![]() |
![]() |
![]() |
|
นักวิชาการชำแหละรัฐประหาร 19 ก.ย.ผุดเผด็จการไทยๆ นักวิชาการชำแหละรัฐประหารล้มระบอบทักษิณ ผุดเผด็จการจำแลงใต้คราบ คปค. ย้ำตรวจสอบทุจริตคอรัปชั่นรัฐบาลทักษิณไม่ได้ เพราะข้าราชการประจำที่มาเป็นรัฐมนตรีไม่กล้า ที่ห้องสมาคมศิษย์เก่ารัฐศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย มีการเสวนาเรื่อง " เผด็จการอำพรางในระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ" โดยมีนักวิชาการหลายคนร่วมเสวนา นายจรัล ดิษฐาอภิชัย กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า หลังจากเกิดรัฐประหาร หลายคนชื่นชมและคาดหวังว่าจะทำให้มีประชาธิปไตยมากขึ้น ต้องตั้งคำถามกลับไปว่าขณะนี้เราจะเป็นประชาธิปไตยอย่างไร ในเมื่อยังมีการประกาศกฎอัยการศึก การห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน หรือสถาบันการเมืองอย่างพรรคการเมืองที่แม้จะยังอยู่แต่ก็ห้ามดำเนินการเคลื่อนไหวใดๆ ถือได้ว่าเป็นประชาธิปไตยที่เป็นเผด็จการ แต่สิ่งเหล่านี้คนจำนวนหนึ่งมองไม่เห็น "รัฐประหารวิทยุชุมชนถูกปิด 600 กว่าสถานี แม้ตอนนี้จะอนุญาตให้เปิดได้ แต่ก็มีการขอร้องให้อย่าวิพากษ์วิจารณ์การเมืองมาก แต่ในทางกลับกัน FM. 92.25 ไม่เพียงไม่ถูกสั่งปิด แต่เพิ่มกำลังส่งมากยิ่งขึ้น อยู่ถึงนนทบุรีก็ได้ยิน อาจเป็นเพราะว่าเป็นฝ่ายเดียวกันกับฝ่ายรัฐประหาร จึงไม่กลัวอะไร"นายจรัล กล่าวและว่า ประชาธิปไตยไทยถอยหลังกลับไปก่อนปี 2540 ซึ่งเราจะได้เห็นการมีพรรคการเมืองหลายพรรค มีทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ซึ่งไม่มีพรรคใดครอบครองเสียงข้างมากในสภาได้ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งก็อาจเป็นการรวมตัวกันของพรรคการเมือง 3 - 4 พรรค ซึ่งมีการต่อรองเกมการเมืองกัน สภาพการต่อจากนี้ก็คงไม่ต่างกันมากนัก อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ บรรดานักการเมืองที่แพแตกจากการสลายตัวของพรรคการเมืองขนาดใหญ่ อาจมีการจัดตั้งพรรคใหม่โดยการสนับสนุนของทหารบางราย เหมือนกรณีของพรรคสามัคคีธรรมในอดีต ที่จัดตั้งหลังการรัฐประหารโดย รสช. นอกเหนือจากนี้ เวทีการเมืองในท้องถิ่นจะมีบทบาทของทหารมากยิ่งขึ้น ซึ่งพบว่าขณะนี้แม้แต่ อบต.จะประชุมกัน ก็มีทหารเข้านั่งฟัง แม่ทัพนายกองเรียกคนมาเตือน เหตุการณ์เหมือนในอดีตจะกลับมาเรื่อยๆ "2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีคนชอบการทำรัฐประหาร โพลล์ก็บอกว่าชอบนายกฯ คนใหม่ แต่นั่นก็เป็นเรื่องของบุคคล ไม่ใช่เรื่องของระบบ" กรรมการสิทธิฯ รายนี้ กล่าวอีกว่า 15 ปีที่ผ่านมาหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ เราคิดว่าประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย ประชาชนมีสิทธิ เสรีภาพอย่างมาก มีการชุมนุมเดินขบวนเพื่อเรียกร้องการแก้ปัญหาและข้อเสนอของกลุ่มตน ในขณะที่พรรคการเมืองก็เป็นใหญ่เป็นโต ตอนแรกตนเข้าใจว่าประชาธิปไตยได้ลงหลักปักฐานในสังคมไทยแล้ว แต่เมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา