ถ้าเขาไม่ทำเรื่องนี้ คงไม่มีใครทำ...เรื่องที่เขากล่าวถึงก็คือ การประดิษฐ์กังหันลมเพื่อผลิตไฟฟ้า กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : ดร.วิรชัย โรยนรินทร์ นักวิชาการหนุ่มที่ไม่ใช่แค่หนึ่งเดียวในเรื่องนี้ ชีวิตที่ผ่านมา ลูกชาวไร่ชาวสวนเมืองชุมพรคนนี้ เป็นนักเรียนรู้ที่น่าเอาเยี่ยง ชอบอ่านหนังสือ และประดิษฐ์สิ่งของด้วยตัวเอง เขาไม่เคยสอบได้เกินอันดับสามของห้อง สอบชิงทุนกี่ครั้งก็ได้เกือบทุกครั้ง ตอนมาเรียนระดับ ปวช.พักอยู่กับพี่สาวก็ทำงานเป็นช่างซ่อมรถ พอไปเรียนระดับ ปวส.ด้านช่างกลเรือที่สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล จ.สงขลา ก็เรียนได้คะแนนอันดับต้นๆ จนอาจารย์ต้องขอทุนช้างเผือกีให้เรียนปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล และได้ทุนเรียนปริญญาโทและเอกด้านวิศวกรรมเครื่องกลที่ประเทศอังกฤษ สอบได้เป็นอันดับหนึ่งของรุ่น ตอนนั้นถูกรัฐบาลอังกฤษซื้อตัวให้ทำงานที่นั่น แต่พ่อแม่ขอร้องให้กลับมารับใช้ประเทศชาติ
เมื่อกลับมาเมืองไทย คิดจะประดิษฐ์กังหันลมเพื่อใช้กับความเร็วลมต่ำ แต่หาอุปกรณ์ไม่ได้เลย เขาต้องเริ่มจากศูนย์ เปิดตำราเรียนรู้เรื่องโลหะศาสตร์ด้วยตัวเองกว่าปี เพื่อสอนผู้ประกอบการประดิษฐ์ชิ้นส่วนกังหันลม
 |
ดร.วิรชัย โรยนรินทร์
|
ปัจจุบัน ดร.วิรชัย เป็นรองหัวหน้าภาควิชาฝ่ายวิจัยฯ ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และที่ปรึกษาหน่วยงานรัฐและเอกชนอีกหลายแห่ง โครงการใหญ่อันดับแรกที่เขาทำ ก็คือ ติดตั้งกังหันลม 45 ตัวที่เกาะล้าน จ.ชลบุรี ยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ
เขาทำงานจนแทบจะไม่มีเวลาพักผ่อน เข้านอนตอนตีสาม ตื่นเจ็ดโมงเช้า เป็นทั้งอาจารย์สอนหนังสือ ทำงานพัฒนากังหันลม สอนผู้ประกอบการทำอุปกรณ์ หาพลังงานทดแทนรูปแบบอื่นๆ อย่างการใช้คลื่นทะเลผลิตไฟฟ้า
และนี่คือห้วงเวลาอันมีค่า...ที่เขาเปิดโอกาสให้ผู้เขียนในเซคชั่นเสาร์สวัสดีสนทนาด้วย...
 |
ดร.วิรชัย โรยนรินทร์
|
+อาจารย์เรียนเก่งตั้งแต่เด็ก ช่วยบอกวิธีการเรียนรู้สักนิดได้ไหมคะ
ตั้งแต่เด็กๆ ผมไม่เคยสอบได้เกินที่สามของห้อง ผมเป็นคนที่ชอบวิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ และภาษาอังกฤษ ตอนนั้นผมอยากเป็นวิศวกร หรือไม่ก็นักวิทยาศาสตร์ ผมมาจากครอบครัวชาวไร่ชาวนาที่ยากจน ไม่เคยเรียนติววิชาที่ไหน แต่ชอบอ่านหนังสือ ทั้งๆ ที่โรงเรียนแถวชนบทไม่มีหนังสือให้อ่านมากนัก ผมก็พยายามค้นคว้าหาหนังสืออ่านตลอดเวลา และผมเป็นคนชอบทดลองทางวิทยาศาสตร์ บางครั้งเอาคานมางัดกัน เอาชิ้นส่วนมาต่อกัน ชอบต่อจิ๊กซอว์ ว่างๆ ก็ประดิษฐ์รถยนตร์จากไม้ เพราะครอบครัวผมไม่มีเงินซื้อของเล่นให้ ผมได้นิสัยบางอย่างจากพ่อที่เป็นช่างก่อสร้าง พวกเครื่องมือ เครื่องจักร ผมจับตั้งแต่ประถม 6 ตอนผมย้ายไปเรียน ปวช.ที่วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี ผมอยู่บ้านพี่สาว ผมก็เป็นช่างซ่อมรถในอู่ของเขา ตอนนั้นผมมีเป้าหมายว่า อย่างน้อยๆ ต้องจบปริญญาตรี
+ พอเรียนจบ ปวส.ช่างกลเรือ ก็ได้ทุนเรียนปริญญาตรีด้านวิศวกรรมเครื่องกล อาจารย์ต้องใช้ความพยายามมากไหม ?
