นอร์เวย์เจาะภูเขาน้ำแข็งฝังห้องนิรภัยแช่แข็งเมล็ดพันธุ์พืชไว้ให้ลูกหลานได้เพาะปลูก หากโลกเกิดหายนภัยที่ไม่คาดคิด เช่น ภัยพิบัติจากภาวะโลกร้อน โรคระบาดต้นพืช กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : สองปีที่แล้ว นอร์เวย์เป็นประเทศแรกที่เสนอให้ประเทศทั่วโลกช่วยกันเก็บเมล็ดพันธุ์พืชโลกเผื่อไว้กรณีเกิดภัยพิบัติขึ้นกับโลก
โครงการดังกล่าวมีชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า "เรือโนอาห์" โดยนำชื่อมาจากตำนานน้ำท่วมโลกที่ปรากฏอยู่ในพระคัมภีร์ไบเบิลฉบับเก่า ที่ผ่านมาหลายประเทศได้สร้างธนาคารเก็บเมล็ดพันธุ์พืชท้องถิ่นของตัวเองไว้แล้วจำนวน 1,400 แห่ง
แต่ธนาคารรักษาเมล็ดพันธุ์เหล่านี้อาจได้รับผลกระทบจากความไม่สงบทางการเมือง สงคราม ปัญหาเศรษฐกิจ รวมถึงภัยธรรมชาติ
อย่างกรณีประเทศฟิลิปปินส์ ปีที่แล้วโดนพายุไต้ฝุ่นถล่มจนธนาคารเมล็ดพันธุ์พังพินาศ หรือกรณีอิรัก และอัฟกานิสถาน ธนาคารเมล็ดพันธุ์เสียหายยับเยินจากสงคราม
นอร์เวย์คิดว่าหากสร้างห้องนิรภัยแช่เย็นเมล็ดพันธุ์ไว้ในภูเขาที่ตั้งอยู่บนหมู่เกาะสวาลบาร์ดแถบขั้วโลกเหนือจะปลอดภัยที่สุด
เจ้าหน้าที่โครงการเริ่มเจาะอุโมงค์เข้าไปในภูเขาน้ำแข็งเป็นระยะทาง 120 เมตร และนำตู้นิรภัยไปวางไว้ ข้างในมีเมล็ดพันธุ์ที่ห่อกระดาษฟอยล์ไว้เรียบร้อย แต่ละชุดเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์พืชไว้ 500 เมล็ด
โดยตั้งเป้าว่าจะรวบรวมเมล็ดพืชด้านการเกษตรให้ได้ 4.5 ล้านเมล็ดให้รอดพ้นจากหายนะภาวะโลกร้อน สงครามนิวเคลียร์ โรคระบาดต้นพืช
ตามแผนที่วางไว้ ตู้แช่นิรภัยจะเริ่มเดินเครื่องอีกสองเดือนข้างหน้า โดยตั้งอุณหภูมิในตู้ไว้ที่ลบ 18 องศาเซลเซียส จากปัจจุบันที่ตั้งไว้ลบ 5 องศาเซลเซียส สามารถเก็บรักษาเมล็ดพืชให้ปลอดภัยได้นานเป็นร้อยๆ ปี ส่วนพืชเพาะปลูกอย่างข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ และถั่ว สามารถเก็บไว้ใช้งานได้นานเป็นพันปี
ถึงแม้นอร์เวย์จะเป็นเจ้าของห้องนิรภัย แต่ประเทศที่ส่งเมล็ดพืชมาเก็บรักษาไว้ในตู้ยังเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เมล็ดพันธุ์เหล่านั้นอยู่ แนวคิดดังกล่าวเหมือนกับการเช่าตู้นิรภัยของธนาคาร