![]() |
![]() |
|
![]() |
|
![]() |
วันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2548 |
![]() |
![]() |
![]() |

![]() |
ร้อยเรื่องเล่าลีลาวดี![]() 29 มิถุนายน 2548 นับแต่ลั่นทม เปลี่ยนชื่อเป็นลีลาวดี คนที่เคยหลงรักไม้หอมพันธุ์นี้ก็แสดงออกถึงความรัก ได้อย่างไม่มีความกังวลใดๆ ซ้ำยังพยายามตีความหมายของคำ ที่เคยมองกันในแง่ร้าย ให้กลายเป็นดี มีนัยสำคัญอันใดซ่อนไว้ ในความหมายเหล่านั้นบ้าง นิภาพร ทับหุ่น รายงาน 'เช..ยังไม่ตาย ขายลีลาวดี ควบ CTX' (เนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 13-19 มิถุนายน 2548) พาดปกนี้ทำให้ เสี่ยเช - วรพจน์ ยศะทัตต์ ที่โด่งดังจากคดีฉาวกรณีสินบนเครื่องตรวจวัตถุระเบิดรุ่นซีทีเอ็กซ์ โครงการสนามบินสุวรรณภูมิ กลายเป็นผู้ชายอ่อนโยนได้เพียงชั่วข้ามคืน และพาดปกเดียวกันนี้ ก็ทำให้กระแสการปลูกลีลาวดี อดีตไม้ต้องห้าม ยิ่งทวีความนิยมมากขึ้น หลังจากเคยทำตลาดไม้ดอกปั่นป่วนมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อคราวเปลี่ยนชื่อจากลั่นทมเป็นลีลาวดี เหตุใดไม้ดอกชนิดนี้จึงมีเสน่ห์ยวนใจชวนให้ใครต่อใครหลงใหล ชื่อดี สวยดี หรือมีอะไรมากกว่านั้น ?
แลหลังลีลาวดี จำปา - ลั่นทม - ลีลาวดี ทั้งสามชื่อนี้คือพันธุ์ไม้ชนิดเดียวกัน ในด้านพฤกษศาสตร์ ลีลาวดี จัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงกลาง มีกิ่งก้านสาขามาก แต่กิ่งเปราะง่าย ใบมีสีเขียวเข้ม ดอกลีลาวดีมีกลิ่นหอมพิเศษ ช่วยผ่อนคลาย จึงเป็นที่นิยมกันมากในแวดวงสปา โดยเฉพาะในแถบหมู่เกาะของประเทศอินโดนีเซีย ว่ากันว่า ไม้ชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเม็กซิโก และอเมริกาใต้ เป็นไม้วงศ์เดียวกับยี่โถและโมก ชอบแสงแดดจัด จึงปลูกง่าย และไม่ต้องดูแลมาก ตามหลักสากลมีชื่อเรียกลีลาวดีแตกต่างกันไปอีก 2 ชื่อ คือ พลูมมีเรีย (plumeria) และ ฟรังกีปานี (frangipani) ข้อมูลจาก www.lilavadee.com ระบุว่า พลูมมีเรีย หรือ พลัมมีเรีย ถูกเรียกตามชื่อของนักพฤกษศาสตร์ชาวฝรั่งเศสที่ชื่อ ชาร์ล พลัมเมอร์ (ค.