มธ.ลงโทษ"เอมี่"แค่ตักเตือน-เจ้าตัวร่ำไห้ขอโทษสื่อ-ปชช.
15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 20:18:00
"เอมี่" โชติรส สุริยะวงศ์

"เอมี่"ชี้แจงเหตุผลแต่งชุดหวิวไปงานประกาศผลสุพรรณหงส์ต่อผู้บริหารมธ. ร่ำไห้ขอโทษสื่อ -ประชาชน วอนสังคมให้อภัย ลั่นสำนึกผิดแล้ว พร้อมนำชุดใส่วันงานมาโชว์สื่อยันมีชั้นในในตัว มธ.สรุปลงโทษแค่ตักเตือน พร้อมบำเพ็ญประโยชน์อ่านหนังสือให้คนพิการ 15 วัน รองอธิการบดีมธ.แจงลงโทษบนพื้นฐานอาจารย์-ลูกศิษย์ และคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพ เตรียมขอความร่วมมือนศ.ที่เป็นดารานักแสดงเป็นพรีเซ็นเตอร์รณรงค์แต่งกายเหมาะสม

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 15 กุมภาพันธ์  ที่ห้องประชุมคณะศิลปศาสตร์  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.)  ท่าพระจันทร์  น.ส.โชติรส สุริยะวงศ์ หรือ “เอมี่” นักศึกษาคณะศิลปะศาสตร์ ปี 4 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) นักแสดงหญิงหน้าใหม่ เดินทางมาในชุดเครื่องแบบนักศึกษาสวมทับด้วยเสื้อหนาวสีเลือดหมู  ไม่ได้แต่งหน้า ได้เข้าชี้แจงตามลำพังถึงเหตุผลที่แต่งกายหวือหวาไปร่วมงานประกาศผลรางวัลสุพรรณหงส์ ที่จ.นครราชสีมา โดยมีดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา มธ.   รศ.ดร.สิทธิโชค วรานุสันติกูล คณบดีคณะศิลปศาสตร์ มธ.  ดร.ภาสพงษ์ ศรีพิจารณ์ รองคณบดีฝ่ายการนักศึกษา คณะศิลปศาสตร์และอาจารย์ที่ปรึกษาน.ส.โชติรส ร่วมรับฟัง โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที  จากนั้น น.ส.โชติรส ร่วมแถลงข่าวกับดร.ปริญญา รศ.ดร.สิทธิโชค ดร.ภาสพงษ์ และอาจารย์ที่ปรึกษา

 น.ส.โชติรส  กล่าวทั้งน้ำตาว่า    รู้สึกผิดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เสียใจมาก  ถ้าทำอะไรผิดพลาดก็ขอโทษสื่อ ประชาชน ตลอดจนอาจารย์ทุกคนที่ทำให้ต้องเดือดร้อนไปด้วย  ไม่ได้ตั้งใจจะให้เป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้  ชุดที่ตนสวมด้านบนมีฟองน้ำติดกับชุดและได้นำซิลิโคนและเทปกาวปิดทับอีกชั้นเป็น 3 ชั้น ส่วนด้านล่างมีชุดชั้นในที่สั่งตัดพิเศษ  เป็นผ้าสีดำเนื้อเดียวกับชุด เวลาใส่แปะติดกับกระดุมด้านข้างทำให้ไม่เห็นเส้นขอบกางเกงใน  ทำให้ดูเหมือนว่าตนไม่ได้สวมชุดชั้นใน แต่จริงๆ แล้วสวมเพียงแต่เป็นชุดชั้นในที่ติดกับชุด

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างชี้แจงดังกล่าว น.ส.โชติรสได้หยิบชุดหวือหวาที่เป็นข่าวมาแสดงต่อหน้าสื่อมวลชน พร้อมกับชี้ให้ดูฟองน้ำที่ติดกับชุดและกางเกงชั้นในที่ติดอยู่กับชุด

