ในชีวิตในวัยเด็ก หลายคนเคยมีประสบการณ์ได้เรียนรู้หลายอย่าง ถ้าไม่นับหมวดวิชาการแล้ว ด้านการฝีมือคงได้เคยสัมผัส สำหรับ จุฑา ต.สุวรรณ ผู้บริหารดาร์มา โยคะ บายสรีรารมย์ คุ้นเคยกับงานไหมพรมมาก่อนและกลายเป็นงานอดิเรกในปัจจุบัน
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : "เป็นวิชาที่เคยเรียนสมัยอยู่อัสสัมชัญ คอนแวนต์ ตั้งแต่เรียนจบออกมาก็ไม่เคยลงมืออีกเลย ช่วงสามปีที่ผ่านมานี้ ลองกับมาทำอีกเพราะเห็นว่าเดี๋ยวนี้รูปทรงของงานไหมพรมเปลี่ยนไปเยอะ มีบริษัทนำเข้าวัสดุหลากหลายที่สามารถนำมาประกอบเข้าด้วยกัน เช่น หูกระเป๋าที่ทำจากไม้หรือไม้ถักที่มีตัวเชื่อมให้เข้าหากัน ผิดกับเมื่อก่อนที่เรามักรู้สึกว่า งานไหมพรมทำอะไรได้ไม่กี่อย่าง
เวลาต่อมา ผลงานชิ้นแรกจึงปรากฏเป็นผ้าพันคอผืนโตสีขาวสลับกับสีเบท ใช้เวลาถักแค่สามวันก็สำเร็จ  |
"ตอนแรกคิดว่าวิธีการต่างๆ มันคงลืมไปหมด แต่พอเริ่มไปได้สักพัก รู้สึกแปลกใจมาว่าเอ๊ะ.... เรายังมีความรู้ทางด้านนี้อยู่ ถักไปถักมาก็เสร็จเป็นผืน แล้วใส่ไปที่ต่างๆ มีคนมาถามว่าซื้อที่ไหน พอตอบไปว่าถักเอง ยิ่งได้รับคำชมก็ยิ่งภูมิใจ" หลังจากนั้นก็มีผ้าพันคอผืนที่สอง สามตามออกมาเป็นคอลเลคชั่นต่างๆ "พอเจออากาศเย็น เวลาไปต่างประเทศหรือนั่งประชุมในห้องแอร์จะรู้สึกหนาวง่ายกว่าคนอื่น ฉะนั้นในกระเป๋าจะมีผ้าพันคอติดตัวตลอด เผื่อว่าวันไหนไม่อยากใส่เสื้อกันหนาว"  |
เมื่อมองถึงประโยชน์จากงานฝีมือในด้านการเป็นเครื่องแต่งกาย สร้างความอบอุ่นแก่ร่างกายแล้ว ยังสามารถใช้บรรจุสิ่งของได้อีกด้วย เช่น กระเป๋าใส่เอกสาร เพื่อให้สวยเข้าเซตกับผ้าพันคอ "ช่วงต้นของการถักก้นกระเป๋าต้องเลือกไหมที่มีความเหนียวและถักแบบแน่นหนาเพื่อรองรับน้ำหนักได้มาก อาจใส่ลูกเล่นลงไป เช่น สลับสีหรือถักตุ๊กตาตัวเล็กๆ ทำเป็นพวงกุญแจห้อยออกมาด้านนอกก็ดูเก๋ไปอีกแบบ ส่วนการเลือกสี ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน" ตั้งแต่นั้นมาเธอเที่ยวตระเวณหาไหมพรมแบบต่างๆ เตรียมไว้สำหรับสร้างสรรค์เป็นกล่องกระดาษทิชชู่วางบนโต๊ะอาหารหรือของขวัญตามเทศกาล แม้แต่ในวันที่อากาศร้อนอบอ้าว โดยช่วงปิดเทอมตั้งใจว่าจะพาเด็กๆ ไปเริงร่ารับแสงแดด ริมทะเลแถวกระบี่  |
"เด็กๆ ในกลุ่มส่วนใหญ่มีผมยาว แล้วเวลาอยู่ชายหาด ลมมักแรง ผมเผ้าดูรุงรัง ตัวเองกับพี่ที่ร้าน Big Knit (ร้านจำหน่ายไหมพรม) ก็เลยลงมือช่วยกันถักไหมพรมทำเป็นผ้าคาดผม ซึ่งมีประโยชน์อีกข้อหนึ่งคือ ใช้เป็นสัญลักษณ์ประจำกลุ่ม ไปไหนจะได้ไม่แตกแถวหลงทางกัน ผิดกับหน้าหนาวที่จะทำเป็นหมวกสีทึมๆ เศษไหมเหลือจากงานถักไม่ต้องทิ้ง บางทีกลุ่มหนึ่งอาจมีความยาวไม่มาก สามารถนำมาต่อเรียงกันแล้วทำเป็นซองใส่มือถือ เท่ากับเงินที่เสียไปไม่สูญเปล่า" เร็วๆ นี้เธอกำลังวุ่นกับการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นใหม่ เป็นผ้าห่มสีกากี ผ้าพันคอสีขาวเพื่อถวายพระอาจารย์ผู้สอนวิปัสสนาตามคำขอของคุณแม่ (ธีระวรรณ พิทยาธิคุณ) ผู้ศรัทธาในพระพุทธศาสนา "เดี๋ยวนี้ปริมกับปราย ลูกสาวสองคนหันมาถักไหมพรมเหมือนกัน เขามาบอกว่าอยากจะลองทำดูบ้างเพราะเห็นเวลาคุณแม่ว่างๆ ก็ถักไหมพรม ไปเที่ยวต่างจังหวัดหรือต่างประเทศก็พกไปทุกที่ ฟังอย่างนี้แล้วก็เลยแบ่งไหมเส้นโตๆ ที่มีอยู่ในตะกร้ามาให้ลองถักลายง่ายๆ ก่อน แป๊บเดียวก็เสร็จ หลังจากนั้นมา เขาก็แอบทำกระเป๋าใส่ของให้ ชื่นใจมาก ทุกวันนี้พกติดตัวไปตลอดใส่ของได้สารพัด" นอกจากความชื่นอกชื่นใจของผู้เป็นแม่ เมื่อกลายเป็นผู้รับของขวัญชิ้นพิเศษ งานไหมพรมยังสอนให้แม่ลูกมองเห็นถึงคุณค่าและความงาม "มันเป็นการสอนทางอ้อม คือ ถ้าเราใจร้อน มันบอกได้ทางผลงานดูได้จากเส้นใยที่ไม่เสมอกัน มีช่องเป็นรูโหว่ แต่ถ้าใจเย็นค่อยๆ สอดลงไปทีละเส้น ดึงไหมให้มีน้ำหนักเท่ากันผลงานออกจะออกมาสวย เด็กๆ ได้รู้จักการอดทน ส่วนตัวเองก็ได้เรื่องการฝึกสมาธิ จิตใจได้สงบนิ่ง" เกลียวมัดรวมกันเป็นหนึ่ง ผสมผสานความรัก ความปรารถนาดีลงไปจนกลายเป็นผืนผ้าให้คุณค่านานาประการปริยา เหล่าวิวัฒน์