เลือกช็อปรถใหม่ มหกรรมยานยนต์

 

            ปี 2548 เป็นปีที่ตลาดรถยนต์มีความท้าทาย จากปัจจัยลบหลายๆประการที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของราคาน้ำมัน สถานการณ์ความไม่สงบ ภัยธรรมชาติ และโรคภัยต่างๆ และที่สำคัญก็คือความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อภาพรวมเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลว่าจะนำพาประเทศไปในแนวทางที่ดีขึ้นกว่าวันนี้

แต่อย่างไรก็ตามอุตสาหรรมยานยนต์ไทยก็ถือว่ามีลักษณะโดดเด่นเฉพาะตัว อย่างน้อยที่สุดภาคการผลิตก็ทำได้ทะลุ 1 ล้านคัน เร็วกว่าเป้าหมายไป 1 ปีเต็ม ส่วนยอดจำหน่ายจะเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ เหลือเวลาอีกไม่นานก็คงจะรู้ผล แต่คนในวงการก็เชื่อกันว่าจะเป็นไปตามเป้าหมาย เพราะช่วง 10 เดือนที่ผ่านมาก็ทำไปได้แล้ว 5.62 แสนคัน และยังมีปัจจัยบวกกระตุ้นตลาดอีกทางกับงาน มหกรรมยานยนต์ที่เริ่มต้นขึ้นแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา

            เป็นที่รู้กันดีว่าช่วงปลายปีจะเป็นฤดูการขายที่สำคัญของตลาดรถยนต์ เนื่องจากมีปัจจัยบวกหลายอย่าง ทั้งบรรยากาศที่ดีรับปีใหม่ หรือว่าการได้รับเงินก้อนจากโบนัสประจำปี แต่ปีนี้ก็มีความท้าทายเมื่อทิศทางเศรษฐกิจไม่ดีนัก เงินโบนัสบางบริษัทอาจจะลดลง หรือต่ำกว่าการคาดหวัง ขณะที่ค่ายรถยนต์ก็คาดหวังว่าการจัดกิจกรรมการตลาด การแนะนำรถใหม่ หรือรถที่ปรับเปลี่ยนบางส่วน (minor change) จะช่วยให้ยอดจำหน่ายเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

            ในงานมหกรรมยานยนต์ปีนี้ก็มีรถหลายๆรุ่นที่น่าสนใจ ทั้งรถที่เปิดตัวใหม่ในงาน หรือเปิดตัวให้ลูกค้าได้รู้จักไปแล้วก่อนหน้างานเล็กน้อย และมากระตุ้นการขายจริงจังภายในงาน รวมถึงรถที่จะมาสร้างสีสันให้ตลาด ไม่เน้นยอดขายมากนัก

            ออดี้ แม้ว่าสถานการณ์ตลาดจะเงียบๆไปในช่วงนี้ เนื่องด้วยปัญหาคาราคาซังระหว่างยนตรกิจกับบริษัทแม่ว่าจะเข้าตลาดเมืองไทยหรือไม่เข้า ยนตรกิจก็ไม่กล้าลงทุนทำอะไรมากนัก แต่ที่ผ่านมาออดี้ ก็เปิดตัวรถใหม่ไป 2 รุ่น และนำมาแสดงในงานคือ เอ 4 และ เอ 6 ใหม่

โดยเอ 4 เป็นรุ่นล่าสุดที่เปิดตัว มี 2 ตัวถังให้เลือกคือ ซีดาน และสเตชั่น แวกอน เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบ 200 แรงม้า ที่ 5,100-6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร ที่ 1,800-5,000 รอบ/นาที และเครื่องยนต์ 1,781 ซีซี เทอร์โบ 163 แรงม้า ที่ 5,700 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 225 นิวตันเมตร ที่ 1,950-4,700 รอบ/นาที