 ผู้สื่อข่าวถามว่า  ทำไมให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่า ไม่ได้สวมชุดชั้นในเพราะเกรงว่าจะทำให้ชุดเสียรูปทรง น.ส.โชติรส กล่าวว่า ต้องขอโทษที่คำสัมภาษณ์ตนทำให้สื่อเข้าใจผิด จริงๆ แล้วมีชุดชั้นในที่ติดกับชุด

  เมื่อถามก่อนที่จะสวมชุดที่เป็นข่าว ได้มีใครแนะนำให้สวมหรือคิดอย่างไรถึงสวม น.ส.โชติรส ชักสีหน้าด้วยความเบื่อหน่าย ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “เอมี่”ขอบอกว่าถ้าดังแบบนี้  เอมี่ก็ไม่อยากดัง  สิ่งที่ทำไปรู้เท่าไม่ถึงการณ์  เอมี่พลาดไปแล้ว ขอโทษ

 ผู้สื่อข่าวถามด้วยว่า เรื่องที่เกิดขึ้น ผู้ปกครองทราบและได้พูดคุยอะไรหรือไม่ น.ส.โชติรส ทำสีหน้าเบื่อหน่ายและตอบทั้งน้ำตาว่า  เรื่องนี้ตนผิด กรุณาอย่าพาดพิงถึงพ่อแม่เพราะไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำด้วย   ไม่อยากให้ไปกระทบกระเทือนจิตใจพ่อแม่ ตนรักพ่อแม่มาก แค่นี้ตนก็แย่พอแล้ว ขอให้จบแค่นี้ ส่วนเพื่อน  หลังจากเกิดเรื่องก็ให้กำลังใจดีมาก ไม่ทิ้งตน  ทำให้เห็นเพื่อนแท้ และขอขอบคุณเพื่อนทุกคน

  เมื่อถามถึงอนาคตทางการแสดงที่ดับวูบลงเพราะนายสมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ หรือ “เสี่ยเจียง” ไม่ให้งานอีกจะทำอย่างไรต่อไปนั้น  น.ส.โชติรส ชักสีหน้าด้วยความไม่พอใจ  และนิ่งไม่ตอบคำถาม  ทำให้ดร.ปริญญา  ต้องตอบคำถามแทนว่า  คิดอยู่แล้วว่าสื่อต้องถาม จึงได้สอบถามน.ส.โชติรสก่อนหน้านี้ ซึ่งได้รับคำตอบว่าจะกลับมาพิจารณาเรื่องนี้อีกครั้งหลังจากที่ผ่านการสอบปลายภาคเรียนหรือประมาณต้นเดือนมีนาคม

  ดร.ปริญญา กล่าวอีกว่า    ได้ขอให้น.ส.โชติรส เตรียมชุดที่ใส่ในวันงานมาด้วย เพราะก่อนหน้านี้มีข่าวว่าน.ส.โชติรสสวมชุดโดยไม่มีชุดชั้นใน หลังจากสอบถามจนได้ข้อมูลหมดแล้วก็ได้ให้ออกไปรอนอกห้อง เพื่อตนจะได้พิจารณาตัดสินร่วมกับผู้บริหารคณะศิลปศาสตร์  ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วเห็นว่าชุดที่ใส่ในวันงานสุพรรณหงส์ทองคำก็เป็นชุดที่เปิดเผยมากอยู่แล้ว  หากไม่ใส่ชุดชั้นในอีกคงเป็นไม่เหมาะสมอย่างมาก  แต่เมื่อพิจารณาจากชุดที่ น.ส.โชติรส นำมาแล้วก็พบว่าชุดดังกล่าวมีชุดชั้นในอยู่ตัวที่ทำขึ้นให้เข้ากับชุด  