ความคิดเหล่านี้ก็ล้มลงไปเลย และไม่รู้ว่าจะใช้เวลาอีกนานเท่าไหร่ ประชาธิปไตยจะลงรากในสังคมไทยอย่างมั่นคง นายสุชาย ตรีรัตน์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ฯ กล่าวว่า รัฐประหารเป็นสิ่งที่ไม่ได้เกินการคาดเดาของตนมากนัก ไม่ว่ารัฐประหารเมื่อปี 2534 หรือในครั้งนี้ ทั้งนี้เพราะเชื่อว่ารัฐประหารเป็นเรื่องของคนที่ป่าเถื่อน บัดซบ ถ่อยและเลวร้ายที่เกิดขึ้นเป็นช่วงๆ ของสังคมไทย ทุกคนรับรู้ดีว่ามันเป็นสิ่งที่เลวร้าย ซึ่งคปค.หรือขณะนี้เปลี่ยนเป็นคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติก็รับรู้ถึงจุดนี้ดี จึงมักมีท่าทีที่จะคอยแก้ตัวมาโดยตลอดหลังการยึดอำนาจ ในเบื้องต้นตนเชื่อว่าระบอบทักษิณเป็นสิ่งที่ฉาบฉวย แม้ว่าจะให้ประโยชน์กับประชาชนบ้าง แต่ก็เกิดปัญหาตามมา อย่างไรก็ตาม การล้มล้างระบอบทักษิณ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำลายระบบประชาธิปไตยตามไปด้วย นายสุชาย กล่าวอีกว่า เหตุที่แท้จริงของการยึดอำนาจในครั้งนี้คือการช่วงชิงอำนาจกันของกลุ่มที่ฝักฝ่ายการเมืองระหว่างทุนเก่ากับทุนใหม่ ซึ่งก่อนหน้านี้แม้จะเคยประสานกันได้บ้าง แต่ในครั้งนี้ถือเป็นความขัดแย้งที่ประสานไม่ได้อีกต่อไป นอกจาก 2 กลุ่มนี้แล้ว ยังประกอบด้วยกลุ่มเสรีนิยมชนชั้นกลางที่เสียประโยชน์จากการเรืองอำนาจของทุนใหม่รวมอยู่ด้วย ซึ่งนำมาสู่การรวมตัวกันคัดค้านในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม หลายคนโดยเฉพาะนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ให้เหตุผลซึ่งระบุว่าการยึดอำนาจดำเนินไปเพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวายกลางเมืองหรือจราจล ซึ่งเป็นข้ออ้างเดียวกันกับ คปค. ที่เป็นคาดการณ์ที่ส่งเดชไปเท่านั้น ดังนั้น ควรต้องเข้าใจรัฐธรรมนูญเสียใหม่ จากเดิมที่เรารับรู้ว่าเป็นกฎหมายสูงสุดและเป็นกฎหมายแม่บทของประเทศ ตนขอให้ทำความเข้าใจว่าแท้จริงแล้ว รัฐธรรมนูญเป็นเพียงข้อตกลงชั่วคราวในความสัมพันธ์ทางอำนาจาในฝักฝ่ายต่างๆ ทางการเมือง ถ้าเมื่อใดรัฐธรรมนูญได้ถูกร่างขึ้นก็หมายความว่าฝ่ายต่างๆ ได้ตกลงกันได้แล้ว อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่มักถูกอ้างถึงมาโดยตลอด แต่ไม่ได้มีอำนาจเท่าไหร่คือกลุ่มคนชั้นล่าง นอกจากนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นคือเมื่อใดที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเสียเปรียบจะต้องมีการต่อรอง แต่ตราบใดที่ต่อรองไม่ได้ก็จำเป็นต้องมีการฉีกรัฐธรรมนูญในที่สุด นายสุชาย ตั้งข้อสังเกตการรัฐประหารว่า มีการอ้างทำเพื่อประชาชน และอ้างความสงบสุขของบ้านเมือง แต่ในทางตรงกันข้ามก็หวั่นเกรงพลังของประชาชนโดยการห้ามการแสดงออกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มของไทยรักไทยเก่าหรือไม่ก็ตาม นอกจากนี้ ยังมีความพยายามจะช่วงชิงฐานประชาชนของกลุ่มทุนต่างๆ ตามมาด้วย ส่วนในประเด็นใครได้ใครเสียในการทำรัฐประหารในครั้งนี้ นายสุชาย ระบุแต่เพียงว่า