วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2550
เปิดโรดแมพ"เศรษฐกิจพอเพียง"ต้านกระแสบริโภคนิยม

ดำรงพันธ์ ใจห้าว

แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ถือเป็นนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ถูกหยิบยกขึ้นมา เพื่อต้านกระแสโลกาภิวัตน์ ที่กระตุ้นให้เกิดการบริโภคอย่างไร้ขอบเขตนำมาสู่การแย่งชิงทรัพยากร เพื่อให้เกิดความเข้าใจ แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมากขึ้น “กรุงเทพธุรกิจ” สัมภาษณ์ พิเศษ ศ.ดร.อภิชัย พันธเสน ผู้อำนวยการสถาบันการจัดการ เพื่อชนบทและสังคม มูลนิธิบูรณชนบท แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปภัมภ์ ซึ่งได้กำหนดแนวทาง (Road Map) เพื่อนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

ความเป็นมา Road Map

เนื่องจากในปัจจุบันถึงแม้จะมีการกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศในสู่แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง แต่นโยบายดังกล่าวเป็นการดำเนินการที่ขาดขั้นตอนที่ชัดเจน ยังไม่เคยมีการตั้งว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่เป็นอุปสรรคหรือข้อท้าทายที่สำคัญในการพัฒนาประเทศให้ไปสู่ทิศทางเศรษฐกิจพอเพียงอย่างมีขั้นตอน อีกทั้งปัจจัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยให้เกิดผลสำเร็จมีอะไรบ้าง เนื่องจากบุคลากรภาครัฐบางส่วน ยังไม่เข้าใจความหมายและเป้าหมายของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงดีพอ

นอกจากนี้ยังเกิดความสับสนจากกรณีที่มีผู้ไม่ได้ศึกษาและไม่เข้าใจ มีการกล่าวโจมตีว่าเศรษฐกิจพอเพียงเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาในกระแสโลกาภิวัตน์ ซึ่งตรงกันข้ามกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏในเป้าหมายของการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างสิ้นเชิงทั้งที่เป้าหมายของเศรษฐกิจพอเพียงระบุชัดเจนว่าเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์และ เพื่อให้พร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลง ยิ่งไปกว่านั้น ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงยังให้คำนึงถึงการสร้างระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควรต่อการเปลี่ยนแปลงในกระแสโลกาภิวัตน์ เพื่อมิให้เป็นผลร้ายต่อเศรษฐกิจฐานรากในประเทศ ด้วยเหตุนี้ประเทศไทยจึงจำเป็นจะต้องมียุทธศาสตร์ที่ดี มีแผนที่เดินทาง (road map) ที่ชัดเจนเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการดำเนินนโยบาย

แสดงว่าแผนก็ยังไม่มีความชัดเจน

การดำเนินตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงถูกกำหนดไว้แล้วในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จริงอยู่ได้บรรจุไว้ในแผนพัฒนาฯ ไว้ 3 ฉบับด้วยกัน ประกอบด้วยแผนที่ 8,9 และแต่ที่เด่นที่สุดก็คือ แผนที่ 10 ทั้งนี้ในแผนที่ 9 นั้นเราไม่มีโอกาสได้ใช้เนื่องจากเกิดภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ แผน 9 นั้นไม่มีปัญหาอะไร แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ได้นำแนวทางดังกล่าวมาใช้

ดังนั้นเมื่อสิ้นยุค พ.ต.ท.ทักษิณ ประเทศไทยกำลังเข้าสู่การวางแผนพัฒนาฯฉบับที่ 10 เน้นยุทธศาสตร์ “อยู่ดีมีสุข” “คนเป็นศูนย์กลาง” มีการนำ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” เป็นธงนำ แต่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ไม่ได้กำหนดรูปแบบที่ชัดเจนว่ามีเส้นทางเดินอย่างไร เพราะหวังว่าแต่ละหน่วยงานสามารถกำหนดได้เอง แนวทางนี้สถาบัน เห็นว่าถ้าให้แต่ละหน่วยงานดำเนินการเอง ไม่มีทางที่จะเป็นไปอย่างสมบูรณ์ บวกกับนโยบายของรัฐบาลปัจจุบันที่ประกาศชัดเจน เน้นเศรษฐกิจพอเพียงและสถาบันยังเห็นว่าทุกคนพยายามทำความเข้าใจ เศรษฐกิจพอเพียงแต่ยังไม่มีเส้นทางการปฏิบัติที่ชัดเจน ยังมีความสับสน ต่างคนต่างทำ ใครคิดอะไรได้ ก็ทำ

แล้ว Road Map มีลักษณะอย่างไรบ้าง

จะเป็นการนำเสนอให้ความรู้ ความเข้าใจ ขั้นตอนวิธีการนำเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข มีเหตุผล พอประมาณ มีภูมิคุ้มกันที่ดี เป็นธรรม ส่งผลถึงภาพรวมของประเทศ ซึ่งแผนการปฏิบัตินั้นทางสถาบันกำลังระดมความเห็นจากหลายฝ่าย อาทิเช่น นักวิชาการทั้งในและต่างประเทศ ชุมชน ราชการ สื่อมวลชน เป็นต้น โดยเบื้องต้นมีการใช้ข้อมูลในแผน 10 มาเป็นเป้าหมายผสมผสานข้อมูลเชิงวิชาการ ซึ่งจะไปเสริมในส่วนที่ยังขาดไป เช่น การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ภาวะทางด้านจิตใจ สังคม การศึกษา สาธารณสุข การพึ่งพาทุนต่างประเทศ เทคโนโลยี การกระจายรายได้ กระจายอำนาจ เป็นต้น เพื่อนำไปสู่ความสมดุล

