รัฐศาสตร์จุฬาฯต้าน’ระบอบทักษิณ-รัฐประหาร’กีดกันสิทธิคนจน

"รัฐศาสตร์จุฬาฯ" ค้านประชาธิปไตยรัฐบาลทักษิณ และต้านรัฐประหาร เพราะประชาธิปไตย กลับวนเวียนมาจากชนชั้นกลาง ทหาร และชนชั้นนำกลับคืนอีกครั้ง ระบุแต่ยังกีดกั้นสิทธิคนจนไม่ให้เข้ามาสู่โครงสร้างทางการเมือง

นายใจ อึ้งภากร อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งคำถามว่า การที่คนยอมรับการยึดอำนาจนั้นเพราะไม่เข้าใจ 2 เรื่อง คือ

  1. ไม่เข้าใจว่าประชาธิปไตยคืออะไร
  2. การไม่ดูถูกประชาชน เพราะการเลือกตั้งในปี 2548 มีเสียงที่สนับสนุนพรรคไทยรักไทย 19 ล้านเสียง และการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา มีผู้สนับสนุนพรรคไทยรักไทย 16 ล้านเสียง และไม่เลือกใครอีก 10 ล้านเสียง ซึ่งไม่สามารถไปว่าประชาชนที่เลือกพรรคไทยรักไทยว่าเป็นพวกโง่ไม่ได้

แต่เป็นเพราะประชาชนไม่มีทางเลือกอื่นที่ดี นอกจากเลือกพรรคไทยรักไทย ดังนั้นถ้าจะแก้ไขสถานการณ์ที่เป็นอยู่ได้ จึงจำเป็นจะต้องมีข้อเสนอที่ดีกว่าพรรคไทยรักไทย และเมื่อไม่มีทางเลือกที่เสนอนโยบายดีกว่าจึงต้องหันมาเรียกร้องการปฏิวัติ และทำให้การดำเนินวางโครงสร้างทางการเมืองกลับไม่ได้มีที่มาจากคนจน แต่กลับมาจากคนชั้นกลาง ทหาร ชนชั้นนำ

นายใจ กล่าวว่า คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.)จะดำเนินการอย่างไรกับ การสูญหายของทนายสมชาย นีละไพจิตร จะดำเนินการเอาตัวคนผิดมาลงโทษได้หรือไม่ หรือการวิสามัญฆาตกรรมจากการทำสงครามปราบปรามยาเสพย์ติด กรณีตากใบ ทหารจะสามารถใช้การเมืองนำการทหารได้หรือไม่ จะทำอย่างไรกับโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค จะมีการเก็บภาษีก้าวหน้าจากคนรวยมาปรับปรุงโครงการ 30 บาทหรือไม่

ดร.ประภาส ปิ่นตบแต่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า การที่คปค.ประกาศยึดอำนาจ และยกเลิกรัฐธรรมนูญอาจจะเป็นการกีดกัดสิทธิของคนจน และระงับข้อเรียกร้องการต่อสู้ต่างๆ ที่ทำมาโดยตลอดก่อนหน้านี้ตามสิทธิที่อยู่ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะได้รับสิทธินั้นกลับมาอีกเมื่อไหร่ เพราะหากเป็นชนชั้นกลางก็จะได้รับสิทธิภายใน 1 ปี แต่กับคนจนที่จะเรียกร้องสิทธิในการชุมนุม สิทธิการดูแลทรัพยากรในพื้นที่นั้นยังไม่รู้ว่าจะได้รับกลับมาหรือไม่

ดร.ประภาส กล่าวว่า การที่คณะปฏิรูปฯ จะยังดำเนินการต่อในโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน เอ็สเอ็มแอล นั้นเป็นเรื่องเข้าใจผิดซึ่งจากการที่ได้ทำงานวิจัยพบว่า โครงการประชานิยมต่างๆ ทำให้ระบบอุปถัมป์ในพื้นที่ รวมตัวผูกพันคนไว้ด้วยทรัพยากรเหล่านี้ ซึ่งแทนที่จะทำให้ชาวบ้านหลุดพ้นจากตรงนี้กลับเข้าไปดำเนินการต่อ ซึ่งทางที่ถูกต้องควรจะใช้ระบบสวัสดิการนิยม มากกว่าประชานิยม

ดังนั้น การที่อีก1-2 วันนี้จะมีธรรมนูญปกครองออกมา โดยมีการกำหนดโครงสร้างต่างๆขึ้นมาเป็นไปโดยกลุ่มเนติบริกร ที่ใช้เวลาคิดเพียงไม่นาน และก็ออกมาสำเร็จรูป ไม่สามารถไปโต้แย้งอะไรได้ จึงเป็นเรื่องน่าเสียดาย ซึ่งหากยังอยู่ในระบบเก่า ก็จะสามารถออกมาโต้เถียงแสดงความคิดเห็นหรือ ใช้มาตรา 313 ในการแก้ไขก็ได้

นายศิโรฒน์ คล้ามไพบูลย์ นักศึกษาปริญญาเอกมหาวิทยาลัยฮิ กล่าวว่า อยากเรียกร้องไม่อยากให้กลุ่มคณะปฏิรูปทำในสิ่งที่พ.ต.ท.ทักษิณ เคยทำ อย่างการปฏิรูปการปกครองซึ่งให้กลุ่มชนชั้นนำมาเป็นผู้กำหนดโมเดลรัฐธรรมนูญ คล้ายกับในอดีตที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อคิดจะปฏิรูปการปกครองก็ใช้คนของตัวเองออกมาวางรูปแบบใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องของชนชั้นนำเพียงไม่กี่คน ซึ่งหากครั้งนี้การปฏิรูปอยู่ในมือทหาร หรือทหารเกษียณที่กลายเป็นพลเรือน ก็จะทำให้ย้อนกลับไปสู่ยุคก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475

นายศิโรฒน์ กล่าวว่า ยังไม่เห็นคปค.พูดเรื่องการให้พรรคการเมืองเข้าไปมีส่วนร่วมในการปฏิรูปการเมือง ทั้งที่พรรคการเมืองจะเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในกลไกประชาธิปไตย ซึ่งหากไม่มีการเชื่อมโยงตรงนี้ อาจจะทำให้ต่อไปพรรคการเมืองที่เข้ามาหลังรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เกิดความอ่อนแอได้

 

Copyright © 2006 All rights reserved. NKT NEWS CO.,LTD.
Contact us : ktwebeditor@nationgroup.com