ศ.1646-1706) ซึ่งบุคคลผู้นี้ได้รับมอบหมายจากกษัตริย์ฝรั่งเศสให้ไปแสวงหาพันธุ์ต้นไม้แปลกๆ ในเขตร้อน ชาร์ลเดินทางไปยังหมู่เกาะแคริบเบียนถึง 3 ครั้ง ได้พบต้นไม้ที่มีดอกสวยงามและรูปทรงแปลกๆ จึงนำกลับมาที่ประเทศฝรั่งเศส และมีนักพฤกษศาสตร์อีกท่านตั้งชื่อต้นไม้ชนิดนี้ว่า พลัมเมอร์เรีย (plumieria) เพื่อเป็นเกียรติแก่ ชาร์ล พลัมเมอร์ แต่ภายหลังชื่อถูกเรียกเพี้ยนไปเป็น พลูมมาเรีย ส่วนชื่อฟรังกีปานี เป็นศัพท์ทางวิชาการที่ใช้เรียกต้นไม้ชนิดเดียวกัน ซึ่งรากศัพท์ของคำนี้มาจากภาษาฝรั่งเศส คือ ฟรังกีปาเนีย (frangipanier) แปลว่า กลิ่นหอม อีกสมมติฐานชี้ว่า ฟรังกีปานี หมายถึงยางสีขาวเหนียวเหนอะ ซึ่งออกมาจากต้นไม้ที่ถูกตัด สรุปแล้วชื่อสากลของพันธุ์ไม้ชนิดนี้จึงมีความเป็นไปได้สูงว่ามาจากภาษาฝรั่งเศส เนื่องจาก ลีลาวดี เป็นไม้ที่ทนต่อความแล้งและร้อนสูง ดังนั้น เมื่อถูกนำไปแพร่กระจายพันธุ์ตามส่วนต่างๆ ของโลก โดยเฉพาะในประเทศเขตร้อน จึงเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว อาทิ เกาะบาหลี อินโดนีเซีย เกาะฮาวาย สหรัฐอเมริกา ศรีลังกา กัมพูชา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งประเทศหลังนี้ยกย่องลีลาวดีเป็นดอกไม้ประจำชาติ เพราะเคยถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ในการสร้างพลังเรียกร้องเอกราชจากฝรั่งเศสมาแล้ว แต่ไม่มีหลักฐานใดยืนยันว่าดอกไม้ชนิดนี้ถูกนำมาเผยแพร่โดยใคร เมื่อไร และอย่างไร ยิ่งในประเทศไทยด้วยแล้ว ความเป็นมาของดอกไม้ชนิดนี้ดูจะมีการเอ่ยอ้างที่มาหลายกระแส
มีร้อยเรื่องเล่า "ผมได้ยินผู้ใหญ่ทางเมืองเพชรบุรีเล่าให้ฟังว่า ลั่นทมเข้ามาในประเทศไทยสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อครั้งเสด็จฯเยือนอินโดนีเซีย ซึ่งพระองค์นำพันธุ์ลั่นทมกลับมาด้วย เป็นพันธุ์ดอกสีขาว ใบเข้ม โดยนำมาปลูกที่พระราชวังบนเขาวัง และที่เกาะสีชัง และเมื่อเกิดเหตุการณ์พระนางเรือล่ม ด้วยความอาลัย ความเศร้า จึงใช้ดอกลั่นทมสีขาวประกอบพิธี ตอนหลังนี้ใครไปแก้บนที่บางปะอินก็มักจะนำดอกลั่นทมสีขาวไปถวายที่รูปท่านทุกครั้ง" อนันต์ ยีเอ็ม เจ้าของสวนลูกจันทร์ อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เล่าเรื่องที่เคยได้ยินในอดีตให้ฟัง อนันต์ หรือ ลุงนัน เชื่อว่า ต้นไม้ชนิดนี้คงเป็นที่โปรดปรานมาก ณ ตอนนั้น แต่หลักฐานการเข้ามาในสมัยรัชกาลที่ 5 ดูจะขัดแย้งกับเหตุการณ์รวมถึงเอกสารอื่นๆ ที่พบอีกมาก อาทิ จากวรรณกรรมของสุนทรภู่ ซึ่งเกิดและเติบโตในช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ได้กล่าวถึงดอกลั่นทมไว้หลายเรื่อง