วันจันทร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2549
เร่งแก้ก.ม.แบงก์ชาติ-การเงิน วางรากฐานการเงินประเทศ
คมช.ห่วงคลื่นใต้น้ำขวาง"ทักษิณ.กลับ

ภายหลังจากรัฐบาลชุดใหม่เข้าทำหน้าที่บริหารประเทศ โดยมี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ความหวังในการผลักดันร่างกฎหมายการเงินต่างๆ ดูเหมือนจะมีความเป็นไปได้มากขึ้น โดยเฉพาะกฎหมายการเงินที่เกี่ยวข้องกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งแม้ว่าในสมัยที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เป็นผู้ว่าการ ได้พยายามผลักดันเพียงใดก็ยังไม่สามารถออกเป็นกฎหมายได้ แต่ในภาวะที่สภานิติบัญญัติมาจากการแต่งตั้ง ถือเป็นช่วงจังหวะเหมาะสมที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ มั่นใจว่าสามารถออกกฎหมายธปท.และวางรากฐานด้านการเงินของประเทศได้

กฎหมายสำคัญๆ ที่เกี่ยวข้องกับ ธปท. มีทั้ง ร่าง พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย ร่าง พ.ร.บ.เงินตรา ร่าง พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงิน รวมถึง ร่าง พ.ร.บ.สถาบันประกันเงินฝาก โดยร่าง พ.ร.บ.สถาบันประกันเงินฝากเป็นร่างเดียวที่พ้นออกจาก ธปท.ไปแล้วขณะนี้

การผลักดันให้เกิดพระราชบัญญัติใหม่ๆ ทางการเงิน ถือเป็นความจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากพระราชบัญญัติที่ใช้อยู่เดิมเริ่มที่จะไม่รองรับกับการเปลี่ยนแปลงทางการเงินที่เพิ่มขึ้น ในโลกที่เครื่องมือทางการเงินมีวิวัฒนาการมากมาย และตลาดบริการการเงินก็เปิดเสรีกับต่างชาติมากขึ้นด้วย

การเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เข้ากับโลกการเงินสมัยใหม่นั้น เห็นได้จากเนื้อหาของร่างพระราชบัญญัติต่างๆ นั่นคือในส่วนของ พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย และ พ.ร.บ.เงินตรา มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญๆ ในเรื่องการนำเงินทุนสำรองเงินตราไปลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศที่มีความทันสมัยมากขึ้น นางสาวนิตยา พิบูลย์รัตนกิจ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงินของ ธปท. ได้เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า ในร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเพิ่มประเภทการลงทุนของทุนสำรองเงินตราหลักๆ ใน 4 ประเภทของตราสารการเงิน


รองประธานคมช.ระบุอดีตนายกฯจะกลับไทย ต้องพิจารณาจากปัจจัยหลายอย่าง ชี้อีกไม่นานคงได้กลับ

รมว.กลาโหมขวาง "ทักษิณ" ขอกลับไทยช่วงนี้ ระบุต้องคำนึงถึงความมั่นคง หวั่นกลับมาแล้วก่อให้เกิด "คลื่นใต้น้ำ" เผยต้องรอให้ยกเลิกกฎอัยการศึกก่อน แล้วค่อยพิจารณคำขอ ขณะที่ "พล.อ.อ.ชลิต" ชี้อดีตนายกฯจะได้กลับไทยหรือไม่ต้องพิจารณาปัจจัยหลายอย่าง แต่เชื่ออีกไม่นานคงได้กลับ ครป.ชี้สถานการณ์ยังไม่เหมาะ กลัวเกิดม็อบสนับสนุน

พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ติดต่อผ่านพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ขอกลับประเทศไทยว่า โดยหลักการแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคนไทย สามารถเดินทางเข้า-ออกประเทศไทยได้ ถือเป็นสิทธิของประชาชน แต่ต้องขึ้นอยู่กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ควรมองว่าช่วงนี้เหมาะสมกลับประเทศไทยหรือไม่ และหากกลับมาแล้ว จะทำให้เหตุการณ์ที่เรียกว่า "คลื่นใต้น้ำ" ทวีความรุนแรงขึ้นหรือไม่ ขณะเดียวกัน เป็นเรื่องที่ฝ่ายความมั่นคง นายกรัฐมนตรี ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ต้องพิจารณาว่าการเดินทางกลับมาช่วงนี้ของ พ.ต.ท.ทักษิณ มีผลต่อความมั่นคงหรือไม่