ทั้งนี้ทั้ง เอ 4 และ เอ 6 ในบ้านเรา ยนตรกิจบอกว่าช่วงนี้เป็นราคาพิเศษที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทแม่ ในจำนวนจำกัด

 

            เชฟโรเลต จับเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ใส่ให้กับ ออพตร้า เอสเตท เป็นที่เรียบร้อย หลังจากที่ทำตลาดเจ้ารถในรูปแบบสเตชั่น แวกอน ด้วยเกียร์ธรรมดามาระยะหนึ่ง ซึ่งก็เชื่อว่ารถรุ่นนี้จะได้รับการตอบรับจากลูกค้าพอสมควรทีเดียว อย่างน้อยที่สุดในคลาสนี้ก็ไม่มีรถที่เป็นคู่แข่งโดยตรง

            ส่วนเครื่องยนต์ยังเป็นตัวเดิมคือ 1.6 ลิตร 107 แรงม้าที่ 5,800 รอบ/นาที แรงบิด 150 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที

            ซีตรอง ซี 4 รถรหัสล่าสุดของซีตรองมาเจาะตลาดผู้ที่ชอบความแตกต่าง ไม่เหมือนใคร ซี 4 ถือเป็นรถที่มีลูกเล่นเฉพาะตัวที่น่าสนใจ มี 2 เครื่องยนต์ 2 รูปแบบ คือ คูเป้  1.6 ลิตร 4 สูบ 110 แรงม้า ที่ 5,750 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 147 นิวตันเมตร ที่ 4 ,000 รอบ/นาที ราคา 1.82 ล้านบาท และแฮทช์แบ็ค 2.0 ลิตร 143 แรงม้าที่ 6,000  รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 200 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที ค่าตัว 1.496 ล้านบาท

            ฮอนด้า ซีวิค โฉมใหม่ น่าจะเป็นรถที่ได้รับความสนใจอย่างสูงในงานนี้ โดยรถที่เป็นความหวังของฮอนด้าทั้งในเชิงของยอดขายและภาพพจน์ที่จัดการพัฒนามาเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเครื่องยนต์ รูปลักษณ์ หรือว่าความพร้อมพรั่งของอุปกรณ์มาตรฐานตัวนี้ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่คือ 1.8 ลิตร   i-VTEC 140 แรงม้าที่ 6,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 174 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบ/นาที ซึ่งฮอนด้าบอกว่า แรงกว่า 1.7 ลิตร ตัวเดิม แต่ประหยัดน้ำมันมากกว่า นอกจากนั้นก็มีเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร  i-VTEC ให้เลือกอีกตัวหนึ่ง ราคาซีวิคใหม่ อยู่ระหว่าง 7.63 แสนบาท - 1.068 ล้านบาท

            แลนด์โรเวอร์ เรนจ์โรเวอร์ สปอร์ต เป็นรถที่น่าสนใจคันหนึ่ง เมื่อผู้เชี่ยวชาญรถเอสยูวีหรูหรา ตัดสินใจเปิดตัวเอสยูวี ในรูปทรงสปอร์ต แต่ยังคงความหรูหราไว้เช่นเดิม มีเหตุผลก็คือตอบสนองลูกค้าที่ชื่นชอบในความเป็นเรนจ์โรเวอร์ที่ไฮเทค หรูหรา แต่ต้องการความสปอร์ตเพิ่มมากขึ้น และมีราคาอยู่ตรงกลางระหว่างดิสคัฟเวอรี่กับเรนจ์โรเวอร์

            เรนจ์โรเวอร์ สปอร์ต มี 3 เครื่องยนต์ คือ ดีเซล คอมมอนเรล วี 6  2,700 ซีซี ราคา 6.28 ล้านบาท เบนซินวี 8  4,400 ซีซี 300 แรงม้า 8.45 ล้านบาท และรุ่นท็อป เบนซินวี 8 ซูเปอร์ชาร์จ 4,200 ซีซี ราคา 9.65 ล้านบาท