คนที่เรียนช่างกลเรือส่วนใหญ่เป็นเด็กเรียนเก่ง ตอนนั้นผมเรียน ปวส.ที่สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตภาคใต้ จ.สงขลา ตำราส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ เรียนจบสาขานี้ มีงานทำแน่นอนได้เดินเรือใหญ่ ผมชอบเรียนภาษาอังกฤษ และคิดว่า ถ้าเราอ่านภาษาที่ใช้ได้ทั่วโลก ก็จะมีความรู้มากขึ้น ตอนจบ ปวส.ด้านช่างกลเรือ ตอนนั้นเกรดการเรียนผมสูงที่สุดในห้อง และผมก็เป็นหัวหน้าห้องด้วย คนที่เรียนด้านนี้ส่วนใหญ่จะไปเรียนต่อต่างประเทศ
ตอนนั้นมีทุนช้างเผือกให้เด็กเรียนเก่ง อาจารย์เจริญ ไหมด้วง บอกให้ผมลองสอบชิงทุน ผมก็ได้มาเรียนด้านวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล และได้ทุนอบรมต่างประเทศอยู่เรื่อยๆ ได้ไปแคนาดา เกาหลี ฯลฯ ไม่ว่าผมจะไปอยู่ที่ไหน ก็จะเป็นผู้นำหรือหัวหน้าห้อง สงสัยว่าจะเป็นที่ยอมรับของเพื่อนฝูง ไม่ใช่ว่า ผมเรียนเก่ง แต่อาจเป็นเรื่องการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ พอเรียนจบปริญญาตรี ก็มีผู้ใหญ่ให้สอบชิงทุนอีก และผมก็สอบได้ทุกครั้ง เคยไปดูงานเรื่องการสร้างหุ่นยนต์ที่อิสราเอล
+ แล้วเคยทำหุ่นยนต์จริงๆ บ้างไหม
ผมเคยเรียนที่เมืองไทยก่อนจะไปที่อิสราเอล ไปฝึกอบรมเรื่องชิ้นส่วนหุ่นยนต์หนึ่งเดือน ตอนผมเรียนจบปริญญาเอกที่อังกฤษ ผมกลับมาก็ยังได้ทำหุ่นยนต์ ทำเครื่องบินบังคับ แล้วก็สอนให้ลูกศิษย์ทำด้วย
+ อยากถามอาจารย์สักนิดว่า มีความเป็นไปได้ไหมที่คนไทยจะประดิษฐ์เครื่องบินใช้ในประเทศ
คนไทยมักจะคิดว่า ไม่ต้องผลิตหรอก ซื้อถูกกว่า แต่ผมคิดว่า ถ้าคนอื่นผลิตได้ เราก็ผลิตได้เหมือนกัน ต้องเข้าใจหลักการก่อน ต้องยอมรับว่าคนไทยที่เรียนจบจากต่างประเทศมีเยอะ แต่คนที่ลงมือทำ มีน้อย เพราะเรียนจบแล้ว ไม่ได้ใช้วิทยาการเพื่อทำให้เกิดการพัฒนา
+ อาจารย์ก็เลยต้องทำงานหนัก ทั้งสอนหนังสือ สอนผู้ประกอบการ และประดิษฐ์กังหันลม ?
