bangkokbiznews

BizBook | TOP1000 | Nation E-Commerce | Nation E-Job | Market at Nation | เกี่ยวกับเรา


Lastestnews

Topics

ดัชนี KOSPI หุ้นเกาหลีใต้ ปิดตลาด 1,799.13 บวก 16.67 จุด --- ดัชนีนิกเกอิ หุ้นโตเกียว ปิดตลาด 8,633.89 บวก 22.58 จุด --- ดัชนีหั่งเส็ง ตลาดหุ้นฮ่องกง ปิดตลาดภาคเช้า 18,932.59 ลบ -19.26 จุด --- (เวลา11.09น.)ทองคำแท่งซื้อ23,600ขาย23,700บ./ทองรูปพรรณซื้อ23,255.44ขาย24,100บ. --- ตลาดเงินโตเกียว ยูโร/ดอลลาร์ ซื้อขายที่ 1.2810 --- ตลาดทองฮ่องกง (เช้า) ซื้อขายที่ 1,596.50 ดอลลาร์/ออนซ์ --- ตลาดเงินโตเกียว ดอลลาร์/เยน ซื้อขายที่ 79.14 --- ตลาดเงินโตเกียว ยูโร/เยน ซื้อขายที่ 101.40 --- ดัชนีคอมโพสิต หุ้นมาเลเซีย เปิดตลาด 1,533.17 บวก 0.71 จุด --- ดัชนีสเตรทไทม์ หุ้นสิงคโปร์ เปิดตลาด 2,776.79 ลบ -2.31 จุด ---

ไอที-นวัตกรรม : วิทยาศาสตร์

  • รายละเอียดข่าว

"กลอย" หน้าฝนมีพิษมากควรหลีกเลี่ยงให้ไกล


:

กลอยนึ่งคลุกมะพร้าวอ่อน กลอยทอดสีเหลืองกรอบ เป็นอาหารว่างที่หาซื้อได้ไม่ยากแถมยังมีรสชาติอร่อยและราคาไม่แพง แต่ก็มีอันตรายที่คาดไม่ถึง

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : ศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย สวทช.

ดร.เฉลิมพล เกิดมณี   หัวหน้าห้องปฏิบัติการสรีระวิทยาและชีวเคมีด้านพืช ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ สวทช. กล่าวว่า ในหัวกลอยมีแป้งมากและมีสารพิษที่ชื่อว่า ไดออสคอรีน ( Dioscorine)

พิษชนิดนี้จะมีฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งประสาทส่วนกลางมีผลต่อการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 คือ ตา หู จมูก ลิ้น   การสัมผัสทางกาย

ดังนั้นคนที่รับประทานกลอยที่มีสารพิษเข้าไปจึงมักมีอาการ คันที่ปาก ลิ้น คอ คลื่นไส้ อาเจียน และเมื่อประสาทส่วนกลางบีบหัวใจทำให้เกิดอาการ มึนเมา วิงเวียน   ใจสั่น ตาพร่า อึดอัด และเป็นลมได้ในที่สุด ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับพิษจะมีอาการรุนแรงไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับปริมาณสารพิษ   ความต้านทานของแต่ละคน

มีรายงานการศึกษาพบว่าปริมาณสารพิษของหัวกลอยในแต่ละฤดูกาลจะแตกต่างกัน มีการศึกษาพบว่ากลอยจะมีพิษมากในช่วงที่กลอยออกดอก คือช่วงหน้าฝนประมาณเดือนสิงหาคม – ตุลาคม และจะลดลงเมื่อกลอยเริ่มลงหัวในช่วงฤดูร้อนประมาณเดือนเมษายน 

แม้หัวกลอยจะมีพิษ แต่ก็มีการนำหัวกลอยมาใช้เป็นอาหาร อาทิ ใช้นึ่งกับข้าวเหนียว ทำแกงบวด หรือทอด คล้ายถั่วลิสงชุบแป้งทอด   เป็นต้น   เนื่องด้วยสารไดออสคอรีนเป็นสารพิษที่สามารถละลายน้ำได้ดี   ดังนั้นหากเอาน้ำละลายสารพิษออกมาได้หมดก็สามารถรับประทานได้ 

คนสมัยก่อนมีวิธีการล้างพิษกลอยด้วยการฝานหัวกลอยเป็นชิ้นบางๆแล้วนำมาแช่น้ำไหล เช่น ในลำธาร ซึ่งต้องใช้เวลาชะล้างสารพิษนานไม่ต่ำกว่า 7 วัน หรืออีกวิธีหนึ่งคือนำไปแช่ในน้ำเกลือเข้มข้น โดยเกลือจะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนสารไดออสคอรีนในแผ่นกลอยได้เร็วขึ้น แต่ต้องถ่ายน้ำทิ้งหลายๆ ครั้ง   และใช้เวลาแช่ไม่ต่ำกว่า 3 วัน

แม้กระนั้นทุกวันนี้ก็ยังไม่มีวิธีการใดที่บอกได้แน่ชัดว่ากลอยหมดพิษหรือไม่ด้วยการสังเกตจากลักษณะภายนอก ดังนั้น การแช่น้ำไว้หลายวัน หรือการตั้งข้อสังเกตตามคนส่วนใหญ่ที่เชื่อว่าการล้างกลอยไปเรื่อยๆจนกว่าเมือกที่ผิวกลอยจะหมดนั้น ก็ไม่ใช่สิ่งที่ยืนยันได้ 100 % ว่าจะไม่มีพิษเหลือยู่อีกแล้ว เพราะสารพิษที่ยังอยู่ภายในเนื้อกลอยอาจยังไม่ซึมออกมาข้างนอกไม่หมดก็เป็นได้

อย่างไรก็ดีปัจจุบันเรายังไม่มีระบบการตรวจสอบสารไดออสคอรีนในกลอยก่อนออกจำหน่ายแก่ผู้บริโภค ดังนั้นสิ่งที่ประชาชนพึงระวังคือไม่ควรรับประทานกลอยในช่วงฤดูฝน และหันมารับประทานในช่วงฤดูร้อนซึ่งจะปลอดภัยกว่า และควรบริโภคจากผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือได้ มีการแจ้งแหล่งผลิตชัดเจน ตรวจสอบได้ ที่สำคัญหากรับประทานแล้วเกิดอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์ทันที  

นอกจากนี้แนะนำว่าไม่ควรให้เด็กรับประทานกลอยจะดีที่สุด เนื่องจากเด็กมีน้ำหนักตัวน้อย สารพิษกระจายตัวในร่ายกายเร็วกว่าผู้ใหญ่ อีกทั้งเวลาที่เกิดอาการข้างเคียงเด็กจะไม่เข้าใจ หรือสงสัย และด้วยรสชาติกลอยที่มีรสมันเหมือนกินถั่ว ทำให้รู้ตัวเมื่อแสดงอาการมากแล้ว จึงค่อนข้างอันตรายสำหรับเด็ก 


ส่งต่อให้ผู้อื่น พิมพ์ข่าวหน้านี้ บันทึกข่าวลงเครื่อง

Hot News Services

3 Hot News Services

advertisement

ข่าวที่เกี่ยวข้อง


Error : CAN NOT CONNECT HOST : 192.168.52.42Error : "SELECT company_id , company_name_t from TBRanknewtop1000 order by rank_2006 asc limit 10 " IS DEAD
:

advertisement