เห็นได้ขัดเจนว่าใครเป็นฝ่ายได้และเสีย ฝ่ายที่ได้ขณะนี้ก็กำลังพยายามปรับการทำงานของธนาคารไทยพาณิชย์ อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญคือฝ่ายที่เสียประโยชน์มากที่สุดคือคนชั้นล่าง เนื่องจากถูกควบคุม ห้ามมีการเคลื่อนไหวใดๆ สิ่งสำคัญคือหลังจากนี้จะแสวงหาประโยชน์ให้กับประชาชนได้อย่างไร นโยบายประชานิยมของรัฐบาลทักษิณที่ปูทางไว้อาจจะเพื่อเป็นประโยชน์ทางการเมืองในขณะนั้น แต่ต่อจากนี้จะต้องไปไกลกว่า จาก 30 บาทรักษาทุกโรค จะต้องให้เป็นการรักษาฟรี ตนเสนอนโยบายรัฐสวัสดิการที่รัฐบาลใหม่จะต้องทำ ในแง่หนึ่งข้อเสนอรัฐสวัสดิการเท่ากับเป็นการตรวจสอบความจริงใจของนักการเมืองหรือบุคคลสาธารณะเหล่านี้ด้วยว่าต้องการความเป็นธรรมในสังคมหรือไม่ โดยมาตรการสำคัญคือ การเก็บภาษีก้าวหน้า นายประวิตร โรจนฤกษ์ ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ เดอะเนชั่น กล่าวว่า การรัฐประหารครั้งนี้เป็นการวัดความเข้าใจของสังคมไทยต่อประชาธิปไตย จะเห็นได้ว่าลักษณะประชาธิปไตยของสังคมไทยมี 4ลักษณะ 1 เป็นระบบอุปถัมป์ ไม่กล้าตั้งคำถามกับผู้อาวุโส กระทั่งในวงดารสื่อมวลชนเอง ก็ไม่รับฟังผู้ที่มีตำแหน่งน้อยกว่า 2 ไม่ให้ความสำคัญต่อหลักการแต่หวังผลลัพธ์ระยะสั้น เช่นบ่างกลุ่มเคยกดดันศาลรัฐธรรมนูญ และปปช. ขณะที่ตรวจสอบทักษิณ เพราะเชื่อวาทักษิณเป็นคนดี แต่พอจะให้ทักษิณลงจากตำแหน่ง กลับ ไปขอให้ทหารยึดอำนาจ หรือการเชื่อในตัวบุคคลว่าพลเอกสนธิและพลเอกสุรยุทธ์เป็นคนดี มากกว่าให้ความสำคัญกับหลักการการได้อำนาจ 3 กลัวความแตกต่าง กลัวการถกเถียง พอใจในความสงบอย่างฉาบฉวยทำให้ประชาธิปไตยไม่เกิดขึ้นจริง 4 ไม่เรียนรู้อดีตว่าการฉีกรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่ร้ายแรง นำไปสู่การใช้อำนาจอย่างเผด็จการเพราะสมัย รสช. คนไทยก็ดีใจในช่วงแรกๆ หลังจากนั้นก็ต้องสู้กับการใช้อำนาจเผด็จการ นอกจากนั้น การยึดในตัวบุคคล นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ กล่าวว่า รัฐประหารเหมือนการเผาบ้าน โดยมีคนเชียร์รัฐประหารเปิดประตูให้ทหารเข้ามาเผาบ้านตัวเอง เช่น นักประชาธิปไตยบางคนแสดงความไม่เชื่อมั่นต่อประชาชนกลับเชื่อว่ารัฐประหารเป็นทางออก ทั้งที่มีคนจำนวนมากที่รู้สึกเจ็บปวด เจ็บใจ กับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ สื่อมวลชนกลับนำเสนอภาพแต่คนที่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร การมอบดอกไม้และเด็กถ่ายรูปกับรถถังโดยไม่รู้ตัวว่ากำลังเพาะบ่มความเป็นอำนาจนิยมให้เด็กรู้สึกยอมรับกับการใช้อำนาจเช่นนี้ นอกจากนั้น การที่ คปค.ปรับเปลี่ยนมาเป็นคณะมนตรีความมั่นคง ก็ยังมีอำนาจมากมาย เช่นการถอดถอนนายกรัฐมนตรีก็สามารถทำได้ ขอเสนอให้มีการนำรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 มาใช้ มากกว่าที่จะปล่อยให้สถานการณ์ทางการเมืองเป็นไปภายใต้เงื่อนไขกฎอัยการศึก ประกาศ และคำสั่งของคณะปฏิรูปฯ ที่ห้ามการชุมนุมทางการเมือง ห้ามผู้ใช้แรงงานชาวไร่ชาวนามิให้ออกมาเคลื่อนไหว และขณะนี้เกิดปรากฏการณ์ " สส.