ใช่ครับ นี่คือตัวผม ผมได้เรียนแนวคิดนี้มาจากประเทศอังกฤษ การเรียนปริญญาเอกที่นั่น ต้องเชี่ยวชาญจริงในเรื่องนั้นๆ เพราะการเรียนวิศวกรรมเครื่องกลที่มหาวิทยาลัย Northumbria ประเทศอังกฤษ มหาวิทยาลัยไม่ได้เป็นผู้ตัดสินใจให้เราจบ แต่จะมีผู้เชี่ยวชาญข้างนอกในรูปแบบคณะกรรมการกลางเป็นผู้ตัดสิน และก็มีเหมือนกันที่ผู้เชี่ยวชาญไม่ให้ผ่าน
งานประดิษฐ์ในประเทศไทย ยังไม่ค่อยมีคนสร้าง มีแต่ซื้อจากต่างประเทศและนำมาซ่อม พอจะแก้ไขสิ่งประดิษฐ์ก็ทำได้ยาก เพราะเราไม่ได้สร้างขึ้นเอง จึงไม่รู้ว่าจะต้องรื้อตรงไหน การทำกังหันลมจึงเหนื่อยมาก เริ่มตั้งแต่อบรมผู้ประกอบการ เพื่อทำชิ้นส่วนกังหันลม
+ทำไมอาจารย์ให้ความสำคัญกับการผลิตกังหันลมมากกว่าเรื่องอื่นๆ
ตอนผมเรียนปริญญาโทที่อังกฤษ ผมก็เดินทางไปฟาร์มกังหันลมที่ฮอลแลนด์ เป็นไปไม่ได้ที่เราจะมีพลังงานน้ำมันหรือก๊าซใช้ได้จนเราแก่ แต่ที่มีแน่นอนคือ พลังงานจากธรรมชาติ ถ้าโลกยังหมุนอยู่ ก็ต้องมีสิ่งเหล่านี้ ช่วงที่ผมจบปริญญาโทกลับมาเยี่ยมบ้านที่เมืองไทย ก็ไปดูกังหันลมที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตซื้อจากต่างประเทศมาตั้งที่แหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต ตอนนั้นผมก็คิดเหมือนกันว่า ในอนาคตใครจะทำเรื่องนี้ต่อ ไม่มีอาจารย์ที่จบมาด้านนี้ กังหันลมก็คงพัฒนาต่อไม่ได้ ผมก็เลยเรียนต่อปริญญาเอกด้านวิศวกรรมเครื่องกลอีก
+กว่าจะประดิษฐ์กังหันลมที่เหมาะกับเมืองไทย อาจารย์ใช้เวลานานไหมคะ
ใช้เวลาช่วงแรกสองปี แม้เราจะออกแบบและประดิษฐ์ในอังกฤษได้ ก็ใช่ว่าจะประดิษฐ์ในเมืองไทยได้ เพราะวัสดุศาสตร์ที่ใช้ในต่างประเทศดีกว่าเมืองไทย ก็ต้องเริ่มต้นใหม่ ต้องหาวัสดุและผู้ประกอบการที่ประดิษฐ์ในสิ่งที่เราออกแบบ ผมก็เลยต้องศึกษาเรื่องวัสดุศาสตร์ด้วยตัวเองหนึ่งปี เพราะผมไม่ได้จบด้านวิศวกรวัสดุศาสตร์
ตอนเรียนที่อังกฤษ มหาวิทยาลัยมีท่ออุโมงค์เพื่อใช้ในการทดลอง แต่กลับมาเมืองไทยต้องนับหนึ่งใหม่ แม้จะให้ช่างในเมืองไทยผลิตตามแบบของเรา แต่เขาทำไม่ได้ ผมก็เลยต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ ไม่อยากสั่งซื้อกังหันลมจากต่างประเทศ เพราะผู้เชี่ยวชาญได้ออกแบบให้เหมาะกับประเทศนั้นๆ และแรงลมในต่างประเทศก็แรงกว่าในเมืองไทย
+การประดิษฐ์กังหันลมเพื่อใช้ในเมืองไทย อาจารย์มีความมั่นใจแค่ไหน
