1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 22:22:00
"กลอย" หน้าฝนมีพิษมากควรหลีกเลี่ยงให้ไกล
กลอยนึ่งคลุกมะพร้าวอ่อน กลอยทอดสีเหลืองกรอบ เป็นอาหารว่างที่หาซื้อได้ไม่ยากแถมยังมีรสชาติอร่อยและราคาไม่แพง แต่ก็มีอันตรายที่คาดไม่ถึง
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : ศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย สวทช.
ดร.เฉลิมพล เกิดมณี หัวหน้าห้องปฏิบัติการสรีระวิทยาและชีวเคมีด้านพืช ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ สวทช. กล่าวว่า ในหัวกลอยมีแป้งมากและมีสารพิษที่ชื่อว่า ไดออสคอรีน ( Dioscorine)
พิษชนิดนี้จะมีฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งประสาทส่วนกลางมีผลต่อการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 คือ ตา หู จมูก ลิ้น การสัมผัสทางกาย
ดังนั้นคนที่รับประทานกลอยที่มีสารพิษเข้าไปจึงมักมีอาการ คันที่ปาก ลิ้น คอ คลื่นไส้ อาเจียน และเมื่อประสาทส่วนกลางบีบหัวใจทำให้เกิดอาการ มึนเมา วิงเวียน ใจสั่น ตาพร่า อึดอัด และเป็นลมได้ในที่สุด ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับพิษจะมีอาการรุนแรงไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับปริมาณสารพิษ ความต้านทานของแต่ละคน
มีรายงานการศึกษาพบว่าปริมาณสารพิษของหัวกลอยในแต่ละฤดูกาลจะแตกต่างกัน มีการศึกษาพบว่ากลอยจะมีพิษมากในช่วงที่กลอยออกดอก คือช่วงหน้าฝนประมาณเดือนสิงหาคม ตุลาคม และจะลดลงเมื่อกลอยเริ่มลงหัวในช่วงฤดูร้อนประมาณเดือนเมษายน
แม้หัวกลอยจะมีพิษ แต่ก็มีการนำหัวกลอยมาใช้เป็นอาหาร อาทิ ใช้นึ่งกับข้าวเหนียว ทำแกงบวด หรือทอด คล้ายถั่วลิสงชุบแป้งทอด เป็นต้น เนื่องด้วยสารไดออสคอรีนเป็นสารพิษที่สามารถละลายน้ำได้ดี ดังนั้นหากเอาน้ำละลายสารพิษออกมาได้หมดก็สามารถรับประทานได้
คนสมัยก่อนมีวิธีการล้างพิษกลอยด้วยการฝานหัวกลอยเป็นชิ้นบางๆแล้วนำมาแช่น้ำไหล เช่น ในลำธาร ซึ่งต้องใช้เวลาชะล้างสารพิษนานไม่ต่ำกว่า 7 วัน หรืออีกวิธีหนึ่งคือนำไปแช่ในน้ำเกลือเข้มข้น โดยเกลือจะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนสารไดออสคอรีนในแผ่นกลอยได้เร็วขึ้น แต่ต้องถ่ายน้ำทิ้งหลายๆ ครั้ง และใช้เวลาแช่ไม่ต่ำกว่า 3 วัน
แม้กระนั้นทุกวันนี้ก็ยังไม่มีวิธีการใดที่บอกได้แน่ชัดว่ากลอยหมดพิษหรือไม่ด้วยการสังเกตจากลักษณะภายนอก ดังนั้น การแช่น้ำไว้หลายวัน หรือการตั้งข้อสังเกตตามคนส่วนใหญ่ที่เชื่อว่าการล้างกลอยไปเรื่อยๆจนกว่าเมือกที่ผิวกลอยจะหมดนั้น ก็ไม่ใช่สิ่งที่ยืนยันได้ 100 % ว่าจะไม่มีพิษเหลือยู่อีกแล้ว เพราะสารพิษที่ยังอยู่ภายในเนื้อกลอยอาจยังไม่ซึมออกมาข้างนอกไม่หมดก็เป็นได้
อย่างไรก็ดีปัจจุบันเรายังไม่มีระบบการตรวจสอบสารไดออสคอรีนในกลอยก่อนออกจำหน่ายแก่ผู้บริโภค ดังนั้นสิ่งที่ประชาชนพึงระวังคือไม่ควรรับประทานกลอยในช่วงฤดูฝน และหันมารับประทานในช่วงฤดูร้อนซึ่งจะปลอดภัยกว่า และควรบริโภคจากผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือได้ มีการแจ้งแหล่งผลิตชัดเจน ตรวจสอบได้ ที่สำคัญหากรับประทานแล้วเกิดอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์ทันที
นอกจากนี้แนะนำว่าไม่ควรให้เด็กรับประทานกลอยจะดีที่สุด เนื่องจากเด็กมีน้ำหนักตัวน้อย สารพิษกระจายตัวในร่ายกายเร็วกว่าผู้ใหญ่ อีกทั้งเวลาที่เกิดอาการข้างเคียงเด็กจะไม่เข้าใจ หรือสงสัย และด้วยรสชาติกลอยที่มีรสมันเหมือนกินถั่ว ทำให้รู้ตัวเมื่อแสดงอาการมากแล้ว จึงค่อนข้างอันตรายสำหรับเด็ก
|
|
|
advertisement

advertisement