 นอกจากนี้   คณาจารย์ได้สอบถาม น.ส.โชติรสในประเด็นต่างๆ ตามที่ได้ปรากฏเป็นข่าว นอกจากนั้น น.ส.โชติรส ได้ยอมรับด้วยว่าเคยถ่ายแบบชุดว่ายน้ำ มาก่อน แต่ไม่ได้ทำด้วยความสมัครใจ เนื่องจากถูกชักชวนไปถ่ายชุดราตรี  แต่เมื่อไปถึงก็พยายามหว่านล้อมให้ถ่ายชุดว่ายน้ำ เมื่อสอบถามข้อมูลต่างๆ เสร็จสิ้นแล้วก็ได้เชิญ น.ส.โชติรสออกมานั่งรอด้านนอกห้องประชุม  จากนั้นจึงได้พิจารณาโทษของ น.ส.โชติรสกันเป็นการภายใน โดยรศ.ดร.สิทธิโชค วรานุสันติกูล คณบดีคณะศิลปศาสตร์ มธ. เห็นว่าชุดที่ น.ส.โชติรส ใส่ในวันงานนั้นแม้จะโป๊มากไป แต่ได้สวมชุดชั้นในโดยเฉพาะด้านล่าง และที่สำคัญที่สุดคือนักศึกษารู้สึกสำนึกผิดในสิ่งที่ทำไปว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และยอมรับการตัดสินของมหาวิทยาลัยทุกอย่าง

 ดร.ปริญญา กล่าวอีกว่า  มธ.ในฐานะที่สอนให้นักศึกษามีสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม ใช้สิทธิเสรีภาพโดยคำนึงถึงความเหมาะสม  แม้ว่าในครั้งนักศึกษาจะใช้เสรีภาพที่เกิดความเหมาะสมไปบ้าง แต่ได้ป้องกันชุดของตนเองแล้วในระดับหนึ่ง ที่สำคัญคือนักศึกษาสำนึกผิดและได้ขอโทษในสิ่งที่กระทำไป   "คณาจารย์จึงมีมติให้ลงโทษโดยการทำหนังสือว่ากล่าวตักเตือนอย่างเป็นทางการ ให้ระมัดระวังการใช้เสรีภาพอย่างมีขอบเขตและคำนึงถึงสังคม นอกจากนั้นจะให้นักศึกษาไปบำเพ็ญประโยชน์โดยการอ่านหนังสือลงเทปให้กับนักศึกษาตาบอดเป็นเวลา 15 วัน หลังจากการสอบปลายภาควันสุดท้ายเสร็จสิ้น อีกทั้งจะได้มีการบำเพ็ญประโยชน์ในด้านอื่นๆ ตามมาด้วย อย่างไรก็ตามเมื่อมหาวิทยาลัยมีคำตัดสินเช่นนี้แล้วก็ถือว่าเรื่องทุกอย่างจบในวันนี้"รองอธิการบดีมธ. กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ น.ส.โชติรส ให้สัมภาษณ์ในวันงานสุพรรณหงส์ว่าไม่ได้สวมใส่ชุดชั้นในเนื่องจากเกรงว่าจะทำให้ชุดเสียรูปทรงนั้น ดร.ปริญญา กล่าวว่า  คณาจารย์ได้สอบถามนักศึกษาในประเด็นนี้แล้ว แต่ได้รับการยืนยันว่าที่บอกว่าไม่ได้ใส่ชุดชั้นในนั้นหมายถึงไม่ได้ใช่ชุดชั้นในตามปกติ แต่ใส่ชุดชั้นในที่ทำพิเศษเข้ากับชุด

 เมื่อถามว่า หลังจากนี้หากพบว่ามีกระทำผิดอีกครั้งจะมีมาตรการลงเพิ่มเติมหรือไม่ รองอธิการบดีมธ.  กล่าวอีกว่า  การตัดสินใจลงโทษด้วยการว่ากล่าวตักเตือนนั้น เป็นการพิจารณาบนพื้นฐานของอาจารย์กับลูกศิษย์ หากนักศึกษาสำนึกผิด และเสียใจกับสิ่งที่ได้กระทำ พร้อมทั้งออกมายอมรับผิดและขอโทษสังคมแล้ว ในฐานะอาจารย์ก็ควรให้โอกาส แต่หากพบว่ากระทำผิดซ้ำซากในอนาคตก็คงต้องว่ากันไป