การทดลองที่อังกฤษได้ยืนยันแล้วว่า ความเร็วลมในเมืองไทยสามารถทำกังหันลมได้ ผมทดลองอยู่ในท่ออุโมงค์ลมนานกว่าสี่ปี และผมมีเครือข่ายบริษัทยักษ์ใหญ่ในต่างประเทศหลายแห่ง พวกเขาไปไกลกว่าเรา ผมกลับมาเมืองไทยก็เลยเป็นหนึ่งเดียวผู้เชี่ยวชาญกังหันลม และตอนนี้ก็ยังเป็นหนึ่งเดียว ก็พยายามสร้างลูกศิษย์ส่งไปเรียนต่อต่างประเทศ ต้องใช้ความพยายามสูงมากในการถ่ายทอดให้คนอื่นเข้าใจ
+อาจารย์ได้ทุนการประดิษฐ์กังหันลมจากที่ไหนคะ ตอนกลับมาเมืองไทย ผมไม่ได้ขอทุนรัฐ เพราะผมไม่มีสายสัมพันธ์กับใคร ตอนนั้นบริษัทราชบุรีพลังงานสนใจงานของผม เป็นบริษัทแรกที่เชิญผมเป็นที่ปรึกษาและสร้างกังหันลม แต่พอมาถึงจุดหนึ่ง ผมต้องทำงานวิจัย ก็ต้องหาทุนเพิ่ม ถ้าถามว่า กังหันลมที่ผมสร้างเวลานี้ดีที่สุดในประเทศไหม...ก็ยังนะ ที่ผมทำให้ตอนนี้มีโครงการพระราชดำริสระเก็บน้ำพระรามเก้าของในหลวง พอติดตั้งเสร็จ เมื่อต้นปีที่ผ่านมาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้ทรงเยี่ยมชมเป็นการส่วนพระองค์ และพระองค์ท่านรับสั่งให้ไปติดตั้งที่มูลนิธิสิรินธร จังหวัดเพชรบุรี
ส่วนโครงการกังหันลมขนาดใหญ่ตอนนี้ติดตั้งเสร็จแล้วก็คือเกาะล้าน 45 ตัวของเมืองพัทยา ทำในนามมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ผมก็ทำงานร่วมกับนักศึกษาที่สอน แต่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคยังไม่ได้ต่อมิเตอร์ให้ กังหันลมที่นั่นสามารถใช้ไฟได้ 50 หลังคาเรือน ถ้าเราต้องการให้เกาะนี้ใช้พลังงานกังหันลมทั้งหมด เป็นพลังงานสะอาดก็ทำได้ อาจติดกังหันลมขนาดประมาณ 1 เมกะวัตต์ 10 ตัวสามารถใช้ไฟฟ้าได้เต็มที่
โครงการที่เกาะล้านผมยังไม่ได้เผยแพร่ที่ไหน เรายังไม่ให้ใครขึ้นไปถ่ายรูป ยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ต้องรอสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จมาเปิดงาน เพราะตอนนี้โครงการพลังงานทดแทนในรูปกังหันลมที่เกาะล้าน เป็นพลังงานเสริมทำให้การใช้พลังงานไฟฟ้าจากดีเซลลดลง ถ้าถามว่า งบการลงทุนเยอะไหม ก็ไม่ได้มากมาย และที่ออกแบบมีสองโมเดล คือ ขนาด 400 วัตต์ และ 1,000 วัตต์ ใช้เวลาสี่ปีก็ได้แค่สองโมเดล
+ กังหันลมสามารถนำมาใช้เป็นพลังงานทดแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพแค่ไหน
