เป็นธรรมดาที่คลื่นลูกใหม่ย่อมแรงกว่าคลื่นลูกเก่า โทรเลขก็ต้องยอมยกธงขาวให้กับเอสเอ็มเอส โทรศัพท์มือถือและเอ็มเอสเอ็น เช่นเดียวกับคนที่รู้รหัสมอร์สที่ยังเหลืออยู่เพียงไม่กี่คน กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : คณิสสร ต้องทรัพย์ รู้อยู่แล้วว่า คงต้องถึงวันนี้สักวัน หลังจากมีข่าวกระเซ็นกระสายมาพักหนึ่งแล้วว่า การสื่อสารแห่งประเทศไทยจะยกเลิกบริการโทรเลขที่ส่งเสียงเคาะ "แต๊ก แต๊ก" มานานถึง 133 ปี
แต่เจ้าหน้าที่โทรเลข ประจำไปรษณีย์กลาง บางรัก คนนี้ยังอดบ่นเสียดายไม่ได้
 |
โทรเลข หรือชาวบ้านยุคก่อนเรียกกันว่า "ตะแล๊บแก๊ป" ซึ่งเพี้ยนมาจาก Telegraph ในภาษาอังกฤษ เป็นเครื่องมือสื่อสารยุคแรกของประเทศไทยสมัยที่คนไทยยังไม่รู้คำว่า SMS และ MSN
โทรเลขเป็นความผูกพัน และเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผม เสน่ห์ของมันอยู่ที่ความคลาสสิก ทักษะการเคาะรหัสมอร์สในยุคต้นของการส่งโทรเลขระยะแรก ที่ต้องได้รับการฝึกฝนให้มีความแม่นยำ ถ่ายทอดมาเป็นรุ่นสู่รุ่น เจ้าหน้าที่โทรเลขรุ่นเดอะ กล่าว
เขาเล่าว่า ยุคเฟื่องฟูที่สุดของโทรเลข คงต้องยกให้กับยุค 60 ที่วัยรุ่นมักจะส่งข้อความถึงกัน เป็นเรื่องความรักระหว่างหนุ่มสาว มีโทรเลขจำนวนมากที่ส่งไปถึงผู้รับในวันวาเลนไทน์ ซึ่งยอดการส่งโทรเลขสูงสุดถึง 1 แสนฉบับต่อวัน
 |
คณิสสร ต้องทรัพย์
|
แม้จะเทียบไม่ได้กับเอสเอ็มเอสและอีการ์ดที่ส่งให้กันในยุคอินเทอร์เน็ตเฟื่องฟูอย่างน้อยสะท้อน ให้เห็นว่าหนุ่มสาวยุคก่อนก็ฮิตส่ง "เอสเอ็มเอส" ตามแบบฉบับของพวกเขาเหมือนกัน
อย่างไรก็ดี จำนวนผู้ใช้บริการโทรเลขลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วง 4-5 ปีหลัง สถิติไปรษณีย์กลางบันทึกไว้อยู่ที่ 8,000 ฉบับต่อเดือน หรือประมาณ 330 ฉบับต่อวัน ส่งผลให้ไปรษณีย์จำเป็นต้องลดจำนวนเจ้าหน้าที่ให้บริการลงจากเดิม 300 คน เหลือเพียง 25 คน
"ผู้ใช้บริการโทรเลขส่วนใหญ่ตอนนี้มักเป็นข้อความทวงหนี้จากผู้ให้บริการบัตรเครดิต ที่ต้องการหลักฐานยืนยันการชำระหนี้ล่าช้าเพื่อฟ้องศาล ส่วนข้อความอื่นๆ จะเป็นข้อความประเภททั่วไป" คณิสสร บอกสถานการณ์
 |
โทรเลขเป็นช่องทางการสื่อสารของคนทั่วไป สำนักพระราชวังก็ใช้โทรเลขเป็นช่องทางสื่อราชสาร เช่น ส่งข้อความแสดงความยินดีกับราชวงศ์ในประเทศอื่น
ขณะที่ประชาชนทั่วไปต้องการส่งโทรเลขส่งก็สามารถกรอกแบบฟอร์มเขียนข้อความที่ต้องการลงไป อัตราค่าบริการนำส่งสำหรับโทรเลขธรรมดา อยู่ที่คำละ 1 บาท หากต้องการส่งแบบด่วนมาก ราคาค่าบริการจะอยู่ที่คำละ 2 บาท เท่านั้น ซึ่งจะว่าไปยังสูงกว่าส่งเอสเอ็มเอสผ่านมือถือ
คณิสสรบอกว่า โทรเลข เป็นช่องทางสื่อสารสำหรับชาวบ้านที่อยู่ห่างไกล ต่างถิ่น เจ้าหน้าที่ส่งข้อความเองก็มักเจอกับข้อความแปลกๆ อยู่เสมอ