 ทั้งนี้  กรณีที่เกิดขึ้นถือเป็นบรรทัดฐานของนักศึกษาดารา ซึ่งถือเป็นบุคคลาสาธารณะนั้น หากจะแต่งตัวไปงานปาร์ตี้ส่วนตัวหากจะแต่งตัวโป๊ขนาดไหนคงไม่มีปัญหา  แต่เมื่อแต่งตัวโป๊ไปงานและมีภาพปรากฎถ่ายทอดทางโทรทัศน์ หรือตามหน้าหนังสือพิมพ์นั้น เป็นการแสดงเสรีภาพที่เหมาะสมหรือไม่ โดยเฉพาะในสังคมปัจจุบันการแต่งกายของดาราเป็นที่จับตามองของสังคมมักต้องเปิดเผยร่างกายมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อแข่งขันกัน ซึ่ง น.ส.โชติรส ได้ยอมรับผิดว่าไม่ได้คำนึงถึงปัญหาเหล่านี้เพียงพอ

 “ปัญหานี้ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะศิษย์เก่า มธ.ส่วนหนึ่งเห็นว่า มธ.ควรดำเนินการลงโทษขั้นรุนแรงกับ น.ส.โชติรส แต่อีกด้านหนึ่งก็เห็นว่าเป็นเสรีภาพของนักศึกษา อีกทั้ง มธ.ไม่ใช่โรงเรียนมัธยม นักศึกษาถือเป็นผู้ใหญ่เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว ก็จำเป็นต้องลงโทษอย่างเหมาะสม ไม่หนักหรือเบาเกินไป   หากนักศึกษาไม่ได้สำนึกผิด มั่นใจว่ามาตรการลงโทษคงจะต้องรุนแรงกว่านี้ และยืนยันว่า มธ.ไม่ได้เลือกปฏิบัติ หรือลงโทษไปตามกระแส แต่คำนึงถึงเหตุผลและข้อเท็จจริงของที่มีอยู่ โดยเร็วๆ นี้จะได้เชิญนักศึกษาดาราของ มธ.มาหารือและร่วมรณรงค์ในเรื่องการแต่งกายให้เหมาะสม โดยอาจให้นักศึกษาในกลุ่มนี้มาเป็นพรีเซนเตอร์การแต่งกายเหมาะสมของนักศึกษาด้วย" ดร.ปริญญา กล่าว

 รศ.ดร.สิทธิโชค กล่าวว่า  น.ส.โชติรส ยินดีทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์นอกมหาวิทยาลัยด้วย ไม่ใช่เฉพาะในมหาวิทยาลัย  ซึ่งแสดงถึงความตั้งใจและเจตนาที่ดี  ซึ่งบทลงโทษดังกล่าว เพื่อให้น.ส.โชติรสเป็นคนดี  ไม่ได้จะทำให้หมดอนาคต จากการสอบถามอาจารย์ที่ปรึกษา ไม่เคยประพฤติเสียหาย ครั้งนี้ถือเป็นความผิดครั้งแรก ซึ่งน.ส.โชติรสตั้งใจเรียน แต่งกายเรียบร้อย ผลการเรียนปานกลางและเทอมไหนที่ตั้งใจเรียนและไม่มีงานแสดง ผลการเรียนก็จะได้เกรดเฉลี่ยมากกว่า 3.00 อย่างไรก็ตาม  ก็ไม่สามารถได้เกียรตินิยมเพราะต้องรีเกรดบางตัว หลังจากนี้จะให้อาจารย์ที่ปรึกษาดูแลน.ส.โชติรสเป็นพิเศษ