เป็นไปได้ที่จะนำมาใช้ในเมืองไทย เราประดิษฐ์เองได้ทั้งระบบ ผมรออย่างเดียวคือ รัฐบาลสนับสนุน อย่างเมืองพัทยาตั้งโครงการพลังงานทดแทนเรื่องกังหันลม ตั้งแต่ผมยังเรียนไม่จบ ตอนนั้นไม่มีผู้เชี่ยวชาญคนไหนหรือบริษัทไหนทำกังหันลมได้ ก็เลยทาบทามมาที่มหาวิทยาลัย และตอนนั้นผมก็พร้อมที่จะทำ ทั้งสร้างอาคารอนุรักษ์พลังงานและทำกังหันลม 45 ตัวบนเกาะ ก็ลงทุนประมาณ 84 ล้านบาท แม้กังหันลมจะใช้เงินลงทุนไม่ต่างจากโซลาร์เซลล์ แต่อายุการใช้งานอย่างต่ำ 20 ปี ขณะที่พลังจากเซลล์แสงอาทิตย์ ใช้ปีเดียวก็จะเสื่อมสภาพเพราะบ้านเราอากาศชื้น อีกสิบปีข้างหน้ากังหันลมคงจะถูกลงประมาณ 30% ตอนนี้อุปกรณ์ทุกอย่างผลิตในเมืองไทยได้ 80%
ทุกวันนี้โลกร้อนก็เพราะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และการผลิตกระแสไฟฟ้าก็ต้องใช้เครื่องยนต์ดีเซล การเผาไหม้ก็ทำให้เกิดก๊าซเสียสู่ชั้นบรรยากาศ กังหันลมเป็นพลังงานสะอาด ต้องตั้งในที่สูงและริมชายทะเล ถ้าติดตั้งริมทะเลก็จะยิ่งดี จะทำให้ความรุนแรงของคลื่นทะเลกระแทกกับเสา ทำให้การกัดเซาะชายฝั่งน้อยลง เนื่องจากมีเสากังหันลมเป็นเหมือนแนวสันเขื่อน สามารถรับแรงปะทะของคลื่น จึงมีประโยชน์หลายทาง
+ในอนาคตมีความพร้อมในการผลิตกังหันลมแค่ไหน
เรามีบริษัทเครือข่ายที่ผลิตได้ แต่นโยบายรัฐยังไม่เด่นชัด ภาครัฐให้ความสนใจในแง่งานวิจัย ไม่ได้เอางานที่คิดค้นสำเร็จแล้วมาติดตั้งใช้งานจริง กังหันลมเป็นพลังงานสำรองของชาติได้ เป็นพลังงานสะอาด ไม่ทิ้งมลพิษในพื้นโลกเลย การประดิษฐ์กังหันลมเพื่อใช้กับแรงลมต่ำ เราต้องใช้หลายบริษัททำอุปกรณ์ให้ ตอนผมสอนผู้ประกอบการทำชิ้นส่วน ก็อาศัยงบจากงานวิจัยของรัฐเป็นค่าจ้าง ที่ทำออกมายังเป็นขนาดเล็ก ต่อไปจะทำกังหันลมขนาด 50 กิโลวัตต์
+การคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ อาจารย์ต้องเรียนรู้มากน้อยเพียงใด
คนๆ หนึ่งต้องหล่อหลอมมาหลายอย่าง ถึงจะเป็นคนที่รู้จริง ถ้าผมเรียนหนังสือในเมืองไทยอย่างเดียว คงทำได้ยาก เพราะไม่มีผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ และศิษย์ต้องมีครู ตอนนี้ผมกำลังอีกเรื่องคือ ใช้คลื่นน้ำทะเล ผลิตกระแสไฟฟ้า ต้องทำเครื่องเก็บสะสมพลังงาน ผมกำลังนั่งออกแบบอยู่ ซึ่งผลิตได้จริง ผมเรียนรู้มาจากห้องทดลองในอังกฤษ ความเสถียรของพลังงานคลื่นจะดีกว่ากังหันลม เพราะคลื่นไม่มีหมด แต่ลมหยุดได้ แล้วการใช้พลังงานคลื่นยังช่วยลดการกัดเซาะของแนวชายฝั่งได้ดี เพราะสามารถแปลงเป็นพลังงานรูปอื่นได้ ผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศทำเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่ในเมืองไทยไม่มีคนทำ ผมก็เลยเริ่มทำ เพื่อให้คนอื่นๆ พัฒนาต่อ
+ เป็นเพราะระบบการศึกษาบ้านเรา ไม่ได้สร้างคนให้คิดและทำด้วยตัวเอง ?