เช่นเดียวกับบทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 2 เรื่องอิเหนา ที่กล่าวถึงต้นไม้ชนิดเดียวกัน ดังนั้น ความเชื่อที่ว่า ต้นลั่นทมเข้ามาในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 นั้น จึงเป็นอันตกไป ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ข้อสังเกตว่า ความนิยมดอกลั่นทมในสมัยรัชกาลที่ 5 อาจเป็นแค่กระแสแฟชั่น แต่การเข้ามาคงก่อนหน้านั้นหลายสิบปี "การแพร่หลายของลั่นทมในไทยน่าจะอยู่ช่วงประมาณรัชกาลที่ 5 สังเกตจากลานลั่นทมบนเขาวัง และเกาะสีชัง ชลบุรี เขาวังสร้างสมัยรัชกาลที่ 4 ผมอยากจะเชื่อว่าไม่ใช่รัชกาลที่ 4 ปลูกลั่นทม ผมอยากเชื่อว่าเป็นรัชกาลที่ 5 มันมีความน่าสนใจ ต้องทำวิจัยค้นคว้า ในช่วงรัชกาลที่ 5 มันเหมือนเป็นแฟชั่นบางอย่าง แต่การเข้ามาของลั่นทมคงไม่ใช่ยุคนี้" อาจารย์ชาญวิทย์ กล่าว ทั้งยังเท้าความถึงที่มาของลีลาวดีตามความเข้าใจอีกว่า "เขมรเรียกจำปาขอม คล้ายจำปาลาว มีทางเป็นไปได้ว่า ไม้นี้ชื่อจำปา มันผูกติดกับความเป็นมาของอาณาจักรจามปาของพวกจาม ฝรั่งนำดอกไม้ชนิดนี้มาจากอเมริกาใต้ แล้วไปโผล่ที่จามปา ผมเดาว่าแต่ก่อนคงไม่มีคำว่า ขอม หรือลาว แต่ใส่ไปทีหลัง ในทฤษฎีหนึ่งโผล่ที่จามปา แพร่ออกไป แต่ทำไมอินโดนีเซียเรียกดอกไม้นี้ว่า กัมพูชา หรือว่ามันไปโผล่ที่กัมพูชา อันนี้เป็นปัญหาของคำที่ต้องค้นหา" สำหรับการแพร่พันธุ์ลีลาวดีในประเทศไทย อาจารย์ชาญวิทย์ให้ความเห็นว่า น่าจะเข้ามาช่วงปลายกรุงศรีอยุธยาโดยชาวต่างชาติ เมื่อเข้ามาระยะแรกถูกนำไปปลูกไว้ในวัง วัด และสุสาน รวมถึงใช้ในพิธีกรรมการแสดงละคร ทำให้ต้นไม้นี้กลายเป็นของสูงที่คนทั่วไปไม่สามารถปลูกได้ อีกทั้งยังผูกโยงกับสุสานและความตาย ลีลาวดีในยุคนั้นจึงถูกเข้าใจว่าเป็นไม้ต้องห้าม สอดคล้องกับตำนานฟากนักวิชาการเกษตร 7 สำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร ชัญญา ทิพานุกะ ที่เคยได้ยินได้ฟังมาจาก ลุงสิน เกษตรกรชาวอุตรดิตถ์ ผู้ศึกษาต้นไม้ชนิดนี้มานานหลายปี ว่า ลีลาวดีน่าจะเข้ามาในประเทศไทยในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เนื่องเพราะยุคนั้นมีชาวต่างชาติเข้ามาอยู่ในราชสำนักเป็นจำนวนมาก "ข้าราชบริพารในวังส่วนใหญ่เป็นฝรั่งต่างชาติ เมื่อเขามาเสียชีวิตที่นี่ ก็เลยปลูกลั่นทมไว้ที่สุสานเพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้ญาติรู้ว่า หลุมศพของเขาอยู่ตรงนี้ คล้ายกับสุสานที่กาญจนบุรี เมื่อเป็นเช่นนี้ สมเด็จพระนารายณ์จึงตั้งชื่อไม้ชนิดนี้ว่า ลั่นระทม และเพี้ยนมาเป็นลั่นทมในตอนหลัง" ชัญญาสรุป