            เลกซัส รถหรูญี่ปุ่นในเครือโตโยต้า ที่คาดหวังจะสร้างยอดขายขึ้นเทียบเท่ากับรถจากยุโรป แต่ตลาดก็ยังไม่ขยายตัวมากนัก ส่วนหนึ่งคงเป็นผลจากการที่ภาพรวมของตลาดรถหรูหดตัวกันทั่วหน้า ไม่ว่าจะเป็นเมอร์เซเดส-เบนซ์ บีเอ็มดับเบิลยู หรือว่า วอลโว่

ในงานนี้เลกซัสนำรถยนต์ในตระกูลจีเอส มาเปิดตัว 2 รุ่นคือ จีเอส 300 เครื่องยนต์  วี 6  ขนาด 3.0 ลิตร 249 แรงม้า และจีเอส 430

 

            ใครที่เป็นแฟนรถสปอร์ต โรดสเตอร์ ที่มียอดขายสูงสุดในโลกอย่าง มาสด้า เอ็มเอ็กซ์-5 เจอตัวจริงของเจนเนอเรชั่นที่ 3 ได้ในงานนี้ ซึ่งโรดสเตอร์คันเล็กพริกขี้หนูคันนี้ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ MZR 2,000 ซีซี เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด "แอ๊คทีฟเมติก" (Activematic) ให้กำลังแรงม้าสูงสุด 166 แรงม้า ที่ 6,700 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 189 นิวตัน-เมตร ที่ 5,000 รอบ/นาที คนที่หัวใจ ซูม ซูม ไม่น่าพลาด

            เมอร์เซเดส-เบนซ์ แม้ว่าจะไม่ได้ออกงานด้วยตนเอง จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม แต่ก็ยังส่งตัวแทนจำหน่ายเข้าจับจองพื้นที่ขายรถในงาน ซึ่งก็เชื่อว่ารถอย่าง เอส-คลาส (W221) ใหม่ จะได้รับความสนใจในวงกว้างเช่นเดิมทั้งคนที่ซื้อและคนที่ไม่เคยคิดจะซื้อ

            เอส-คลาส มี 2 รุ่นคือ เอส 350 แอล ครื่องยนต์ V6 3,498 ซีซี 272 แรงม้า ราคา 11.4 ล้านบาท และ เอส 500 แอล เครื่องยนต์ V8 5,461 ซีซี 388 แรงม้า ราคา 14.9 ล้านบาท

            นอกจากนี้เดมเลอร์ไครสเลอร์ก็ยังเปิดตลาดใหม่ กับ บี-คลาส หลังจากที่ได้ริเริ่มทำตลาดเอ-คลาสไปก่อนหน้านี้ บี-คลาส เป็นรถมินิแวน พัฒนาขึ้นจากแพลทฟอร์มของ เอ-คลาส เครื่องยนต์เทอร์โบดีเซล คอมมอนเรล 4 สูบ 2,000 ซีซี 109 แรงม้า ที่ 4,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 300 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600-2,600 รอบ/นาที ราคา 2.69 ล้านบาท และ 2.89 ล้านบาท

            นิสสัน ฟรอนเทียร์ เครื่องยนต์ใหม่ YD-Di (FRONTIER YD-Di) ขนาด 2,500 ซีซี  ไดเร็คอินเจ็คชั่น เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ DOHC ทวินแคม 16 วาล์ว ให้กำลัง  129 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 294 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000  รอบ/นาที ส่วนตัวรถมีการปรับหน้าตาบางส่วนให้เข้าสมัยมากขึ้น เช่น โคมไฟหน้า ฝากระโปรงหน้า ติดตั้งช่องรับลม  กันชนหน้าใหญ่ และกันชนหลังเป็นต้น YD-Di คงจะอยู่ในตลาดเมืองไทย 1 ปี ก่อนที่รุ่นใหม่ (model change) จะมาแทนที่พร้อมกับเครื่องยนต์คอมมอนเรล