 |
เช่น มาแล้วไม่ต้องมา' และ ไม่มาให้มาด่วน กลายเป็นเรื่องขบขันและมานั่งคิดกันว่าผู้ส่งต้องการสื่อสารความหมายอะไรไปถึงผู้รับ
ข้อความลักษณะนี้ส่งมาบ่อย จนเจ้าหน้าที่โทรเลขเริ่มสรุปได้ว่าเป็นข้อความที่ฝ่ายหญิงส่งให้ฝ่ายชายเพื่อนัดแนะอะไรบางอย่างที่รู้กันเพียง 2 คน
เจ้าหน้าที่มักมีอารมณ์ร่วมกับข้อความที่ส่งผ่านโทรเลขอยู่เสมอ บางครั้งก็แอบอมยิ้มกับข้อความยินดี เช่น โทรเลขแจ้งลูกเกิด ได้งานใหม่ เรียนจบ หรือสอบผ่าน
 |
โทรเลขอายุ 157 ปี
|
ส่วนข้อความแสดงความเสียใจ เช่น ญาติเสีย เจ้าหน้าที่ทุกคนจะมีสัญชาตญาณ พร้อมจะนำส่งข้อความถึงมือผู้รับให้เร็วที่สุด เขากล่าว
ปกติเจ้าหน้าที่โทรเลขจะนำโทรเลขจากจุดรับฝากโทรเลข ไปส่งที่ศูนย์บริการรับส่งวันละ 4-5 รอบ โดยให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง แต่เอาเข้าจริงรอบสุดท้ายที่นำส่งจะอยู่ที่ 4-5 ทุ่ม เพราะหากนำส่งดึกกว่านั้นอาจได้รับแจ้งโทษฐานบุกรุกยามวิกาลได้
เอสเอ็มเอสยุคแรก
โทรเลข ถือกำเนิดในประเทศไทยตั้งแต่สมัย รัชกาลที่ 5 ในปี 2418 ภายใต้การดำเนินงานของรัฐบาล ที่ประเดิมตั้งเสาโทรเลขสายแรกจากกรุงเทพไปถึงสมุทรปราการ ก่อนที่จะขยายไปทั่วประเทศ
ทุกวันนี้จะสังเกตเห็นเสาสัญญาณโทรเลขอยู่ข้างเสาไฟ ตามทางหลวง เสาดังกล่าวมีไว้เพื่อส่งโทรเลขด้วยสัญญาณรหัสมอร์ส ซึ่งไทยเริ่มใช้มาประมาณ 100 ปี
การส่งโทรเลขด้วยรหัสมอร์ส จะส่งผ่านเครื่องส่งสัญญาณและเครื่องรับสัญญาณ ซึ่งตั้งอยู่ต่างที่กัน ข้อความที่ส่งจะถูกเคาะเป็นรหัสแล้วแปลงเป็นสัญญาณไฟฟ้าส่งไปยังเครื่องรับที่ปลายทางในรูปแบบเสียง แต๊ก แต๊ก ทำให้ข้อความที่ส่งผ่านระบบโทรเลขใช้เวลารวดเร็วเพียง 2 นาที
รูปแบบการส่งสัญญาณรหัสมอร์ส คือการเคาะรหัสสั้นยาวตามตัวอักษรโรมันที่กำหนด โดยผู้ส่งและผู้รับจำเป็นต้องเข้าใจรหัสและแปลงเสียงที่ได้ยินเป็นข้อความได้ทันท่วงที อย่างในภาพยนตร์คาวบอย ที่มักใช้นิ้วเคาะรหัสส่งสัญญาณระหว่างนักแสดงด้วยกันเอง นายเสน่ห์ แพ่งสภา ผู้จัดการฝ่ายไปรษณีย์นครหลวงใต้ แจงรหัสโทรเลข
สิ่งที่ทำให้รหัสมอร์สได้รับการยอมรับนั้น เป็นเพราะมีคนรู้รหัสนี้อยู่น้อย ในอดีตรหัสมอร์สมีไว้เพื่อสืบราชการลับในยุคสงคราม แต่มาระยะหลังระบบโทรเลขได้พัฒนาขึ้นจากรหัสมอร์ส มาเป็นเครื่องโทรพิมพ์ เพื่อรองรับสารสื่อสารที่มีจำนวนมากขึ้น และต้องการความรวดเร็ว
เสาโทรเลขถือกำเนิดในประเทศก่อนเสาไฟฟ้าเสียอีก เมื่อก่อนเสาโทรเลขสูงที่สุด จนคนโบราณมักเปรียบเปรยคนที่สูงมากๆ ว่า สูงเหมือนเสาโทรเลข แต่มาระยะหลังเริ่มมีเสาไฟฟ้าซึ่งสูงกว่ามาแทนที่ เสาโทรเลขจึงลดบทบาทลง เช่นเดียวกับคนที่รู้รหัสมอร์ส เขากล่าว