ถ้าพูดถึงการพัฒนาชาติ ผมว่า เด็กของเรายังไม่มีความคิดจะพัฒนาอะไรในใจพวกเขา ต้องโทษระบบการศึกษา คนไทยไม่ชอบคิดค้นอะไรใหม่ๆ ชอบอยู่แบบสบายๆ กลัวความผิดพลาด เพราะในสังคมไทยใครทำผิด ก็จะไม่ให้อภัย คนทำถูกก็ไม่ยกย่อง ตรงนี้ทำให้คนเก่งๆ ไม่อยากทำอะไร ผมขอยกตัวอย่าง...ถ้าวันหนึ่งกังหันลมของผมหักลงมาทับรถยนต์ คนก็จะบอกว่า กังหันลมใช้ไม่ได้...อย่าทำ คนไทยจะคิดต่างจากผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศ พวกเขาจะคิดว่า ถ้าประดิษฐ์ออกมาแล้ว มันพัง ก็ต้องพัฒนาต่อไป แต่ในเมืองไทย ถ้าเป็นอย่างนั้นก็จะไม่สนับสนุนต่อ เมืองไทยก็เลยไม่มีฮีโร่ สุดท้ายแล้วคนที่เป็นฮีโร่ก็จะกลายเป็นคนไม่ดี เพราะเราไม่ได้มองข้อดีแล้วพยายามส่งเสริม แต่กลับมองข้อเสีย
+แล้วทำไมอาจารย์เดินมาจนถึงจุดนี้
ผมยึดคติว่า ไม่มีอะไรดีที่สุด พ่อบอกว่า ถ้าจะทำอะไร ก็ทำตั้งแต่วันนี้ และทำอย่างจริงจัง ถ้าไม่คิดแบบนี้ ผมคงไม่กลับมาเมืองไทย จริงๆ แล้วรัฐบาลอังกฤษซื้อตัวผมตั้งแต่เรียนจบ เพื่อให้ช่วยพัฒนางานที่ทำต่อ ตอนนั้นเงินเดือนเยอะมาก
+เพราะอะไรถึงตัดสินใจกลับมาทำงานในเมืองไทย
พ่อและแม่ไม่ให้ทำงานในอังกฤษ พ่อบอกว่า ถ้าอยู่เมืองนอกต่อ ไม่ต้องนับถือเป็นพ่อเป็นลูกกัน พ่อบอกอีกว่า กลับมาเมืองไทย ก็ยังทำงานแบบนี้ได้ ทำไมต้องทำงานให้รัฐบาลอังกฤษ ทำไมต้องทำให้ประเทศชาติคนอื่น ทำไมไม่กลับมาเมืองไทย
นั่นเป็นจุดพลิกที่ทำให้ผมกลับมาเมืองไทย
+ตอนนั้นอาจารย์รู้สึกโกรธพ่อไหม
ตอนนั้นไม่เข้าใจมากกว่าโกรธ ผมก็คิดว่า ผมทำงานที่นั่น ก็มีอนาคตที่ดี ขณะเดียวกันผมก็อยู่สบาย พ่อแม่ก็สบายด้วย แม้ไม่ได้ทำอะไรให้ชาติ ผมก็ชดเชยเงินที่ส่งผมเรียนได้ แต่ตอนนี้เข้าใจแล้ว ไม่จำเป็นต้องอยู่อังกฤษ ผมอยู่เมืองไทยก็ทำงานแบบนี้ได้ แต่ถ้าถามว่า เหนื่อยกว่าไหม...เหนื่อยกว่าเยอะ ได้เงินน้อยกว่า
++++++++
ล้อมกรอบ
Presentation
สองมือที่ยิ่งใหญ่ -
รถยนต์ของผมทุกคัน จะมีฝ่ามือของพ่อและแม่ บุพการีที่เลี้ยงดูผมตั้งแต่เกิด พ่อแม่อุ้มผม ให้ผมกินนม ป้อนข้าวและนุ่งกางเกงให้ ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่เท่าสองมือของพ่อกับแม่ ไม่มีคาถาหรืออะไรที่ยิ่งใหญ่กว่าสองฝ่ามือนี้ เป็นสิ่งที่อยู่ดูแลผมทุกครั้งที่ผมเดินทาง เพราะผมเดินทางบ่อยมาก รถของผมไม่เหมือนผู้บริหารทั่วไป จะใช้งานแบบไม่บันยะบันยัง
ตอนผมซื้อรถใหม่ ผมก็ให้พ่อกับแม่เจิมรถ และเอาฝ่ามือพ่อกับแม่ประทับไว้ที่เพดานรถยนต์ผม ผมรักพ่อกับแม่มากๆ เลยครับ เวลาผมกลับบ้าน ผมจะกราบเท้าพ่อแม่ พ่อกับแม่ผมไม่เคยด่าลูกสักคำ ถ้าลูกทำผิด พ่อกับแม่ก็จะบอกว่า ลูกปฏิบัติไม่ดีอย่างไร ผมคิดว่าคำพูดของบุพการีจะส่งเราไปทางไหนก็ได้ครับ
....................................
หมายเหตุ : รูปภาพนี้ ไม่ใช่ฝ่ามือคุณพ่อและคุณแม่ของ ดร.วิรชัย แต่เป็นแค่ตัวแทน เนื่องจากภาพที่ปรากฏในรถยนต์ไม่ชัดเจน
เพ็ญลักษณ์ ภักดีเจริญ