อีกนานแค่ไหนจะแล้วเสร็จ

แผนที่เดินทางที่ชัดเจน ซึ่งต้องใช้กระบวนการศึกษา ระดมสมองกันอีกระยะหนึ่ง อย่างไรก็ตามคาดว่าไม่เกินเดือนตุลาคมก็จะแล้วเสร็จ หลังจากนั้นจะนำเสนอต่อพรรคการเมืองทุกพรรค เพื่อนำไปกำหนดเป็นนโยบายพัฒนาประเทศต่อไป ไม่อยากให้เป็นแค่เพียงไฟไหม้ฟาง มาเน้นกันเฉพาะในช่วงกระแสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ 60 ปี หรือ ทรงมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา หรือในยุคที่มีกระแส ไล่คุณทักษิณ อดีตนายกฯ หรือในยุคที่มีรัฐบาลชั่วคราวเท่านั้น อยากให้ยั่งยืนปฏิบัติต่อเนื่องต่อไป”

ความคืบหน้าเป็นอย่างไร

มีการระดมสมองไปแล้ว 1 ครั้งมีภาคีเข้าร่วมกว่า 100 คน โดยได้ข้อสรุปเบื้องต้นให้มีการจัดตั้งองค์กรมหาชนเพื่อเป็นเจ้าภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง และได้ข้อสรุปคร่าวๆ คือ 1.ด้านการศึกษา เน้นพัฒนาด้านจิตใจและคุณธรรม มีความรอบรู้ในอาชีพ ปรับเป้าหมายการศึกษาเน้นวิชาชีวิต 2.ด้านสุขภาวะ เน้นสุขภาพกาย จิต รวมถึงสุขภาพทางด้านวิญญาณและสังคมรวมถึงปลูกฝังค่านิยมและคุณธรรม 3.ด้านทรัพยากรธรรมชาติ เน้นความยั่งยืน ส่งเสริมระบบเกษตรที่อนุรักษ์ระบบนิเวศน์ พร้อมกับส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ 4.ด้านการพึ่งพาทุนและเทคโนโลยี เน้นการพัฒนาเศรษฐกิจที่สอดคล้อง

กับทรัพยากร ภูมิปัญญาและแรงงาน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยการวิจัยและ พัฒนาเทคโนโลยีทดแทน และ 5.ด้านการกระจายอำนาจ

ทั้งหมดเน้นการเข้าใจที่ถูกต้อง เน้นบทบาทท้องถิ่นวางแผนเองอย่างอิสระภายใต้ขอบเขตของวัฒนธรรมท้องถิ่น รวมถึงส่งเสริมระบบธรรมาภิบาลเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันการแทรกแซงจากส่วนกลาง กรณีรัฐบาลที่ผ่านมาไม่นำ “เศรษฐกิจพอเพียง” มาใช้ส่งผลเสียต่อการพัฒนาอย่างไร

การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้นำปรัชญานี้มาใช้ เพราะมองจากพื้นฐานความสำเร็จของตนเองเป็นหลัก คิดว่าสามารถแก้ปัญหาทุกชนิด เอาเงินเป็นตัวตั้ง ลักษณะการดำเนินการเช่นนี้ ทำให้มีความเหลื่อมล้ำทางรายได้มากขึ้น มีคนจนมากขึ้น คนจะไม่มีความสุข มีการดิ้นรนตลอดเวลาทรัพยากรธรรมชาติ วัตถุดิบก็หดหายไป โดยมองข้ามความพอประมาณ ความพอดี ดำเนินนโยบายผิดพลาดโดยการโปรยเงินไปให้อย่างเดียว ไม่ได้สร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้ทำให้คนเป็นหนี้เป็นสินมาก

ยุคนี้คนพูดถึงเศรษฐกิจพอเพียงกันมาก

ความจริงแล้วทั่วโลกรู้จักกันในความหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เนื่องจากระบบทุนนิยม กระแสโลกาภิวัตน์ โดยพัฒนาอย่างเดียวโดยไม่มีการชดเชย เอาแต่ได้อย่างเดียว โลภมาก จะทำให้เกิดปัญหาหลายอย่างตามมา ผู้ที่ดำเนินการธุรกิจเมื่อเติบโตแล้วมักจะเอาเปรียบคนอื่น แต่เศรษฐกิจพอเพียงจะพูดถึงมิติทางด้านจิตใจด้วย ความเข้าใจในความสุขของมนุษย์ การอยู่ดีมีสุข หรือที่เรียกว่าเศรษฐกิจสีเขียว

ความจริงแล้วมันคือพุทธเศรษฐศาสตร์ไม่แตกต่างกัน แท้จริงแล้วคำสอนของพุทธศาสนานั้นเป็นรากฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างกุศโลบาย เนื่องจากหลักคำสอนอยู่ว่า ไม่มีความประมาทในการผลิตและบริโภค อย่างมีสติ จะอธิบายว่าสิ่งมีชีวิตนั้นมีการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ในที่สุดไม่มีความจำเป็นที่แก่ แย่งชิงดีกันมาช่วยกันดีกว่า สอนเรื่องความไม่มีอัตตายึดมั่นถือมั่น มีความเมตตา กรุณาเกื้อกูลแก่กัน และที่สำคัญที่สุด คือการดำเนินการอย่างไรก็แล้วแต่อธิบายด้วยหลักความไม่โลภ ไม่ต้องการอยากได้มากเกินความจำเป็น เพราะสุดท้ายทรัพยากรจะไม่พอที่จะสนองความโลภของทุกคน

copyright © NKT NEWS CO.,LTD.All Right Reserved.
Contact us :ktwebeditor@nationgroup.com