"ในช่วงต้นต้องรอเลิกประกาศกฎอัยการศึก ก็จะเป็นคำตอบว่าสถานการณ์นิ่ง คิดว่าไม่นานเกินรอ ดังนั้น ท่านนายกฯ ทักษิณ จะกลับมาคงต้องรอให้ถึงวันนั้นจึงจะมาพิจารณา ท่านนายกฯ ทักษิณ ทราบดีว่าควรกลับหรือไม่ แม้ทางนี้จะบอกว่าเป็นสิทธิในฐานะคนไทย ดังนั้น หลังยกเลิกประกาศกฎอัยการศึก ก็จะเป็นข้อพิจารณาว่าควรจะกลับมาหรือไม่" รมว.กลาโหม กล่าวอีกว่า เมื่อมีสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้ว รัฐบาลและกระทรวงกลาโหมต้องเตรียมแถลงนโยบายต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หลังจากนี้จะได้พิจารณาว่ามีกฎหมายใด เรื่องใดที่จะต้องปรับปรุงแก้ไข จะพิจารณาเสนอต่อไป

"อัมมาร"วิเคราะห์มูลเหตุรัฐประหารพร่อง"นิติรัฐ"
"อัมมาร" ชี้ต้นตอรัฐประหารเพราะ "ประเทศประชาธิปไตยเอ่อล้น แต่นิติรัฐพร่อง" รัฐธรรมนูญปี 2540 เปิดช่องให้ "ทักษิณ" มีอำนาจเบ็ดเสร็จคุมทั้งด้านบริหารและนิติบัญญัติ แนะรัฐบาลใหม่ฟื้นระบบนิติรัฐ เริ่มต้นปฏิรูปตำรวจและอัยการ หาผู้รับผิดกรณีซีทีเอ็กซ์ 9000 เพราะเป็น" ทุจริตที่โปร่งใสที่สุด" ระบุรัฐบาลชั่วคราว ออกนโยบายที่ตระหนักว่ารัฐบาลเลือกตั้งสามารถดำเนินการได้ โดยควรยุบบีโอไอ และหันมาใช้วิธีการปฏิรูปโครงสร้างภาษี หั่นนิติบุคคลดึงต่างชาติเข้ามาลงทุนแทน


"ปิยสวัสดิ์" เร่งก.ม.กิจการไฟฟ้า-ก๊าซฯ สร้างองค์กำกับอิสระลดขัดแย้ง
เปิดนโยบายพลังงาน 1 ปี "ปิยสวัสดิ์" เร่งร่างพ.ร.บ.ประกอบกิจการไฟฟ้าและก๊าซธรรมชาติ สร้างกลไกการกำกับดูแลที่เป็นอิสระ เตรียมโอนอำนาจรัฐออกจากปตท. สางคดีฟ้องเพิกถอน 2 พระราชกฤษฎีกาแปรรูปปตท.


พิษภาษี"ชิน"เล็งเด้งอธิบดีสรรพากร
"ปรีดิยาธร" หวังปรับภาพพจน์คลัง เตรียมย้าย "ศิโรตม์ สวัสดิ์พาณิชย์" อธิบดีกรมสรรพากร หลังเผชิญมรสุมขายหุ้นชินคอร์ป เมินเก็บภาษีทายาทชินวัตร 6 พันล้านบาท ล้างผู้บริหารธนาคารรัฐ "กรุงไทย-ออมสินและธ.ก.ส." เล็งเข้าตรวจสอบเอสเอ็มอีแบงก์ หลังเอ็นพีแอลพุ่งถึง 51% พร้อมปฏิรูปการทำงานของแบงก์เฉพาะกิจ ประเดิมสูตรถือหุ้นไขว้ ธอส.กับออมสินเป็นรายแรก


copyright © NKT NEWS CO.,LTD.All Right Reserved.
Contact us :ktwebeditor@nationgroup.com