เขาเรียกลั่นทม "ผมไม่ทราบว่า คำ ลั่นทม ในภาษาไทยมีที่มาจากไหน อาจจะต้องลองเทียบกับคำเขมรดู เพราะมันคล้ายๆ จะมีกุญแจอะไรสักอย่างอยู่ ผมสงสัยว่าคำไทย หรือคำกรุงเทพฯ น่าจะมาจากคำของเขมรนะ" อาจารย์ชาญวิทย์ คณบดีนักประวัติศาสตร์บอก คำเขมรที่อาจารย์ชาญวิทย์เอ่ยถึง น่าจะเป็นคำเดียวกับที่ปรากฏอยู่ในบทความเรื่องลั่นทมของ รศ.เอื้อมพร วีสมหมาย อาจารย์ประจำภาควิชาพืชสวน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นั่นก็คือ คำว่า สรัลทม ที่แปลว่า รักอันยิ่งใหญ่ แต่รักยิ่งใหญ่เกี่ยวข้องอย่างไรกับดอกไม้ชนิดนี้ เจ้าของบทความกล่าวว่า บทความดังกล่าวเป็นเพียงเรื่องที่เขียนขึ้นเพื่อชี้แจงไปยังสำนักพระราชวัง เมื่อครั้งมีการเข้าใจผิดเรื่องชื่อ ลีลาวดี ว่าเป็นชื่อพระราชทานโดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และคำว่าสรัลทมที่ปรากฏก็ไม่ได้มาจากปลายปากกาของอาจารย์ด้วย "ที่บอกว่ามาจากคำว่าสรัลทมนั่น อาจารย์ไม่ได้เขียน เพราะอาจารย์เขียนแค่คำชี้แจง แล้วก็ส่งเรื่องไปที่มหาวิทยาลัย คงมีคนเติมเข้าไปเอง เพราะฉะนั้นเท็จจริงของคำนี้เป็นอย่างไรอาจารย์ไม่ทราบจริงๆ" อาจารย์เอื้อมพรแจกแจง หากดอกลั่นทมจะเพี้ยนมาจากภาษาเขมรก็ดูจะมีคำว่า สรัลทม ที่ใกล้เคียงที่สุด ทว่า ชาวเขมรเองกลับเรียกดอกไม้ชนิดนี้ว่า จำปา เช่นเดียวกับเพื่อนบ้านลาว ดังนั้น ลั่นทมที่มาจากสรัลทมจึงไม่ชัดเจน เว้นเสียแต่ว่าจะมีหลักฐานอ้างอิงที่เกี่ยวเนื่อง อีกเรื่องหนึ่งบอกว่า ลั่นทม เพี้ยนมาจากคำว่า ลานโทม ในภาษาอินโดนีเซีย ที่แปลว่า มีชื่อเสียง แต่ก็เช่นเดียวกันคือไม่มีหลักฐานใดสนับสนุน ลั่นทมจึงเป็นปริศนาของชื่อที่ไม่พบที่มาชัดเจน อย่างไรก็ดี ตามความเข้าใจเดิมของคนโบราณ ลั่นทม มาจากคำว่า ระทม ซึ่งหมายถึงความเศร้าโศกเสียใจ แต่ในหลักภาษาไทย มีผู้รู้ให้ความหมายของ ลั่นทม ว่า เป็นการละแล้วซึ่งความโศกเศร้าแล้วมีความสุข ซึ่งลั่นทมเป็นคำผสมของคำว่า ลั่น+ทม โดย ลั่น หมายถึง แตกหัก ละทิ้ง ส่วน ทม คือ ความทุกข์โศก เมื่อรวมความหมายแล้วจึงไม่ใช่ไม้อัปมงคลดังที่หลายคนเข้าใจ "มันอาจจะเป็นไปได้ว่า