            นิสสัน ยังมี มูราโน่ (MURANO) เป็นรถใหม่มาร่วมงานอีก 1 รุ่น มูราโน่ รถเอนกประสงค์หรูหรา ขับเคลื่อน 4 ล้อ นำเข้าจากญี่ปุ่น เครื่องยนต์  VQ35D 3,500 ซีซี  234 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 318 กก.-ม. ที่ 3,600 รอบ/นาที ราคา 4.4 ล้านบาท

            เปอโยต์ 1007 รถเล็กในโครงการความร่วมมือกันของ 3 ค่าย คือ เปอโยต์ ซีตรอง และโตโยต้า เป็นรถขนาดกระทัดรัด ด้วยความยาว 3,731 มม. ใช้เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร 110 แรงม้า ระบบเกียร์ 2 โทรนิค จุดเด่นอยู่ที่การใช้งานที่สะดวกสบาย เช่นประตูบานเลื่อนไฟฟ้า ใครเป็นแฟนตัวจริงสิงห์ผยอง และมีกำลังซื้อเพียงพอ ไม่น่าพลาด

            ซาบ 9-3 สปอร์ต คอมบิ รถแบบสเตชั่นแวกอน 4 ที่นั่ง  ใช้เครื่องยนต์ 2,000 ซีซี มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ 150  แรงม้า ราคา 2.69 ล้านบาท และ 210 แรงม้า ราคา 3.9 ล้านบาท

 

            ซังยอง แม้ตลาดจะไม่ดีนัก ค่อนข้างจะเงียบๆไม่มีความเคลื่อนไหว แต่ซังยองก็มีรถใหม่ๆมาเปิดตัวอยู่สม่ำเสมอเช่นกัน และก็สร้างฐานลูกค้าได้กลุ่มหนึ่ง และในมหกรรมยานยนต์ปีนี้ ซังยองก็ส่ง คีรอน เครื่องยนต์ดีเซล XDI คอมมอนเรล 2.7 ลิตร  5 สูบเทอร์โบ อินเตอร์คูล 165 แรงม้าที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดที่ 34.9 กก.-ม ที่ 1,800-3,250 รอบ/นาที เกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ มาร่วมลุยศึกเอสยูวีอีกคัน

            ซูบารุ เป็นอีกค่ายหนึ่งที่ทำตลาดเงียบๆ มีลูกค้าเหนียวแน่น แม้จะไม่มากนัก แต่ก็มีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆต่อเนื่องเช่นกัน และคราวนี้เป็นโอกาสของซิตี้คาร์ อาร์ 1/อาร์ 2 โดย อาร์ 1 นั้นเป็นรถ 3 ประตู ส่วนอาร์ 2 มี 5 ประตู และยาวกว่าอาร์ 1 อยู่ 110 มม.เครื่องยนต์ 658 ซีซี ให้กำลัง 54 แรงม้า เกียร์ซีวีที ราคาอาจจะดูสูงสักหน่อยคือระดับ 1 ล้านบาท แต่ถ้ามองกันที่เรื่องอื่นๆ หรือการประหยัดน้ำมันระดับ 24 กม./ลิตร ก็น่าสนใจสำหรับคนกระเป๋าหนัก จะซื้อติดบ้านไว้สักคัน

            ซูซูกิ  วีทาร่า โฉมใหม่  (ESCUDO) เป็นอีก 1 รถเอสยูวี ที่จะมาช่วยกันกระตุ้นตลาดที่ถดถอย วีทาร่า ใหม่ ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2,000 ซีซี  145 แรงม้า มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ

            โฟล์คสวาเกน ยังคงเน้นทำตลาดรถตู้หรูหราขายดีอย่าง คาราเวล โดยรุ่นใหม่ที่นำมาออกงานครั้งนี้มีเครื่องยนต์ให้ลูกค้าได้เลือกทั้ง แบบดีเซลในรุ่น 2.5 TDI (T5) 174 แรงม้า และเบนซิน 3.2 V6 235 แรงม้า และก็ยังเน้นจุดขายความหรูหราสะดวกสบายในห้องโดยสาร โดยติดตั้งจอ LCD ขนาด 17 นิ้ว เครื่องเล่น DVD และเบาะหนังแท้ เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

            พูดถึงกันมานาน มหกรรมยานยนต์ปีนี้ คนที่รอคอยการมาของ โตโยต้า ยาริส คงจะได้คำตอบแล้วว่า สมค่าการรอคอยหรือไม่ แต่อย่างน้อยที่สุดก็ถือว่าเป็นเรื่องดีของตลาดรถยนต์เมืองไทยที่ให้การตอบรับรถขนาดเล็กมากขึ้น เหมาะกับชีวิตคนเมือง และสถานการณ์ราคาน้ำมัน

            ส่วนอีกคันหนึ่งที่โตโยต้า ต้องการกระตุ้นตลาดก็คือ พรีรันเนอร์ ปิกอัพขับ 2 ยกสูง ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา ผู้บริหารโตโยต้าบอกว่า การที่ยอดขายยังเป็นรองอีซูซุ ก็เพราะไม่มีรถประเภทนี้ทำตลาด ก็ต้องดูว่า การตอบรับในงานนี้จะออกมาในแนวทางใด

            ทางด้าน เอส.อี.ซี. ผู้นำเข้าอิสระรายใหญ่ มีอะไรเด่นๆทุกปี ชนิดที่เจ้าของยี่ห้อเองยังตามไม่ทัน จนหงุดหงิดไปบ้าง งานนี้ เอส.อี.ซี จองพื้นที่ใหญ่สำหรับจัดแสดงรถเกือบ 20 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น ซีแอลเค บราบัส,ซีแอลเค คอนเวอร์ทิเบิล บราบัส,เอส-คลาส บราบัส,บี-คลาส บราบัส,สมาร์ท บราบัส, ฟอร์โฟร์ สมาร์ท บราบัส, โรดสเตอร์ วัลด์, อัลฟาร์ด, อัลฟาร์ด ไฮบริด,แฮร์ริเออร์ ไฮบริด, เลกซัส ไอเอส 200, เลกซัส จีเอส 300, ฮอนด้า ไลฟ์,ฮอนด้า แอร์เวฟ,โตโยต้า ราฟ-โฟร์,ฮาร์เก 654 ซีไอ คอนเวอร์ทิเบิล,ฮาร์เก มินิ คูเปอร์ เอส คอนเวอร์ทิเบิล,เอบีที บีเทิล คาบริโอเลต์ 1.8 เทอร์โบ, และ เอบีที กอล์ฟ  จีทีไอ เรียกว่าถ้าหารถที่ต้องการในบู๊ธเจ้าของยี่ห้อไม่เจอ อาจเจอได้ที่เอส.อี.ซี

 

            นอกเหนือจากรถใหม่ที่เปิดขายแล้ว ในมหกรรมยานยนต์ก็ยังมีรถต้นแบบอีกหลายคันที่มารวมแสดงถึงเทคโนโลยียานยนต์ในอนาคต รวมไปถึงส่วนของอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องต่างๆ ซึ่งงานนี้จะจัดไปจนถึงวันที่ 10 ธันวาคม

ใครที่สนใจไปชมงาน ขอให้ศึกษาแผนการเดินทางให้ดี ทางที่ดีเลือกใช้บริการขนส่งสาธารณะที่ทางผู้จัดจัดให้ ดีกว่าจะต้องไปเสียเวลากับปัญหารถติด และวนหาที่จอดรถ แม้ว่าทางผู้จัดจะมีความพยายามจัดสรรการจราจรและพื้นที่จอดรถแล้วก็ตาม ต้องเข้าใจว่า เมืองไทย รถมันเยอะจริงๆ