วันเสาร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2551
นักวิจัยรวมพลังดัน"ยามังคุด"สู่ตลาดโลก

20 นักวิจัยไทยผนึกกำลังตั้งศูนย์มังคุด มุ่งผลักดันผลงานจากหิ้งเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพส่งขายตลาดโลก ประเดิมทุน 1 ล้านบาทให้แพทย์เชียงใหม่ทดสอบสารสกัดจีเอ็ม-1 ในผู้ป่วยโรคข้อ 200 คน ภายหลังพบว่าฤทธิ์ฟื้นฟูข้อเสื่อมข้ออักเสบในสัตว์ทดลองอย่างมีประสิทธิภาพ

ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาสารสกัดจากมังคุด กล่าวว่า นักวิทยาศาสตร์กลุ่มที่ศึกษาสารสกัดมังคุดประมาณ 20 คน รวมตัวกันตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุดไทย เพื่อรวบรวมข้อมูลวิจัยเกี่ยวกับมังคุดที่มีมากว่า 30 ปี นำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด จากปัจจุบันงานวิจัยค่อนข้างกระจัดกระจายตามมหาวิทยาลัยต่างๆ และเกิดปัญหาวิจัยซ้ำซ้อนอยู่บ่อยครั้ง

ที่ผ่านมามีการศึกษาสารสกัดมังคุดอย่างแพร่หลาย กระทั่งยืนยันได้ว่าสารสกัดบริสุทธิ์จีเอ็ม-1 ในมังคุด มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียได้เทียบเท่ายาปฏิชีวนะ มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และฤทธิ์ฆ่าเซลล์มะเร็งได้ในหลอดทดลอง เป็นต้น แต่การวิจัยส่วนใหญ่ดำเนินถึงขั้นตอนการศึกษาในสัตว์ทดลองเท่านั้น ไม่สามารถไปถึงขั้นตอนสุดท้ายซึ่งกระทำในอาสาสมัคร เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายสูง

ดังนั้น การตั้งศูนย์วิจัยมังคุดจึงมีจุดประสงค์เพื่อต่อยอดงานวิจัยและพัฒนาสารสกัดมังคุด สำหรับใช้เป็นผลิตภัณฑ์ที่วางขายได้ในตลาดโลก โดยปี 2551 ศูนย์ฯ ตั้งเป้าที่จะสร้างผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในรูปแบบน้ำมังคุดและแคปซูลสารสกัดมังคุด

"ประเทศไทยประสบปัญหาผลผลิตมังคุดล้นตลาดและราคาตก ขณะที่ในต่างประเทศได้แปรรูปเป็นเครื่องดื่ม พร้อมทั้งติดฉลากข้อมูลงานวิจัยยืนยันผลด้านการเสริมสุขภาพ ทำให้มังคุดมีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 4 หมื่นล้านบาท ภายใน 2 ปี กรณีนี้หากเราสามารถแปรรูปสินค้าจากมังคุดได้เองในรูปแบบของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แล้วส่งขายไปทั่วโลก คาดว่ามูลค่าตลาดจะสูงหลายหมื่นล้านบาท" ศ.ดร.พิเชษฐ์ กล่าว

รศ.ภญ.อำไพ ปั่นทอง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า นอกจากการต่อยอดผลิตภัณฑ์จากงานวิจัยแล้ว การรวมตัวครั้งนี้จะเป็นช่องทางในการระดมทุนวิจัย ที่จะนำไปสู่การศึกษาในอาสาสมัคร โดยโครงการวิจัยแรกที่ศูนย์ฯ จะสนับสนุนทุนคือ โครงการศึกษาฤทธิ์ของสารสกัดจีเอ็ม-1 ในมังคุด ในอาสาสมัครซึ่งเป็นผู้ป่วยโรคข้อ 200 คน คาดว่าจะใช้ทุนวิจัยประมาณ 1 ล้านบาท

“การวิจัยประสิทธิภาพของสารสกัดมังคุดยังต้องเดินหน้าต่อไป แม้ว่าปัจจุบันผลการศึกษาในห้องปฏิบัติการจะบุชัดเจนว่ามังคุดมีฤทธิ์เหมาะสำหรับรักษาโรค แต่การพัฒนาเป็นยา จำเป็นต้องศึกษาในหลายขั้นตอน ซึ่งต้องอาศัยระยะเวลาและเงินทุนมหาศาล" รศ.ภญ.อำไพ กล่าว

ขณะที่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสามารถจำหน่ายทันทีที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับรอง ปัจจุบันบริษัทในต่างประเทศใช้ผลวิจัยสารสกัดมังคุดของไทย เป็นหลักฐานยืนยันคุณภาพของสินค้า ซึ่งสามารถสร้างรายได้มหาศาลให้กับผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารสกัดมังคุด

copyright © NKT NEWS CO.,LTD.All Right Reserved.
Contact us :ktwebeditor@nationgroup.com