เพราะลั่นทมนิยมปลูกในสุสานหรือป่าช้า คนจึงไม่กล้าเอามาปลูกที่บ้าน เมื่อสมัยผมเด็กๆ ไปที่ป่าช้า อย่างป่าช้าวัดดอน ตรอกจันทร์ จะเห็นว่าเต็มไปด้วยต้นลั่นทม ทั้งป่าช้าจีน ไทย แขก มันเหมือนกับว่าเป็นต้นไม้อาลัยรัก เพราะเมื่อก่อนเขาใช้วิธีฝังศพ และอาจจะกลัวคนตายร้อนก็เลยเอาลั่นทมไปปลูก เพราะลั่นทมปลูกง่าย ดอกมีสีขาว ซึ่งสีขาวน่าจะแทนความหมายของความดีงาม จึงนิยมนำไปปลูก เราจึงเห็นลั่นทมเต็มสุสานไปหมด" ลุงนัน ให้ข้อมูลเพิ่มเติม บางกลุ่มคนก็พยายาม ชี้แจงว่า เหตุที่ไม่นิยมปลูกลั่นทมในบ้าน เป็นเพราะต้นไม้ชนิดนี้มีกิ่งที่เปราะง่าย ซ้ำยางสีขาวข้นจากลำต้น กิ่งก้าน รวมถึงช่อดอก มีอันตรายอาจก่อให้เกิดความระคายเคือง สมัยก่อนเด็กเล็กซุกซนมาก หากปีนไปบนต้นลั่นทมอาจเกิดอันตราย จึงคล้ายเป็นกุศโลบายของผู้ใหญ่สมัยโบราณ ว่าห้ามปลูกลั่นทมไว้ในบ้าน เมื่อเป็นไม้ต้องห้าม ซ้ำชื่อยังไม่เป็นมงคลตามความเข้าใจ ลั่นทมจึงไม่ได้ถูกกำหนดไว้ในหมู่มวลไม้ดอกไม้ประดับที่พึงนิยม ทว่า ความสวยงามของก้านกิ่งและดอกช่อที่แปลกตา ทำให้หลายคนแอบหลงรักลั่นทมแต่ก็ยังไม่สามารถนำมาปลูกในบ้านได้ ด้วยยังผูกติดอยู่กับความเชื่อเดิมๆ จนเมื่อลั่นทมได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็นลีลาวดี ไม้นี้จึงเป็นที่ต้องการของตลาด และมีคนนิยมมากชนิดที่ว่าคลั่งไคล้เลยทีเดียว
ยอดนิยมลีลาวดี ลีลาวดี เป็นชื่อใหม่ของลั่นทม ที่เพิ่งได้รับการเปลี่ยนเมื่อไม่กี่ปีมานี้ และก็เหมือนกับแรงดันที่รอการปะทุ เมื่อเปลี่ยนเป็นชื่อที่มีความหมายในเชิงบวก กล่าวคือ ลีลาวดี แปลตามความหมายว่า เป็นต้นไม้ที่มีท่วงท่าสวยงามอ่อนช้อย บ้าน สวน รีสอร์ท โรงแรม ถนนหนทาง รวมถึงสถานที่ราชการและเอกชนเกือบทุกแห่ง จึงมีไม้ชนิดนี้ประดับประดาอยู่เกลื่อนกล่น "ผมเดาว่ามันคงมาจากอิทธิพลของฝรั่งที่เขาชื่นชอบลั่นทมมาก อย่างที่ฮาวาย ฝรั่งเอามาปลูก และพอปี 1950 ฮาวายโปรโมทการท่องเที่ยว ลั่นทมก็กลายเป็นสัญลักษณ์ โดยเอามาร้อยเป็นมาลัยคล้องคอ ตอนนั้นการท่องเที่ยวฮาวายแรงมาก เรียกว่าเป็นสวรรค์ของนักเดินทางเลยทีเดียว สำหรับความนิยมบ้านเราที่บอกว่ามาพร้อมวัฒนธรรมสปา ผมสงสัยว่า สปาเป็นจุดหมายที่ทำขึ้นมาเพื่อเซิร์ฟฝรั่ง ญี่ปุ่น คนมีสตางค์ บาหลีคือสัญลักษณ์ของการท่องเที่ยวแบบสปา แต่มาทีหลังฮาวาย รู้สึกจะประมาณปี 1960-1970 