วช้าสามานย์ที่เป็น "ร่างทรง" อดีตนายกฯ ทักษิณ ที่โกงกินบ้านเมืองและหนีคำพิพากษาจำคุก อ้างการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ไม่เหลือใครในประเทศนี้ทำหน้าที่อีกแล้ว

อาวุธสำคัญ คือ สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ASTV ที่มีประสิทธิภาพในการกระจายข่าวเข้าถึงชุมนุม และสร้างเครือข่าย "พันธมิตรเสื้อเหลือง" ซึ่งมีอาวุธประจำกาย "มือตบ" สำหรับแสดงอิทธิฤทธิ์อ้าง "อารยะขัดขืน" ไล่ตบนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ส.ส.พรรคพลังประชาชน จนหนีกระเจิงไปหลายครั้ง ทำให้ไม่กล้าไปตรวจงาน หรือปรากฏตัวในที่สาธารณะ

กลุ่มเสื้อแดงในนาม "กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ" อ้างความชอบธรรม "แบบยืนกระต่ายขาเดียว" ในการปกป้องรัฐบาลสมชายที่มาจากการเลือกตั้ง เทิดทูนอดีตนายกฯ ทักษิณ โดยปิดตามองไม่เห็น "ด้านมืด" สถานะ "ผู้ร้ายหนีคดีโกงชาติ" และลบหลู่สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่เป็นประจำผ่านเว็บไซต์กับใบปลิวข่าวลือทั่วไปหมด

อาวุธสำคัญ คือ "เงิน" จากอดีตนายกฯ ทักษิณ ที่ยังทุ่มไม่อั้นเพื่อตอบโต้ "เสื้อเหลือง"   โดยใช้กระบอกเสียงจากรายการ "ความจริงวันนี้" ทางช่อง 11 กับเครือข่ายสื่อมวลชนสังกัดเพื่อนเนวิน และสายตรงจันทร์ส่องหล้า

ตีนตบ" ถูกออกแบบมาตอบโต้ "มือตบ"  แล้วไล่ถีบใครก็ตามที่ใส่เสื้อเหลืองและนิยมความรุนแรง ทำร้ายร่างกายกลุ่มพันธมิตรเป็นระยะๆ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนมองเฉยๆ ไม่เคยห้ามปราบป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรง

มองอย่างรอบด้านด้วยความเป็นกลางที่ "เลือกข้าง" ความถูกต้อง ค่อนข้างเป็นห่วงว่า "ความจริงพรุ่งนี้" ของประเทศไทยจะยิ่งตีบตัน และห่างไกลจากทางออกจากวิกฤติอย่างสันติ   ซึ่งชัดเจนว่า "ทักษิณ" เป็นแกนกลางปัญหาของแผ่นดิน ที่จะต้องหาทางเอาตัวมาลงโทษจำคุก

หากแกนนำคนสำคัญของกลุ่มพันธมิตร "สนธิ ลิ้มทองกุล" ยังเต็มไปด้วย "อัตตา" สถาปนาตัวเองประหนึ่ง "ศาสดา" แห่งความถูกต้องแต่เพียงผู้เดียวใน "ประเทศของเรา" 

แกนนำหลายคนยัง "คับแคบ" ติด "กับดัก "ตัวเอง "ปิดตา" หลงอยู่กับแนวทางเดียว คือ ชุมนุมยึดทำเนียบที่เป็นสัญลักษณ์ แต่กลับไม่มีความหมายใดๆ ในเชิงรุก หากไม่ยอมปรับยุทธวิธี (ในขณะที่ นปก.เริ่มปรับตัว Re-branding รูปแบบ เพื่อทำให้ชนชั้นกลางยอมรับขึ้น) เพื่อขยายแนวร่วมที่มองเห็น "ปัญหาของแผ่นดิน" แบบเดียวกัน เพียงแค่พวกเขาไม่ให้ท้าย-ไม่ยอมรับรูปแบบชุมนุมยึดทำเนียบ