โสเภณี" ไม่ต่างจากปี 2535 สังคมไทยไม่ควรถอยหลังไปมากขนาดนี้ นางประทีป กล่าวอีกว่า คนที่ไม่เห็นด้วยกับการยึดอำนาจในครั้งนี้ ต้องลุกขึ้นมาต่อสู้ โดยสันติวิธี หากความรุนแรงจะเกิดขึ้นก็เป็นเพราะการใช้กำลังอาวุธของทหาร มิใช่ประชาชน "อย่าไปใช้วิชาโจรกับโจร เพราะจะเกิดความเสียหายมากกว่า เราต้องเรียกสติปัญญากลับคืนมา " นางประทีป กล่าว นายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักศึกษาปริญญาเอก ด้านทฤษฎีการเมือง มหาวิทยาลัยฮาวาอิ กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้น คือเผด็จการแบบไทยๆ ไม่ใช่ประชาธิปไตยแบบไทยๆ การใช้อำนาจของทหารย่อมใช้ฐานความคิดแบบทหารไม่สามารถสร้างประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นได้ และอำนาจของระบบข้าราชการ จะกลับมาแทนที่พัฒนาการของภาคประชาชน สิ่งที่น่าตั้งข้อสังเกตคือ การทุจริตคอรัปชั่นของรัฐบาลชุด พ.ต.ท.ทักษิณ จะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่ได้รับความร่วมมือจากข้าราชการประจำ ซึ่งข้าราชการเหล่านี้กำลังจะเข้ามามีตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลทหารชุดนี้ ภายใต้บรรยากาศทางการเมืองที่ไม่สามารถตรวจสอบการใช้อำนาจทางการเมืองได้ ดังนั้นควรจะมีการตรวจสอบความโปร่งใสไม่ต่างจากการตรวจสอบรัฐบาลที่ผ่านมา โดยปราศจากข้อยกเว้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งบัญชีทรัพย์สินก่อน และหลังจากเข้ารับตำแหน่งทางการเมือง นอกจากนั้นการรัฐประหารครั้งนี้ ยังมีลักษณะคล้ายกับการรัฐประหารในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ที่ฝ่ายรัฐประหารอ้างว่าเพื่อปกป้องสถาบันหลักของชาติ ดังนั้นกระบวนการทำร้ายฝ่ายตรงข้าม ก็คือการสร้างข้อกล่าวหาว่ามีผู้คุกคามสถาบันหลักของชาติ ซึ่งเป็นเรื่องอันตรายจะนำไปสู่การทำลายปราบปรามการเคลื่อนไหวของทุกกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล ที่ผ่านมามีบางกลุ่มออกมาเคลื่อนไหวชุมนุม แม้จะไม่มีการจับกุมแต่ก็ไม่มีอะไรประกันได้ว่า การจับกุมจะไม่เกิดขึ้นเมื่อมีประกาศบังคับใช้อยู่ ทั้งนี้การเสวนาดังกล่าว มีผู้ให้ความสนใจจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มคาราวานคนจนที่มาร่วมฟังกว่า 10 คน ซึ่งแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการรัฐประหาร โดยเฉพาะเหตุผลที่ว่าจะมีการปะทะระหว่างกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและกลุ่มผู้สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ โดยนายชินวัตร หาบุญพาด สมาชิกกลุ่มคาราวานคนจน กล่าวว่ากลุ่มคาราวานคนจนอยู่ในระหว่างเกี่ยวข้าว ไม่ได้มีการนัดหมายชุมนุมในวันที่ 20 กันยายน ตามที่ คปค.อ้าง เพราะทางกลุ่มคาราวานจะเคลื่อนไหวก็ต่อเมื่อหลังเลือกตั้งผ่านไปแล้ว มีการต่อต้านรัฐบาลชุดใหม่
|
|
|
| Copyright © 2006 All rights reserved. NKT NEWS CO.,LTD. Contact us : ktwebeditor@nationgroup.com |