ก็เลยกลายเป็นว่าที่เราบูมๆ กันอยู่นี่ สุดท้ายมันโยงเกี่ยวกับการท่องเที่ยว" อาจารย์ชาญวิทย์สรุป หากมองในมุมของนักจัดสวน ซึ่งเทรนด์บาหลีกำลังมาแรง อาจารย์เอื้อมพร แสดงความเห็นว่า เนื่องด้วยลีลาวดีเป็นเสมือนตัวแทน หรือสัญลักษณ์ที่ชัดเจนที่สุดของบาหลี การใส่ไม้พันธุ์นี้ไว้บนเนื้อที่ของสวนจึงมีความจำเป็น "ลั่นทมเป็นไม้ที่สวยอยู่แล้ว ดอกหอม พุ่มใบแผ่กว้างให้ร่มเงาแต่ไม่ใช่ร่มเงาที่ยาวนาน เป็นแค่ระยะสั้น สามารถจัดได้กับสวนทุกแบบ บาหลีมีลั่นทมเยอะ ก็เลยดูเหมือนจะเป็นที่นิยม แต่ลั่นทมเป็นไม้ที่โตช้า คนก็เลยนิยมใช้วิธีขุดล้อมกัน ขุดเยอะก็ไม่เหลือ อาจารย์ว่าเมื่อมันบูมเต็มที่เดี๋ยวก็จะแย่ลง เพราะตอนนี้ราคาแพงเกินจริงมาก ควรเตรียมไม้อื่นๆ ไว้บ้างจะดีกว่า" อาจารย์จากภาควิชาพืชสวน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าว ด้าน ชัญญา นักวิชาการเกษตรจากกรมส่งเสริมการเกษตร ให้ข้อมูลทางการตลาดเพิ่มเติมว่า ลีลาวดีมียอดการส่งออกเพิ่มขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีตัวเลขที่ก้าวกระโดดมาก ดังนั้น คิดว่า การตลาดของไม้ตัวนี้น่าจะยาวนานพอสมควร "ตัวเลขการส่งออก ไม้นี้อยู่ในอันดับท็อปเทน คือ อยู่ประมาณอันดับ 6 ถ้าดูจากสภาพเศรษฐกิจแล้ว คิดว่าไม้นี้ยังไปได้อีกไกล เพราะมียอดสั่งเยอะ แต่เราผลิตไม่ทัน ถ้าไม่มีการปั่นตลาดคิดว่าน่าจะไปได้สวย" ชัญญา บอก เมื่อยังเป็นต้นไม้ที่ทำรายได้สูง และมีปริมาณความต้องการไม่จำกัด สวนต่างๆ จึงหันมาปลูกลีลาวดีกันถ้วนหน้า "ลุงสนใจลั่นทมมาตั้งแต่ 8 ปีที่แล้ว จริงๆ ตอนนั้นยังเป็นลั่นทมอยู่ แต่คนก็เริ่มสนใจกันแล้ว ตามวัดตามอะไรเริ่มมีพ่อค้าเข้าไปขอซื้อ ขอบูชา หรือขอเฉยๆ ก็มี เดิมลุงรักต้นไม้ชนิดนี้เพราะเห็นมาตั้งแต่เด็ก ต้นโตๆ ปลูกไว้ตามรั้วบ้านของญาติผู้ใหญ่ ใหญ่ขนาดโอบไม่รอบเลย แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว สมัยก่อนคนแถวบ้านลุงเขาเก็บดอกไปบูชาพระ ปลูกไว้เป็นรั้ว เพราะเขาไม่ทำรั้วเหมือนสมัยใหม่ ก็ไม่เห็นว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่ดีอะไรตามความเชื่อ" เสงี่ยม เรืองสุขดี เจ้าของสวนดาวเด่นลีลาวดีวิว อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี เล่า ลุงเสงี่ยม เผยว่า เมื่อช่วง 4-5 ปีก่อน มีพ่อค้าจากส่วนกลางมากว้านซื้อต้นลั่นทมที่มีอายุมากๆ ตามวัด และสถานที่ต่างๆ มากมาย จนลั่นทมใหญ่ๆ แทบไม่หลงเหลือให้เห็น ส่วนราคาก็สูงขึ้นทุกวัน บางต้นจำหน่ายกันในราคาสูงถึง 5-6 หลัก แต่ส่วนมากเป็นไม้เก่า ลุงจึงเริ่มปลูกลั่นลมขึ้นบ้าง เพราะเล็งเห็นช่องทางที่เอื้ออำนวย "ปลูกตอนแรกประมาณ 10,000 ต้น แต่ลุงปลูกห่างแค่เมตรเดียว ใช้กิ่งปลูก 2,000 กิ่ง นอกนั้นก็เพาะเมล็ดเอา การเพาะเมล็ดมันดีตรงที่ว่าเราจะได้ลูกใหม่ที่สวยแปลกกว่าพันธุ์เดิม อย่างตอนนี้ก็มีสีน้ำตาล สีม่วง เขาเรียกม่วงเสงี่ยมนะ เรียกตามชื่อลุง แต่มันก็ไม่ได้ออกสีม่วงเหมือนสีเคมีหรอก ออกม่วงเทาๆ ฟ้าๆ ม่วงอมแดง อะไรแบบนี้มากกว่า" เจ้าของสวนคนเดิมบอก ทั้งยังเสริมว่า กล้าพันธุ์ลีลาวดีที่ซื้อขายกันในตลาดปัจจุบันราคาอยู่ที่สายพันธุ์ ความสูง และขนาดของกิ่ง โดยเฉพาะพันธุ์ขาวพวง ที่เป็นความนิยมต่อเนื่องมาจากแวดวงสปา บางต้นราคาเหยียบแสน ลุงเสงี่ยม เผยว่า ลีลาวดีสายพันธุ์ที่นิยมมาก ได้แก่ ขาวพวง ส้มกาฬสินธุ์ แดงสยาม แดงอุดร (เก่า) ฯลฯ ยิ่งถ้าต้นไหนออกช่อดอกแล้วก็จะยิ่งได้รับความสนใจมาก "ทุกวันนี้ลุงไม่ได้เน้นการตลาดมาก ปลูกไว้เพราะชอบ เป็นกิจกรรม ถ้าลุงไม่ทำคงเป็นอัมพาต แต่มันก็แปลกนะ พอลุงเริ่มปลูก เริ่มเล่นลั่นทม มันก็ไม่เป็นเลย คือ ไม้ตัวนี้ทำให้คนสุขภาพดีได้ เหมือนเป็นแรงใจ จากดอก จากสรีระของต้น มันทำให้เราลืมเรื่องเจ็บปวด ตอนนี้หายเกือบ 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว" ลุงเสงี่ยมเผยถึงผลพลอยได้ที่มากับการปลูกสวนลีลาวดี แม้จะมีการแถลงไขแล้วว่า ลีลาวดีไม่ใช่ชื่อพระราชทาน แต่ความนิยมในการปลูกไม้ชนิดนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะลดความแรงลง ในทางตรงข้าม การกลับไปเรียกลั่นทมเหมือนเดิม กลายเป็นกระแสใหม่ที่หลายคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะในแวดวงผู้ศึกษาพันธุ์ไม้ชนิดนี้อย่างจริงจัง เป็นไปได้หรือไม่ว่า การค้นหาความหมายของที่มาและคำเรียกขาน จนพบความสวยงามบางอย่างที่ซ่อนอยู่ เป็นการทำลายกำแพงแห่งความเชื่อเดิมๆ เพื่อให้เป็นที่ยอมรับ ดังนั้น ไม่ว่าจะเรียกอะไร ไม้หอมชนิดนี้ก็ยังได้รับความนิยมอยู่เช่นเดิม
|
![]()
|
| copyright @ 2000 Nation Group / Produced & Designed by : KT Internet Dept. All Right Reserved, Contact us : internet@nationgroup.com |
![]() |