รหัสมอร์ส คิดค้นขึ้นโดย แซมมวล มอร์ส นักประดิษฐ์ชาวอังกฤษ ผู้พัฒนาเครื่องรับส่งโทรเลขคนแรก เมื่อปี 2378 จึงเป็นที่มาของ รหัสมอร์ส ที่ใช้สื่อสารในกิจการทางทหาร กิจการรถไฟ บอกระยะทางการเคลื่อนที่ของรถไฟก่อนถึงชานชาลา ตลอดจน กิจการไปรษณีย์โทรเลข
การส่งสัญญาณรหัสมอร์ส ถือเป็นอีกพัฒนาการหนึ่งที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้แทนการสื่อสารในยุคก่อน เช่น การตีเกราะเคาะไม้ ส่งสัญญาณควัน ใช้ม้าเร็ว หรือนกพิราบสื่อสาร
สำหรับการส่งโทรเลขจะต้องมีคนเคาะคันเคาะเพื่อส่งกระแสไฟฟ้าในรูปของสัญญาณสั้น-ยาวสลับกันไปสัญญาณนี้จะวิ่งไปตามสายโทรเลข เช่น การเคาะแบบ - - . สัญญาณไฟยาว ยาว สั้น ใช้แทนตัวอักษร ก - . - . ยาว สั้น ยาว สั้น ใช้แทนตัวอักษร ข ซึ่งเป็นรหัสมอร์สสากลที่รู้กันระหว่างผู้ส่งและผู้รับ
"สมัยก่อนพนักงานโทรเลขทุกคน จะต้องเรียนรู้รหัสมอร์ส ซึ่งเป็นวิชาหลักในโรงเรียนไปรษณีย์โทรเลข เจ้าหน้าที่โทรเลขบางคนที่มีความเชี่ยวชาญในการรับสัญญาณรหัสมอร์ส สามารถรับข้อความโทรเลขได้ครั้งละ 3-4 ฉบับ ก่อนที่จะส่งต่อพร้อมกันในครั้งเดียว หรือที่ศัพท์เจ้าหน้าที่โทรเลข เรียกว่า อมข้อความ
ก่อนส่งสัญญาณด้วยรหัสมอร์ส เจ้าหน้าที่จะตรวจทานความผิดพลาดของข้อความที่ต้องการส่ง แต่อาจเกิดความผิดพลาดขึ้นได้หากผู้รับไม่มีความชำนาญหรือตีความสัญญาณผิด
เช่น พระมหา เจ้าหน้าที่ส่งข้อความผิดพลาดเป็น พระหมา เมื่อโทรเลขพิมพ์ออกมาแล้วก็ไม่สามารถแก้ไขได้ ต้องส่งข้อความนั้นออกไปยังผู้รับซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้เมื่อข้อความถูกส่งไปแล้ว
บ๊ายบายโทรเลข
ในที่สุดโทรเลขถูกลดบทบาทลง เมื่อ อเล็กแซนเดอร์ เกรแฮมเบลล์ เกิดปิ๊งไอเดียประดิษฐ์โทรศัพท์ขึ้น การค้นพบของเบลล์สั่นสะเทือนวงการโทรเลขพอสมควร
เห็นได้ชัดเจนในยุคปัจจุบันที่ดูเหมือนว่าระบบโทรเลขจะต้องปิดตัวเองลงสิ้นเชิง เมื่อเทคโนโลยีสื่อสารผ่านเสียง ก้าวหน้าและเข้าถึงคนทุกพื้นที่ ทั่วโลก
โทรเลขในยุคแรกเฟื่องฟูมาก นับตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของการใช้รหัสมอร์ส มาถึงยุคที่ส่งโทรเลขด้วยเครื่องขนาดใหญ่ ที่เรียกว่า ไอ้โม่ง และเครื่องโทรพิมพ์ แบบกระดาษปรุแถบ จนกระทั่งเทคโนโลยีได้พัฒนาขึ้นจึงเปลี่ยนมาใช้ มาถึงโทรศัพท์แบบหมุน วิทยุโทรเลขตามลำดับ
ปัจจุบันการส่งโทรเลขเปลี่ยนมาใช้ระบบคอมพิวเตอร์ ส่งสัญญาณผ่านดาวเทียม และคลื่นไมโครเวฟแทน ซึ่งมีความรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น ขณะที่ผู้ใช้บริการลดลง
สาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนเลือกใช้บริการโทรเลขลดลงเพราะคนหันไปใช้เทคโนโลยีอื่นๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกได้มากกว่า เช่น ส่งข้อความผ่านโทรสาร หรือเครื่องแฟกซ์ โทรศัพท์มือถือ ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ที่เข้ามาแทนที่โทรเลข ทำให้ความต้องการใช้งานโทรเลขของประชาชนลดน้อยลง ผู้จัดการฝ่ายไปรษณีย์นครหลวงใต้ อธิบายเหตุผล
อีกเหตุผลที่ทำให้ไปรษณีย์ไทยต้องปิดบริการโทรเลขลงเป็นเพราะเครื่องมือใช้ต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน และไม่สามารถซ่อมแซมได้ เนื่องจากในหลายประเทศเลิกให้บริการ ไม่มีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ตลอดจะอะไหล่ที่ต้องการเปลี่ยนก็ขาดแคลนเช่นกัน
แม้บริการโทรเลขจะมีให้บริการในหลายประเทศ เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส อเมริกา แต่บางประเทศได้ยกเลิกบริการไปบ้างแล้ว ขณะที่บางประเทศรัฐบาลเปิดให้เอกชนเข้ามาลงทุนในกิจการโทรเลขแทน
เนื่องจากระบบโทรเลขเริ่มหมดความสำคัญลง เช่นเดียวกับประเทศไทยที่ล่าสุด บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) มีมติให้ระงับบริการโทรเลขที่มีมากว่า 100 ปี ลงตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป
บริการที่ทางไปรษณีย์จะนำมาทดแทนโทรเลข คือ ธนาณัติออนไลน์ หรือการส่งเงินพร้อมข้อความสั้นไปยังผู้รับ ซึ่งสะดวกรวดเร็วคล้ายกับการโอนเงินผ่านธนาคาร ตลอดจนบริการไปรษณีย์ด่วนพิเศษ หรือ EMS ถึงปลายทางไม่เกิน 2 วัน เจ้าหน้าที่กล่าว
ก่อนหน้านี้การรถไฟแห่งประเทศไทยได้ยกเลิกการใช้โทรเลขในกิจการรถไฟลงในปี พ.ศ. 2528 เหตุเพราะโทรเลขล้าสมัยและเปลี่ยนมาใช้ระบบโทรศัพท์ควบคุมการเดินรถ แทนเครื่องเคาะรหัสมอร์ส จนกระทั่งปัจจุบันใช้ระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมการเดินรถแทน
อย่างไรก็ตามในบางกรณีบริการโทรเลขที่เคยยกเลิกไปแล้ว ก็มีการทบทวนเพื่อกลับมาใช้ใหม่ เช่นในประเทศอังกฤษ ซึ่งเคยประกาศยกเลิกบริการโทรเลขมาประมาณ 20 ปี
แต่ก็ต้องกลับมาใช้อีกครั้งในยุคสงครามตะวันออกกลาง เนื่องจากระบบโทรเลขมีความแม่นยำ รวดเร็วและปลอดภัยจากปัญหาการดักฟัง
ก่อนที่บริการไปรษณีย์โทรเลขจะปิดตัวลง ไปรษณีย์กลางบางรักเตรียมจัดงานอำลาโทรเลข ระหว่างวันที่ 20-30 เมษายน ซึ่งเป็นช่วงอาทิตย์สุดท้ายของการให้บริการโทรเลข ก่อนที่จะปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 พฤษภาคม 2551
ไปรษณีย์กลางยังเตรียมจัดสาธิตส่งสัญญาณโทรเลขด้วยรหัสมอร์ส ตลอดจนนิทรรศการนำเสนอประวัติความเป็นมาของโทรเลขตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นอกจากไปรษณีย์กลางยังได้เชิญชวนประชาชนร่วมส่งโทรเลขเป็นที่ระลึกภายในงานนี้ด้วย
ใครที่ยังไม่เคยส่งโทรเลขไม่ควรพลาดงานเลี้ยงอำลานี้จุฑารัตน์ ทิพย์นำภา