อย่างกรณี "เครือข่ายเสวนาสานสันติ" อันประกอบไปด้วย องค์กรต่างๆ กว่า 100 แห่ง และผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่มีความเป็นห่วงอนาคตของบ้านเมือง ออกมาเสนอแนะหาทางออกจากวิกฤติ ด้วยการเริ่มจาก "สานเสวนา" เพื่อ "รับฟัง" อย่างมีสติ ว่า แต่ละฝ่ายที่ขัดแย้งกันจะมีวิธีการให้ประเทศออกจากวิกฤติได้อย่างไร

กลับกลายเป็น "ทะลึ่ง-แส่ไม่เข้าเรื่องถึงขั้นหนักข้อผลักไส "เครือข่ายสานเสวนา" ที่ส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นกัลยาณมิตรกับพันธมิตรและผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองให้เข้าไปอยู่ฝั่ง "ทักษิณ" และป้ายสีว่าทำไมไม่ออกมาปกป้องสถาบันรูปแบบเดียวกับพันธมิตร

"อารยะขัดขืน" (civil disobedience) จึงถูกเอ่ยอ้างอย่างผิดๆ อยู่เป็นประจำ จนกลายเป็นว่าการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่คิดว่าไม่ถูกต้องหรือชุมนุมยึดทำเนียบที่เป็นสถานที่ราชการถือเป็นสิทธิอันชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญ ด้วยการอ้างเหตุขับไล่รัฐบาลที่ไม่ชอบธรรม ถือเป็นความถูกต้องที่ไม่สนใจว่าผิดกฎหมายหรือไม่

แท้จริงแล้ว "อารยะขัดขืน" คือ การตั้งใจจะละเมิดกฎหมาย แต่จะต้องเต็มใจยอมรับการลงโทษทางกฎหมายจากการละเมิดกฎหมาย เพื่อสื่อสารกับสังคมการเมืองและสร้างแรงกดดันทางสังคมให้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงกฎหมาย หรือนโยบายที่ไม่ถูกต้อง

หลักสำคัญของ "อารยะขัดขืน" จะต้องกระทำด้วยการใช้ "สันติวิธี" ไม่ใช่พูดหรือกระทำด้วย "ความรุนแรง" จนสร้าง "ความหวาดกลัว" เกิดขึ้นสังคม อาทิเช่น ไม่มีใครกล้าแสดงความเห็นต่าง ไม่มีใครกล้าเสนอทางออกอย่างสันติ ฯลฯ

"ความจริงวานนี้" ของทักษิณ คือ ความชั่วช้าสามานย์ที่ปรากฏออกมาใน "ความจริงวันนี้"  แต่ "ความจริงพรุ่งนี้" ของประเทศไทย คือ เมื่อเราอยู่ก้นบึ้งของความมืดมิด ที่มี "มหาวิกฤติเศรษฐกิจ" กำลังถาโถมเข้ามา

แล้วทำไม จึงไม่ยอม "สานเสวนา" ลอง "ฟัง" ก่อนอย่างมี "สติ" เพื่อช่วยกันหาทางออกจากวิกฤติ ซึ่งแน่นอนว่า ไม่ใช่การ "สมยอม" กับการทำผิดกฎหมาย การทำร้ายประชาชน การทุจริตคดโกงประเทศ และใครก็ตามที่ทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์

ใครกระทำความผิดเช่นนั้นจะต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย ซึ่งกระบวนการยุติธรรมกำลังเดินหน้าไปอย่างมั่นคงท่ามกลางการข่มขู่ ไม่ว่าจะสวม "เสื้อสีแดง" หรือเสื้อสีเหลือง หรืออำพรางตัวเองไม่แสดงสีเสื้อก็ตาม

(อ่านข้อเขียนย้อนหลังและแสดงความคิดเห็นตลอด 24 ชั่วโมง ทาง www.oknation.net/blog/adisak)

  

      

   


ส่งต่อให้ผู้อื่น พิมพ์ข่าวหน้านี้ บันทึกข่าวลงเครื่อง


Error : CAN NOT CONNECT HOST : 192.168.52.42Error : "select CommentID, NewsID, CreateDate, Names, Email, Comment,RemoteAddress From TKTComment Where NewsID=308200 and DelStatus<=3 order by CommentID DESC" IS DEAD
: